เนื่องจากหนทางการประท้วงและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ถูกควบคุมไว้อย่างเข้มงวด ศิลปินชาวจีนหลายท่านกำลังหาช่องทางที่สร้างสรรค์กว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆ เพื่อบอกเล่าความไม่พอใจเกี่ยวกับสภาพมลพิษทางอากาศที่น่าตกใจในเมืองต่างๆของพวกเขา

ไม่ยากเลยที่จะเห็นว่าทำไม เมื่อปลายปี 2559 พื้นที่หนึ่งของประเทศจีน ที่มีขนาดเท่ากับประเทศสเปนและโปรตุเกสรวมกัน ต้องอยู่ภายใต้หมอกควันเป็นเวลา 5 วัน ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของโรคทางระบบหายใจ การยกเลิกเที่ยวบิน และความตื่นตระหนก จนผู้คนบางกลุ่มต้องอพยพออกจากในเมืองนั้น

ปี 2560 เริ่มต้นด้วยมลพิษทางอากาศที่ยาวนานที่สุดในศตวรรษ

หลายฤดูหนาวที่ต้องอยู่ภายใต้กลุ่มหมอกควันที่ดูไม่มีที่สิ้นสุด ได้จุดประกายงานศิลปะที่สร้างสรรค์ดีๆมากมาย นี่คือศิลปินทั้ง 5 ท่าน ที่ได้คิดค้นหนทางพิเศษในการเล่าถึงมลพิษทางอากาศ

นัท บราเธอร์: อิฐจากควัน (Smog Bricks)

เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2558 ตอนที่คุณภาพอากาศของปักกิ่งย่ำแย่ถึงขนาดจุดสัญญาณเตือนสีแดงครั้งแรกได้ ศิลปินท่านหนึ่งได้ใช้เครื่องมือที่น่าสนใจมากชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ เครื่องดูดฝุ่นขนาดใหญ่

กว่า 100 วัน ที่นัท บราเธอร์ได้เดินท่องไปในปักกิ่ง พร้อมกับดูดความหนาแน่นของอากาศเข้าไป เมื่อเสร็จเรียบร้อย เขาผสมมลพิษที่สะสมมาเข้ากับโคลน และบีบอัดมันจนกลายเป็นก้อนอิฐ ขนาดประมาณอิฐก่อสร้าง นัท บราเธอร์และอิฐจากควันของพวกเขาได้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างรวดเร็ว ด้วยความแปลกของชิ้นงานที่แสดงให้โลกเห็นถึงสัญลักษณ์ใหม่ที่สำคัญของการต่อสู้หมอกควัน

บางรายงานได้กล่าวว่า เขาวางแผนที่จะนำอิฐจากควัน มานำเสนอใหม่ โดยเสนอให้เหล่าเขตก่อสร้างต่างๆ คล้ายกับการปล่อยสัตว์คืนสู่ป่า นัท บราเธอร์ ยังมีข้อความอันน่าสะเทือนใจฝากไว้ด้วยอีกว่า “เมื่อวันที่เราใช้ทรัพยากรโลกจนหมด เราเองนั่นละ ที่จะกลายเป็นผุยผง”

ชายล่องหน: เสื้อคลุมหมอกควัน (Smog Vest)

หลิว โปลิน ศิลปินผู้มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถในการพรางตัวให้เข้ากับพื้นหลัง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดๆก็แล้วแต่ จนกระทั่งช่วงสัญญานเตือนสีแดงของปักกิ่งครั้งที่สาม เมื่อธันวาคม ปี 2559 เขากลับเลือกที่จะปรากฏตัวให้เห็นได้อย่างเด่นชัด

หลิวสวมหน้ากากและเสื้อจราจรสะท้อนแสง พร้อมกับติดโทรศัพท์ 24 เครื่องไว้ที่ลำตัว และได้ถ่ายทอดสดทิวทัศน์เมืองที่เต็มไปด้วยหมอกควันในขณะที่เดินไปตามถนนต่างๆ ศิลปินและนักปั้นผู้เคยให้คำอธิบายคุณภาพอากาศของจีนไว้ว่าเป็น “หายนะ” ได้รับความสนใจไปทั่วโลกจากผลงานชุด ‘ซ่อนตัวในเมือง’ ของเขา และได้เชิญให้เข้าร่วมถ่ายแบบให้กับแคมเปญแฟชั่น ที่จัดโดย แอนนี่ ลีโบวิทซ์

เหวิน ฟาง: Maskbook

ความหมดหวังจากเรื่องมลพิษในอากาศในประเทศจีน รวมทั้งความกังวลถึงสุขภาพลูกของเธอ ศิลปินจากปักกิ่ง ชื่อ เหวิน ฟาง ต่อสู้กับสถานการณ์ด้วยวิธีเดียวที่เธอทำได้ คือผ่านงานศิลปะ

