บนเส้นทางการต่อสู้ 4 ปี เพื่อคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ได้ปักธงแห่งความสำเร็จชิ้นสำคัญ หลังจากการต่อสู้ด้วยการ "อดอาหาร" 14 วัน เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา จากถนนหน้ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาสู่หน้าประตูทำเนียบ หลังจากนั้นเป็นเวลา 6 เดือนเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน รวมถึงชาวไทยและนักท่องเที่ยวที่ร่วมกันเป็นพลังคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ ก็ได้รับฟังข่าวดี เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 393/2558 แต่งตั้ง “คณะกรรมการศึกษาการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่”  ด้วยเหตุผลว่า เป็นโครงการที่มีผลกระทบในวงกว้าง สมควรมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลอันนำไปสู่การดำเนินโครงการที่มีความสมบูรณ์ และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2558

“คณะกรรมการศึกษาการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่”  คือ 1 ใน 3 ข้อเรียกร้องของเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน โดยข้อเรียกร้องทั้ง 3 ได้รับคำตอบจากรัฐบาลดังต่อไปนี้

ข้อเรียกร้องที่ 1. ขอให้มีการชะลอกระบวนการพิจารณารายงาน EIA และ EHIA ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว

คำตอบ: ท่านนายกรัฐมนตรี มีเจตจำนงว่า “ต้องชะลอกระบวนการพิจาณารายงานดังกล่าว จนกว่าจะมีข้อสรุปจากการทำงานของคณะกรรมการแผนพลังงานหมุนเวียนกระบี่ ตามข้อที่ 3”

ข้อเรียกร้องที่ 2. ขอให้มีการชะลอการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วออกไป จนกว่าจะได้ข้อสรุปของกระบวนการพิจารณา EHIA และ EIA ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และได้รับการเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรี

คำตอบ: ทางที่ปรึกษาของท่านนายกรัฐมนตรียืนยันชัดเจนถึงเจตจำนงของท่านนายกฯว่า “หากกระบวนการทั้งหมดของ EHIA และ EIA ไม่เสร็จสิ้นและมีผลบังคับตามกฎหมาย จะดำเนินการเปิดประมูลโครงการฯดังกล่าวไม่ได้อย่างเด็ดขาด” ทั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยยังเปิดประมูลตามแผนไปเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยเงื่อนไขที่ว่า การเปิดประมูลครั้งนี้ จะไม่มีการลงนามสัญญาและไม่มีผลผูกพันต่อประเทศไทย จนกว่ากระบวนการการพิจารณาอนุมัติโครงการได้ดำเนินการเสร็จสิ้นและเป็นที่ยุติตามข้อที่ 3

ข้อเรียกร้องที่ 3. การจัดตั้งคณะกรรมการพลังงานหมุนเวียนกระบี่ เพื่อพิจารณาศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อผลักดันให้จังหวัดกระบี่ก้าวสู่ การเป็นจังหวัดที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100%

คำตอบ: ท่านนายกรัฐมนตรี มีเจตจำนง ในการแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวด้วยตนเอง โดยให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการฯ จากทุกภาคส่วนขึ้นมาให้เร็วที่สุด

ขณะนี้กระบวนการการจัดตั้งคณะกรรมการตามข้อที่ 3 ซึ่งมาจากตัวแทนของประชาชนในพื้นที่และนักวิชาการ ตัวแทนจากภาครัฐ และตัวแทนจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ฯพณฯนายกรัฐมนตรีลงนามได้แต่งตั้งรายชื่อคณะกรรมการ 3 ฝ่ายตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 393/2558 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จังหวัดกระบี่ คำสั่ง ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2558

หลังจากนี้การต่อสู้ครั้งสำคัญในการยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ที่เรายังคงต้องติดตามกันต่อไป จนกว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ที่จะมาคุกคามความสวยงามและอุดมสมบูรณ์ของเมืองท่องเที่ยวแห่งอันดามันนี้ จะได้รับการยกเลิกอย่างถาวร