แม้ว่าปี พ.ศ.2558 เพิ่งจะมาเยือน แต่กล่าวได้ว่า  เป็นปีที่สำคัญที่สุดสำหรับการต่อสู้เพื่อสภาพภูมิอากาศในทศวรรษนี้ และเป็น  “จุดเปลี่ยน” ของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทั่วโลก  นาโอมิ ไคลน์ กล่าวว่า ในปีพ.ศ.2558 นี้ จะเป็นการต่อสู้เพื่อสภาพภูมิอากาศ ครั้งหนึ่งในยุค และองค์กรประชาสังคมระดับโลก Avaaz ก็เพิ่งประกาศกับสมาชิกของพวกเขาไปว่า “เราเหลือเวลาอีกเพียง 10 เดือนเท่านั้นที่จะ ปกป้องโลกของเรา !

Greenpeace activists block the outflow pipe at AKZO in Delfzijl. 03/07/1990 © Greenpeace / Benno Neeleman

ทำไมจึงต้องเป็นปีนี้ เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเราอย่างนั้นหรือ?

ในเดือนกันยายนที่จะถึงในปีนี้ กลุ่มผู้นำโลกต่างเข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับข้อตกลงใหม่ของมนุษยชาติ ซึ่งก็คือ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต่อจากนั้นในเดือนธันวาคม ก็ได้ประชุมถึงความพยายามของแต่ละชาติที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทั้งสองวาระดังกล่าวต่างก็มีผลกระทบต่อโลกอย่างใหญ่หลวง อีกทั้งสื่อมวลชนก็หันมาให้ความสนใจในประเด็นนี้อย่างล้นหลาม จนพันธมิตรเพื่อสิ่งแวดล้อมบางกลุ่มถึงกับเรียกวาระการประชุมนี้ว่า "โอกาสแห่งชีวิต" รวมถึงคนดังอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ฟาร์เรล วิลเลี่ยมส์ ศิลปินชื่อดังยังได้เริ่มต้นกิจกรรมเพื่อ ระดมการสนับสนุนจากประชาชนเพื่ออนาคตสีเขียวของสิ่งแวดล้อม

ไม่ต้องสงสัยว่าเหตุใดเราจึงต้องเร่งรีบปกป้องสิ่งแวดล้อมนักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะบอกกับเราว่า ดาวเคราะห์ทั้ง 9 ดวงในระบบสุริยะนั้น มีดาวเคราะห์ถึง 4 ดวงที่มนุษย์ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเริ่มปรากฏขึ้นรอบ ๆ โลก การขุดเจาะน้ำมัน กลายเป็นการลงทุนที่บ้าคลั่ง ไม่คุ้มเสี่ยงและเป็นภัยต่อสภาพภูมิอากาศของโลก ดังเช่น การขุดเจาะน้ำมันบริเวณทวีปอาร์กติก

ถึงเวลาที่เราต้องมีข้อปฏิบัติสากลให้กับมนุษย์ในดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้อย่างจริงจังเสียที  เราไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้มีการประชุมก็ได้ แต่การประชุมจะสามารถกำหนดขีดจำกัดได้ อีกทั้งยังเป็นการกำหนดข้อบังคับให้รัฐบาลในแต่ละประเทศให้มีเวลาถกเถียงกันเพื่อเห็นด้วยกับข้อสรุปของการประชุม  นอกจากนี้ยังโน้มน้าวให้ประชาชนหันมาสนใจกับประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ด้วย ซึ่งนั่นอาจจะเป็นทางออกให้กับการเมืองได้ เราคงจะไม่ประสบความสำเร็จกับการยอมรับพันธะสัญญาทางกฎหมายในการ ปกป้องสัตว์ทะเลในทะเลที่ไม่ได้อยู่ในอาณาเขตของประเทศใด จากประเทศกว่าครึ่งโลก ภายใน 1 เดือนได้ (ถึงแม้ว่าจะยอมรับในเวลาที่เหลือน้อยแล้วก็ตาม) ถ้าเราไม่มีวาระการประชุม ‘สหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน’ หรือRio+20 เมื่อปีพ.ศ.2555 เพื่อให้ปัญหานี้เป็นที่ถกเถียงกันถึงระดับสากล 

นักกิจกรรมกรีนพีซเรียกร้องการปกป้องอาร์กติกจากการขุดเจาะน้ำมัน ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ระหว่างการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ การประชุมยังเป็นที่ที่รัฐบาลจะส่งสัญญาณระยะยาวให้กับตลาดพลังงานยกตัวอย่างเช่น การประชุมภาวะโลกร้อนที่กรุงปารีสเมื่อปลายปีที่แล้วสามารถผลักดันข้อเสนอ การลดการปล่อยมลพิษลงจนหมดภายในปี พ.ศ.2593 และนั่นคือ หนึ่งในตัวเลือกที่รัฐบาลกำลังพิจารณา หากพวกเขานำข้อตกลงนี้มาใช้อย่างจริงจังก็แสดงว่า ยุคของเชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังจะสิ้นสุดลง ซึ่งแน่นอนนักลงทุนเกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิลอาจจะหลับไม่ลงเลยทีเดียว

