แม้ปี 2559 กำลังใกล้จะสิ้นสุดลง แต่งานปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่เคยมีวันสิ้นสุด ด้วยพลังจากคุณและจากทุก ๆ คนทั่วทุกมุมโลก เราจึงสามารถเดินหน้ารณรงค์ปกป้องสิ่งแวดล้อมและประสบความสำเร็จได้ในปีนี้ ทุกสิ่งที่คุณทำ คือสิ่งที่คุณร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง ขอขอบคุณจากใจค่ะ

และนี่คือไฮไลท์สำคัญกับความสำเร็จในงานรณรงค์ของเราที่เกิดขึ้นในปีนี้

1. ดับฝันดั๊บเบิ้ล เอ รอบ 3 ตีกลับ EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อน

เมื่อเดือนมกราคม บริษัทดั๊บเบิ้ล เอ พยายามผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา กำลังการผลิตขนาด 600 เมกะวัตต์ ทั้งที่ยังไม่สามารถแก้ไขเยียวยาปัญหากรณีการพบสารปนเปื้อนสารปรอทจากแหล่งโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงผลิตเยื่อกระดาษของบริษัทดั๊บเบิ้ลเอ ในตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี แต่ฝันต้องสลายเมื่อรายงาน EHIA ไม่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เป็นครั้งที่สามแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากพลังของ 45 เครือข่าย และพลังเสียงกว่า 10,000 เสียง 

อ่านเพิ่มเติม

2. S.O.S รัฐต้องแก้ปัญหาประมงให้ถูกจุด เรือเล็กต้องออกจากฝั่ง

เดือนเมษายน ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวประมงกว่า 200 คน จากเครือข่ายประมงพื้นบ้านทั่วประเทศร่วมกันส่งสัญญาณ SOS ถึงวิกฤตประมงของประเทศไทยส่งสารไปถึงรัฐบาลไทยเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงมือแก้ไขปัญหาการจัดการประมง การแก้ปัญหาใบเหลืองอียูที่ผิดจุด ส่งผลกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้านในหลายมาตรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 34 ที่ห้ามเรือเล็กออกจากฝั่ง และมาตรา 10 ที่ห้ามเรือไม่ได้จดทะเบียนออกทำประมง ซึ่งไม่เคยมีการเปิดให้เรือเล็กจดทะเบียนพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านคือผู้ที่ทำการประมงอย่างอนุรักษ์ฟื้นฟู และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้เกิดการรวมพลังครั้งใหญ่ของชาวประมงผู้อนุรักษ์และฟื้นฟูท้องทะเล ที่เอื้อประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งต่อชุมชน ต่อทะเล และต่อผู้บริโภค

อ่านเพิ่มเติม

3. 500 พลังเติมต้นไม้ในป่าว่าง ฟื้นฟูป่าต้นน้ำเชียงดาว

เดือนมิถุนายน ประชาชนราว 500 คน มาลงแรงลงพลังร่วมกันฟื้นฟูป่าต้นน้ำดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่ส่วนหนึ่งของป่าต้นน้ำเชียงดาวที่บริเวณป่ากันชนได้ถูกไฟไหม้จนเสียหายหนักจนกระทั่งมองไม่เห็นสิ่งมีชีวิตในดินในเดือนเมษายน คุณนิคม พุทธา  ประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำปิงตอนบน ได้ริเริ่มกิจกรรมเติมต้นไม้ในป่าว่าง เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำเชียงดาวแห่งนี้ร่วมกับเครือข่ายเยาวชน ลุ่มน้ำปิง  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กลุ่ม Big trees และอาสาสมัครกรีนพีซ จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะมีอาสาสมัครมาร่วมงานเพียง 200 คน แต่เช้าวันที่ 4 มิถุนายน 2559 ป่าต้นน้ำเชียงดาวได้ต้อนรับผู้คนกว่า 500 คน การที่อาสาสมัครเข้าไปช่วยซ่อมแซมป่า คือ ส่วนเล็กๆ ที่เข้ามาสนับสนุนให้ธรรมชาติทำงานอย่างเป็นระบบ เนื่องจากธรรมชาติมีประสิทธิภาพในการดูแลและฟื้นฟูตัวเอง มนุษย์มีส่วนเพียงแค่ช่วยเยียวยาเพียงเล็กน้อย สิ่งที่จะเติบโตไปหลังจากนี้อย่างแน่นอน คือ กระแสการเปลี่ยนแปลงเพื่อปกป้องและฟื้นฟูผืนป่าอย่างยั่งยืน เพื่อรักษาแหล่งน้ำ อากาศบริสุทธิ์ ความมั่นคงทางอาหาร และความหลากหลายทางชีวภาพอันเป็นสมบัติอันล้ำค่าของประเทศไทย

