เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โอบามา ของสหรัฐอเมริกาได้แถลงการณ์จัดตั้งเขตคุ้มครองทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก และไม่กี่วันถัดมา รัฐบาลจากประเทศต่างๆทั่วโลกได้เข้าร่วมประชุมที่องค์การสหประชาชาติในนครนิวยอร์ค เพื่อจัดทำสนธิสัญญาใหม่ที่จะปกป้องมหาสมุทรของเรา ถือเป็นข่าวดีอย่างมากสำหรับโลกใบนี้

ปัจจุบันพื้นที่สองในสามของมหาสมุทรอยู่นอกอาณาเขตประเทศ หรือที่เรียกว่า “น่านน้ำสากล” ซึ่งบริเวณนี้มีกฎหมายการจัดการการคุ้มครองที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความเสียหายในมหาสมุทร แต่ข่าวดีก็คือ ขณะนี้รัฐบาลของเรากำลังจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่า เราอาจกำลังอยู่ในจังหวะก้าวที่สำคัญที่จะนำไปสู่การฟื้นคืนทางทะเลของเรา

ฉันเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้เข้าร่วมการประชุมขององค์การสหประชาชาติครั้งนี้ พร้อมกับเพื่อนร่วมงาน ตัวแทนจากกลุ่ม องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและรัฐบาลต่างๆ พวกเรากำลังต่อสู้เพื่อให้เกิดการจัดตั้งเขตคุ้มครองทางทะเลหลายแห่ง ที่มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด อย่างเช่น ปลา ฉลาม และเต่าทะเล

นี่คือ 3 เหตุผลหลักที่เราต้องมีเขตคุ้มครองทางทะเล!

สิ่งมีชีวิตทางทะเลหลากหลายสายพันธุ์สามารถพบได้ในเขตคุ้มครองทางทะเล แถบ Sylter Aussenriff ในทะเลเหนือ

1. ยิ่งมีเขตคุ้มครองทางทะเลมากเท่าไหร่ ย่อมหมายถึงมีสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่มากขึ้น

รายงานต่างๆได้แสดงให้เห็นว่า ทั้งปริมาณและขนาดของมวลชีวภาพของสัตว์และพืช ในเขตคุ้มครองทางทะเล หรือที่เรียกว่าเขตคุ้มครองที่ห้ามแสวงหาผลประโยชน์ เพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า และยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์ทะเลสายพันธุ์ต่างๆที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เช่น วาฬ และเต่าทะเล นอกจากนี้ การตั้งพื้นที่คุ้มครองทางทะเลยังช่วยปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณนั้นๆด้วย

2. ปลาเยอะ รายได้ก็ดีขึ้น

นักวิทยาศาสตร์หลายท่านเผยว่า เขตคุ้มครองทางทะเลสามารถส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ที่ได้เข้าร่วมในการสอบสวนที่จัดขึ้นโดย National Geographic พบว่า การมีเขตคุ้มครองทางทะเลช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว และยังส่งผลดีกับการประมงในพื้นที่ภายนอกเขตอีกด้วย ค่าดำเนินการพัฒนาในขั้นต้นจะคืนทุนได้หมดภายในระยะเวลาอย่างสั้นเพียงห้าปีเท่านั้น

ตัวอย่างเมื่อไม่นานมานี้จากปาเลา, สหราชอาณาจักร, ชิลี, นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา ได้พิสูจน์แล้วว่า การจัดตั้งพื้นที่คุ้มครอง โดยไม่ให้มีการทำอุตสาหกรรมที่นำทรัพยากรจากทะเลขึ้นมาใช้ เช่น การประมง การทำเหมือง และการสำรวจน้ำมัน เป็นเรื่องที่ทางรัฐสามารถทำให้เกิดขึ้นได้

มีความเป็นไปได้ว่า การจัดตั้งเขตคุ้มครองในทะเลหลวง จะส่งผลให้เกิดการกระจายสัดส่วนของทรัพยากรทางทะเลที่จะเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น ที่ๆประเทศริมชายฝั่ง ซึ่งรวมทั้งประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศสามารถได้รับผลประโยชน์ด้วยเช่นเดียวกัน

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เกาะลันตาใหญ่ จังหวัดกระบี่ ประเทศไทย นี่แหล่ะที่เป็นเหตุว่าทำไมเราถึงต้องการพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อที่จะอนุรักษ์แนวปะการังและปลาสวยๆเหล่านี้ไว้

3. เขตคุ้มครองทางทะเลช่วยป้องกันเราจากผลกระทบต่างๆจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้

เขตอนุรักษ์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของมหาสมุทรต่อผลกระทบต่างๆจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการเป็นกรดในมหาสมุทร เกินครึ่งของก๊าซคาร์บอนที่สะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตนั้นถูกเก็บอยู่ในสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล! พื้นที่ลุ่มน้ำเค็ม ป่าชายเลน สาหร่าย และหญ้าทะเล ต่างมีการเก็บสะสมคาร์บอนไว้ ซึ่งทั้งหมดสามารถบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้

“อาร์กติกมีค่า ช่วยปกป้องมันเถอะ” ข้อความในโปสการ์ดจากสหราชอาณาจักรที่มอบไว้ให้แก่สถานทูตนอร์เวย์ เพื่อสนับสนุนการจัดตั้งเขตคุ้มครองในมหาสมุทรอาร์กติก

ก้าวต่อไป

ที่องค์การสหประชาชาติยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากในหลายปีต่อจากนี้ เพื่อให้ข้อตกลงมีความสมบูรณ์และเข้มแข็งมากที่สุดเท่าที่ควรจะเป็น

มีพื้นที่ในน่านน้ำสากลเพียงร้อยละ 1 หรือน้อยกว่า ที่ได้รับการคุ้มครองอยู่ในขณะนี้ แต่นักวิทยาศาสตร์ต่างพูดว่าเราต้องมีอีกร้อยละ 30 หรือมากกว่านั้น โดยการสร้างเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองทางทะเลที่เชื่อมถึงกันทั้งโลก โดยเฉพาะถ้าหากเราต้องการหยุดการสูญเสียสิ่งมีชีวิตทางทะเล ทำให้ประชากรปลาอุดมสมบูรณ์ และเพิ่มความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประเมินด้านมหาสมุทรขององค์การสหประชาชาติ (UN Oceans Assessment) ได้ชี้ให้เห็นว่า การปฏิบัติอย่างเร่งด่วนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพื่อปกป้องมหาสมุทรของเราจากความท้าทายที่กำลังเผชิญอยู่ รัฐบาลหลายแห่งได้ให้พันธะสัญญาว่าจะปกป้องพื้นที่ชายฝั่งและมหาสมุทรของตนให้ได้ร้อยละ 10 ภายในปี 2563 นี่จะเป็นก้าวแรกไปในทิศทางที่ถูกต้อง ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ยังอยู่ห่างไกลเป้าหมายนี้ เพราะฉะนั้น กรีนพีซจึงเข้าร่วมการประชุมที่นครนิวยอร์ค เพื่อทำให้เรามีกฎระเบียบที่แน่นอนสำหรับการจัดตั้งเขตคุ้มครองทางทะเลเหล่านี้ และเพื่อการปกป้องคุ้มครองมหาสมุทรของเรา

Magnus Eckeskog ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ Nordic