เรายืนหยัดเพื่อพลังงานหมุนเวียน และจะใช้การประชุมทั้งสองวาระที่ได้กล่าวมาข้างต้นเป็นโอกาสในการเรียกร้องถึงอนาคตของโลกที่ไร้คาร์บอน อนาคตที่เราทุก ๆ คนเข้าถึง พลังงานหมุนเวียน 100%

“โอกาสแห่งชีวิต”สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ และนั่นคือเป้าหมายของเราภายในปีนี้ ถ้าเราทำได้จริงก็ยิ่งเป็นข่าวดีในการเพิ่มโอกาสผลักดันให้กลายเป็นวาระระดับโลก!

สถานีพลังงานแสงอาทิตย์ในมณฑล ซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

การปฏิวัติพลังงานเริ่มเป็นกระแสไปทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2557 ทางมหาอำนาจฝั่งเอเชียหรือจีนก็ตอบรับนโยบายนี้  โดยเป็นครั้งแรกในรอบศตวรรษที่ประเทศนี้ลดการใช้ถ่านหินลง และหันมาติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวนมากกว่าปริมาณที่สหรัฐฯติดตั้งและเสร็จสิ้นภายในเวลา 1 ปี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศนี้ได้ทำให้จีนเริ่มนำแนวคิดพลังงานหมุนเวียนไปใช้ เพื่อหยุดภัยคุกคามจากมลพิษทางอากาศให้หมดไปภายในปี พ.ศ.2573 แต่เท่านี้ยังไม่พอสำหรับการสร้างอนาคตสีเขียว หากจีนสามารถถอยห่างจากถ่านหินรวมถึงสลายมลพิษในประเทศภายในปีนี้  และ หยุดมหามลพิษในเมืองสำเร็จ จะไม่เป็นเพียงการยุติมหามลพิษควันที่ทำให้ประชากรกว่าล้านคนต้องลำบาก แต่การเดินหน้าลดปริมาณการใช้ถ่านหินของจีนจะทำให้จีนก้าวขึ้นอยู่ในระดับแนวหน้าของโลกอีกด้วย

สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่เราต้องช่วยกันในปีนี้ คือการต่อสู้กับอุตสาหกรรมถ่านหินที่ เป็นผู้เร่งให้สภาวะอากาศเลวร้ายลงเรื่อย ๆ

เหมืองถ่านหิน Niederaussem ประเทศเยอรมนี

หากไม่อยากให้ลูกหลานของเราต้องผจญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายในอนาคต เราจะต้องต่อสู้หยุดยั้งโครงการคาร์บอน และต้องเดินหน้าหยุดการขุดเจาะน้ำมันในทวีปอาร์กติกต่อไป

ร่วมเรียกร้องให้ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ปกป้องอาร์กติกจากการขุดเจาะน้ำมัน

นี่คือเหตุผลที่กรีนพีซทั่วโลกสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนและต่อต้านอุตสาหกรรมถ่านหิน ตั้งแต่อินเดีย จีน ไปจนถึงเยอรมนีและสหรัฐอเมริกา รวมถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมถ่านหินในออสเตรเลีย และของประเทศไทย

ถ้าคุณคิดว่าผลประโยชน์จากถ่านหินในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่คุ้มค่ากับการสูญเสีย “เกรตแบร์ริเออร์” แหล่งปะการังอันสวยงามและมีความยาวที่สุดในโลกแล้วล่ะก็ ร่วมเป็นอีก 1 เสียงกับเราเพื่อปกป้องปะการังอันสวยงามนี้ได้

เราจะ “เปลี่ยน” ปี 2558 ไปด้วยกัน เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง จากอาร์กติกสู่ออสเตรเลีย เราทำได้ อย่างที่เราเคยทำมาแล้วในงานรณรงค์ก่อน ๆ ฉะนั้น “อย่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่า”

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดของปีนี้ เพราะโลกของเราไม่ปลอดภัยแน่ ๆ ด้วยการประชุมแค่เพียง 1 ครั้ง ใน 10 เดือน  เราต้องปกป้องโลกอย่างเร่งด่วน และเราสามารถทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริง ด้วยการหยุดยั้งผู้ที่จ้องจะทำลายดาวเคราะห์สีน้ำเงินของเราและหันมาร่วมมือกันปฏิวัติพลังงาน อย่าลืมว่าเราสามารถผลักดันการประชุมให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ได้

ร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงกับเรา หยุดการขุดเจาะน้ำมันในภูมิภาคอาร์กติก