อ่านเพิ่มเติม ติดตามการซ่อมแซมป่าได้ที่นี่

4. การรวมตัวกันของสมัชชาแม่น้ำ ค้านทางเลียบบนเจ้าพระยา 14,000 ล้าน

อีกหนึ่งการรวมตัวของพลังประชาชนครั้งใหญ่ในกระแสสิ่งแวดล้อมไทย คือ การคัดค้านโครงการทางเลียบบนเจ้าพระยา 14,000 ล้าน ที่ได้ประโยชน์ไม่คุ้มเสีย แม้แต่ชุมชนริมแม่น้ำกว่า 30 ชุมชนเองก็ยังไม่รู้รายละเอียดดีพอ ในเวลาที่เหลือเพียงไม่กี่เดือน (กำหนดก่อสร้างเดือนมกราคม 2560) ไม่ใช่แค่เพียงผลกระทบทางกายภาพเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ มีความกังวลว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อชุมชนริมน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ริมน้ำถึง 33 ชุมชน และ 9 ชุมชนที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกไล่รื้อ โดยที่ชุมชนไม่มีสิทธิในการเลือกตัดสินใจในกระบวนการดำเนินโยบายของรัฐอย่างแท้จริง  นี่คือที่มาของการรวมตัวกันของเครือข่ายของสมัชชาแม่น้ำ (RA : The River Assembly) ซึ่งประกอบด้วยมากกว่า 40 องค์กร (และกำลังเพิ่มจำนวนขึ้น)14 ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา บุคคลทั่วไปอีกร่วม 200 รายชื่อ  และอีกกว่า 20,000 พลังเสียงที่ร่วมลงชื่อรณรงค์ใน change.org ด้วยเจตนาบริสุทธิ์เพื่อประโยชน์สาธารณะของลุ่มน้ำ เรียกร้องให้ยุติโครงการที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมนี้

อ่านเพิ่มเติมที่นี่

และที่นี่

5. เยาวชนกรีนพีซ จำนวนกว่า 50 คน ร่วมเก็บขยะบนชายหาดบางแสน

เดือนสิงหาคม เทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี และอาสาสมัครเยาวชนกรีนพีซกว่า 50 คน ได้ร่วมมือร่วมใจกันเก็บขยะบนชายหาดบางแสน ในกิจกรรม Greenpeace Youth Wavemakers  ตอน  Clean Up the Ocean เพื่อทำความสะอาดชายหาดบางแสน และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ถึงปัญหาขยะและผลกระทบกับระบบนิเวศทางทะเล  ข้อมูลจากเทศบาลแสนสุขพบว่า ขยะหาดบางแสน จะแบ่งออกเป็น 2 อย่าง ก็คือ ขยะที่อยู่บนหาดทรายซึ่งพัดขึ้นมาจากทะเล ประกอบกับขยะจากนักท่องเที่ยวที่ทิ้งไว้บนหาดเฉลี่ยวันละ 6 ตัน และขยะที่อยู่ในถังขยะบริเวณหาด ซึ่งในส่วนนี้มีมากถึงเฉลี่ยวันละ 14 ตัน การแยกขยะหรือเก็บขยะเช่นนี้ ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น ทางออกและสิ่งที่จะทำให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ควรเริ่มตั้งแต่ต้นทางที่ตัวเรา ซึ่งนั่นก็คือ ลดการสร้างขยะ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ และการเก็บขยะที่ภูเก็ตที่นี่

6. โครงการเขื่อนยักษ์ที่ป่าอะเมซอนถูกยกเลิก

หนึ่งข่าวดีที่สุดแห่งปี โครงการเขื่อนยักษ์ São Luiz do Tapajós (SLT)  ที่วางแผนไว้ว่าจะสร้างขึ้นที่ใจกลางผืนป่าอเมซอน บนแม่น้ำทาปาโฮช ได้ถูกยกเลิก! โดยหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลบราซิล (IBAMA) ได้ออกมาประกาศยกเลิกการดำเนินงานของโครงการเขื่อนนี้เอง ผู้คนกว่า 1.2 ล้านคนทั่วโลก ได้ยืนหยัดร่วมกับชนพื้นเมืองมูนดูรูกุยุติโครงการเขื่อนขนาดยักษ์ที่จะทำลายผืนป่าอะเมซอนนี้ รวมถึงได้ร่วมกันออกมาส่งสารถึงบริษัท Siemens หนึ่งในบริษัทผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ (ซึ่งหนึ่งในนั้นยังมีนักกิจกรรมจากประเทศไทยด้วย) บราซิลมีทางออกอื่นที่ดีกว่า คือภาครัฐควรมุ่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และหันมาเป็นผู้นำของโลกในด้านพลังงานลมและแสงอาทิตย์