เธอได้เข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับภูมิอากาศระดับโลก หรือ Maskbook ซึ่งเป็นชุดรูปภาพที่ใช้หน้ากากกันมลพิษ สัญลักษณ์ที่แสดงถึงความหวาดกลัวที่คนเมืองชาวจีนกำลังเผชิญอยู่ นำมาเปลี่ยนเป็นผลงานศิลปะ

Greenpeace/ Chu Chu

ชื่อผลงานนี้มาจากมุขล้อเลียน Facebook ของชาวจีนที่ว่า “เนื่องจากในประเทศจีน เราต่างสวมหน้ากากเพื่อป้องกันมลพิษ Facebook สำหรับเราจึงควรเปลี่ยนชื่อเป็น Maskbook มากกว่า”

ผู้ร่วมโครงการจากทั่วโลก รวมกันกว่า 1,500 ราย ต่างคนต่างออกแบบหน้ากากที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง

“ในความคิดของฉัน ความร่วมมือจากรายบุคคลเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สิ่งที่พิเศษสำหรับ Maskbook คือมันมาจากคนทั่วไป จากหลายเชื้อชาติและหลายประเทศ” เหวิน ฟาง กล่าว

จาง หลิงหลิง: น้ำหอมหมอกควัน (Smog Perfume)

เราต่างรู้ว่ามลภาวะในอากาศหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เราจะรู้จริงได้อย่างไร หากเราไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้น กลิ่นสามารถเป็นตัวทำให้รำลึกถึงเหตุการณืต่างๆได้อย่างดีเยี่ยมอย่างหนึ่ง จากที่ จาง หลิงหลิง ได้เรียนรู้จากการพูดคุยกับผู้คนเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้ชีวิตท่ามกลางหมอกควัน และจากการได้ยินคำอธิบายลักษณะกลิ่นของหมอกควันของพวกเขา

เมื่อรู้อย่างนั้น เธอได้ร่วมงานกับเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อสร้าง ‘น้ำหอมหมอกควัน’ ชิ้นแรกขึ้น กลิ่นซึ่งคล้ายกับไข่ ปลาเน่า และแอลกอฮอลล์ที่กำลังเผาไหม้ ตามคำอธิบายของผู้ที่ทดลองดม

การสร้างน้ำหอมนี้ขึ้นมาและทดลองกับสาธารณะชนทั่วไปในเซี่ยงไฮ้ จางต้องการจะทำให้ผู้คนตระหนักว่า มลภาวะทางอากาศเป็นปัญหาต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าเราจะมองไม่เห็นมันก็ตาม

คง หนิง: แต่งงานกับท้องฟ้าสีฟ้า (Marry the Blue Sky)

เมื่อวิกฤตมลพิษทางอากาศเริ่มขึ้น คุณจะสามารถพบศิลปินชาวปักกิ่ง คง หนิง ได้ตามสถานที่สำคัญในเมือง หรือตามถนนหนทางต่างๆ ในชุดสะดุดตาของเธอ ที่เธอทำขึ้นเอง

เครดิตรูปภาพ: chinafotopress

เมื่อธันวาคม ปี 2558 เธอออกไปข้างนอกพร้อมกับสวมชุดเจ้าสาวที่เต็มไปด้วยหน้ากากป้องกันมลพิษที่ติดไว้รอบตัว ดึงดูดความสนใจจากคนปักกิ่ง ให้หันไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะ แทนการใช้รถส่วนตัวที่จะมีส่วนทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศ ปีก่อนหน้า เธอถูกถ่ายภาพที่บริเวณหน้าศูนย์การจัดแสดงปักกิ่ง ในชุดแต่งงานอีกชุดหนึ่งที่มีชายกระโปรงยาวถึง 10 เมตร ในชื่อว่า “แต่งงานกับท้องฟ้า (Marry the Sky)”

ชุดที่เป็นจุดเด่นที่สุดของเธอนั้น ถูกตัดขึ้นเพื่อแสดงการตอบโต้ต่อสัญญานเตือนภัยสีส้มของรัฐบาล เมื่อตอนที่เธอไปปรากฏตัวที่หอกลองของปักกิ่งในชุดซึ่งเต็มไปด้วยโคนสีส้มสด

กลยุทธ์ของคง หนิง มาจากความคิดที่ว่า “มนุษย์นั้นคือคู่ครองของธรรมชาติ เราจำเป็นจะต้องแสดงให้เห็นว่าเรารักสิ่งแวดล้อม”

เขียนโดย แอนนา แมคเกิร์ค บรรณาธิการ กรีนพีซเอเชียตะวันออก


 ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่