การคัดค้านโครงการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียมรอบบริเวณเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า


ในนามของพี่น้องชาวเกาะสมุยและเกาะเพื่อนบ้านโดยรอบขอต้อนรับนักสู้สายรุ้ง Rainbow Warrior ที่ได้กลับมาเยือนเกาะสมุยอีกวาระหนึ่ง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้รับรู้ถึงบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของ Greenpeace ในการปกป้องและเกื้อกูลต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และเพื่อนมนุษย์ให้สามารถดารงอยู่อย่างสมดุลและยั่งยืน ในท่ามกลางความรุนแรงของปัญหาการคุกคามของมนุษย์ที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และแม้แต่ต่อมนุษย์ด้วยกันเองที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ผลแห่งการคุกคาม หรืออีกนัยยะหนึ่งคือ “การพัฒนาที่ขาดความเป็นธรรม” ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษยชาติอย่าง รุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนนามาซึ่งภาวะโลกร้อน ดังจะเห็นได้จากพายุที่รุนแรง น้ำท่วม ความแห้งแล้ง แผ่นดินไหว ความอดอยากหิวโหยรวมทั้งความขัดแย้งได้เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ทั้งทางเชื้อชาติศาสนา และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ปัญหายาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติล้วนแล้วแต่เกิดจากการพัฒนาที่ขาดความเป็นธรรมทั้งสิ้น

ในภาคใต้ของประเทศไทยโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล เซ้าเทิร์นซีบอร์ด(Southern Seaboard) เช่นโรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงถลุงเหล็ก นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ก็กาลังจะเป็นปัญหาที่คุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพทั้งทางทะเล และบนบกตลอดจนวิถีชีวิตชุมชนและความเป็นธรรม รวมทั้งศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของผู้คนในสังคมจำนวนมาก

เช่นเดียวกับเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า หมู่เกาะอ่างทอง และหมู่เกาะทะเลใต้ เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ทำรายได้จากการท่องเที่ยวปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลจึงเป็นแหล่งประมง และอาหารทางทะเลที่สาคัญต่อความมั่นคงทางอาหารที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศก็กำลัง ถูกคุกคามจากโครงการขุดเจาะสำรวจและผลิตปิโตรเลียมบริเวณโดยรอบเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า  หากโครงการขุดเจาะปิโตรเลียมดังกล่าว สามารถดำเนินการได้ในบริเวณที่ได้รับสัมปทานไว้ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตชุมชนและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ

การมาเยือนเกาะสมุยของเรือ Rainbow Warrior ในครั้งที่ 2 นี้จึงเป็นกำลังใจอันสาคัญยิ่งของผู้รักความเป็นธรรมทั้งในเกาะ และคนไทยทั่วไป ที่จะร่วมกันต่อสู้คัดค้านการกระทำของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ขาดการพิจารณาอย่างรอบด้านและเป็นธรรม มีการปฏิบัติที่ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญในมาตรา 67 วรรค 2 ที่ได้อนุมัติให้มีการขุดเจาะสำรวจในพื้นที่สัมปทานใกล้กับเกาะทั้ง 3 ดังนั้น เพื่อเป็นการย้ำเตือนต่อรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง พวกข้าพเจ้าทั้งหลาย จึงขอร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ให้พี่น้องคนไทยที่รักความเป็นธรรมได้รับรู้ว่า

1. เราจะร่วมกันปกป้องรักษาแหล่งทรัพยากรที่มีค่ายิ่งแห่งนี้อย่างถึงที่สุด และจะกระทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ผู้รักความเป็นธรรมทั่วประเทศและทั่วโลกได้รับรู้ถึงความไม่เป็นธรรมของรัฐบาลและบริษัทผู้ได้รับสัมปทานที่ได้ละเลยเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของชุมชนที่ต้องการให้รัฐบาลได้ทบทวนยกเลิกสัมปทาน ในแปลง G4/50 ของบริษัทเชฟรอน, G6/48 ของบริษัทเพิร์ลออย(อมตะ), B8/38 ของบริษัทซาลามานเดอร์และ G5/50 ของบริษัทนูคอสตอล เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและความเดือดร้อนของชุมชนที่ดำรงชีพอยู่กับการทำการประมง การเกษตร การค้าขาย และการท่องเที่ยว
 
2. ขอเชิญชวนพี่น้องผู้รักความเป็นธรรมทุกท่านทั่วประเทศร่วมเป็นโจทย์ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กลางร่วมกับสมาคมต่อต้านโลกร้อน เทศบาลเมืองเกาะสมุย และเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยเพื่อขอรับการคุ้มครองตามสิทธิชุมชนในรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 077-236205 (ที่ทำการชั่วคราวของเครือข่ายรักษ์อ่าวไทย) ทั้งนี้ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้

3.เพื่อศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เราจะร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพี่น้องในภาคใต้ที่ได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ จะร่วมกันปกป้องดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ตกทอดถึงเยาวชนลูกหลานและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

เครือข่ายรักษ์อ่าวไทยขอขอบคุณการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ของเรือเรนโบว์วอร์ริเออร์ พี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนทุกสำนัก ที่ต่างปรารถนาสร้างความเป็นธรรม และความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในชาติบ้านเมืองของเราและหวังว่าด้วยเจตนารมย์อันบริสุทธิ์นี้จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลในที่สุด

เครือข่ายรักษ์อ่าวไทย