อ่านเพิ่มเติม

7. นักวิ่งกว่า 800 คนร่วมวิ่งรณรงค์ขออากาศดีคืนมา ที่เชียงใหม่

เดือนกันยายน เราได้เห็นพลังจากงานมาราธอนอีกครั้ง กับงานวิ่งรณรงค์ “Run for Clean Air ขออากาศดีคืนมา” สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ที่นักวิ่งกว่า 800 คน มารวมตัวกันแต่เช้าตรู่ เพื่อออกวิ่งท่ามกลางอากาศดี ๆ ของเชียงใหม่ เพื่อรณรงค์ปกป้องอากาศบริสุทธิ์และสุขภาพของเรา อย่างน้อยพลังเหล่านี้ คือ เสียงหนึ่งเปล่งออกมาว่า เราต้องการให้เชียงใหม่มีอากาศดี ไม่ถูกคุกคามจากมลพิษทางอากาศอย่างฝุ่นพิษ PM2.5 นางสาวจริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า “มลพิษทางอากาศเพิ่มสูงขึ้นในเขตเมืองอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง PM2.5ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้ ดังนั้น กรมควบคุมมลพิษต้องนำค่าเฉลี่ย PM 2.5 มาคำนวณในการวัดดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย เพื่อสะท้อนคุณภาพอากาศที่แท้จริงเพราะประชาชนมีสิทธิเข้าถึงอากาศสะอาดและการป้องกันตัวเองจากมลพิษทางอากาศซึ่งมาจากสิทธิขั้นพื้นฐานการรับข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน”

อ่านเพิ่มเติม

 

8. ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา เสริมความเข้มแข็งของชุมชน

เดือนตุลาคม กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอ่างลำพอกและโบราณสถาน อาสาสมัครชุมชน กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุมชนตำบลยาง สมัชชาคนจนกรณีเขื่อนปากมูล เครือข่ายติดตามโลกร้อน (Climate Watch Thailand) และอาสาสมัครกรีนพีซ กว่า 60คน ร่วมเรียนรู้และติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์บนหลังคาหรือโซลาร์รูฟท็อป ระบบอินเวอร์เตอร์ไฮบริด 5 กิโลวัตต์ ขนาดกำลังกระแสไฟฟ้า 1.8 กิโลวัตต์ ที่ศูนย์กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอ่างลำพอกและโบราณสถาน ตำบลยาง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ศูนย์ฯ นี้ จะเป็นศูนย์การเรียนรู้ร่วมกันของคนที่ต้องการเดินหน้าและสร้างการเปลี่ยนแปลงไปสู่อนาคตการพัฒนาพลังงานที่สะอาด ปลอดภัย และยั่งยืน ทั้งนี้กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของศูนย์ฯ จะตอกย้ำให้เห็นว่าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถใช้ได้จริงและตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าขั้นพื้นฐานได้

อ่านเพิ่มเติม

9. ประชาชน “ภาวนา” ขอให้ “ยุติ” โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

ในเดือนธันวาคม การต่อสู้เพื่อยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ของภาคประชาชนในนามเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ในที่สุดต้องมาถึงขั้นที่ประชาชนต้องออกมา “ภาวนา” เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรักษาคำมั่นที่ให้ไว้ และผลักดันให้กระบี่เดินหน้าพลังงานหมุนเวียนเต็มร้อยตามศักยภาพที่มีภายในเวลา 3 ปี

ก่อนหน้านี้เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินได้ขับเคลื่อนเรียกร้องต่อรัฐบาลหลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นทวงคืนพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ จากการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เพิกเฉยไม่ต่ออายุพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่เป็นเวลา 3 ปี ไปจนถึงการทวงคำสัญญา "3 ปีกระบี่พลังงานหมุนเวียนเต็มร้อย"จากนายกฯ  ซึ่งก็ไร้คำตอบที่ชัดเจนจากภาครัฐ จนกระทั่งในที่สุดทางเครือข่ายจำเป็นต้องออกมานั่ง “ภาวนา” เพื่อขอให้รัฐบาล “ยุติ” โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ไม่ใช่เพียงการชะลอ และการต่อสู้เพื่อยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ก็ยังคงดำเนินต่อไป

อ่านเพิ่มเติม

แม้ว่าการต่อสู้เพื่อปกป้องมหาสมุทร แม่น้ำ สภาพภูมิอากาศ เกษตรกรรมเชิงนิเวศ และป่าไม้ ยังดำเนินต่อไปในปีหน้า แต่เราก็ได้เห็นแล้วว่าพลังของเราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ หลายโครงการที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและชุมชนได้ถูกหยุด หรือชะลอ หลายพื้นที่สิ่งแวดล้อมได้รับการฟื้นฟูด้วยพลังของพวกเราทุกคน เป็นความหวังที่สดใสว่า อนาคตที่น่าอยู่และยั่งยืนไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ปี 2560 นี้ จะต้องเป็นปีที่ดีสำหรับโลกของเรา


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่