ทุกๆ วัน คือวันเต่า หากคุณเป็นผู้รณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร

หลังจากที่ผมรู้ว่าวันนี้เป็นวันเต่า ผมก็มีเรื่องราวที่อยากเขียนผุดขึ้นมามากมาย เมื่อเราพูดถึงเต่า คนทั่วไปคงจะนึกถึงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ผมคงไม่ลงรายละเอียดจำแนกว่าแต่ละสายพันธุ์แตกต่างกันออกไปอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น  เต่าบก เต่าน้ำ เต่าชายน้ำ หรือตะพาบน้ำ แต่ในครั้งนี้ผมอยากบอกเล่าถึงเต่าทั้ง 7สายพันธุ์ที่แหวกว่ายอน่างอิสระอยู่ในมหาสมุทร นั่นก็คือ เต่าทะเล

เหตุผลหลักที่เราควรทำความรู้จักกับเต่าให้มากขึ้นในวันนี้ก็คือ เต่าเป็นสิ่งมีชีวิตสง่างามที่ใครๆ ก็หลงรัก และ 6 ใน 7 ของสายพันธุ์เต่าทะเลกำลังใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากถูกมนุษย์คุกคาม ซึ่งถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องร่วมกันรักและปกป้องเต่าเหล่านี้กันมากขึ้นกว่าเดิมลองมาเรียนรู้เต่าทะเลกันนะครับ

เต่าทะเลเป็นนักท่องมหาสมุทรอย่างแท้จริง เต่าเพศเมียจะเดินทางกลับมายังชายหาดที่ตนฟักออกมาจากไข่เพื่อวางไข่ แต่สำหรับเต่าเพศผู้นั้นไม่มีความจำเป็นต้องกลับมายังดินแดนถิ่นฐานบ้านเกิดของตนอีก

เต่าบางสายพันธุ์นั้นสามารถกินอาหารได้หลากหลาย แต่บางสายพันธุ์ก็มีลักษณะการกินอาหารที่เจาะจงลงไป เต่ามะเฟืองชอบกินแมงกระพรุน ขณะที่เต่ากระชอบที่จะกินฟองน้ำทะเลมากกว่า แต่เต่าทั้งสองสายพันธุ์นี้ต่างก็ปรับตัวให้สามารถเคี้ยวกลืนพิษ และหนามของสิ่งมีชีวิตในทะเล เพื่อให้สามารถเอร็ดอร่อยกับอาหารจานโปรดได้อย่างไม่เป็นอันตราย

เต่าหัวฆ้อนมีศีรษะขนาดใหญ่และแข็งแรง เพื่อที่จะสามารถขบเคี้ยวปลาเปลือกแข็งต่างๆ ได้อย่างสบายๆ โดยย้อนไปในยุคของเชคสเปียร์ คำว่า “loggerhead”  นั้นถูกใช้กล่าวถึงคนที่โง่เขลา โดยมีความหมายว่า “คนงี่เง่า” ซึ่งไม่ใช่ความหมายที่ดีสักเท่าไร

เต่าตนุเป็นเต่าทะเลเพียงสายพันธุ์เดียวที่เป็นมังสวิรัติ แต่ในวัยที่พวกมันยังคงเป็นลูกเต่านั้นสามารถกินอาหารได้หลากหลาย และเริ่มที่จะเลือกกินเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นและตัดสินใจว่าการกินเนื้อสัตว์นั้นทำให้พวกมันเป็นฆาตรกร

การ “หงายเต่า” หมายถึงการพลิกเต่าให้หงายท้อง สำหรับเต่าที่กำลังเดินอยู่บนพื้นดินแล้วนี่ถือเป็นปัญหาใหญ่ แต่สำหรับเต่าทะเลแล้วล่ะก็ แค่เหมือนกับการตีกรรเชียงชิลล์ๆ

เต่านินจา หรือ Teenage Mutant Ninja Turtles อาจจะเป็นเต่าน้ำจืด (Terrapin) ดังนั้นชื่อที่แท้จริงของแกงค์เต่านี้น่าจะเป็น Teenage Mutant Ninja Terrapins มากกว่า อืมมม

เต่ามะเฟืองถือเป็นนักทำลายสถิติตัวยง พวกมันสามารถว่ายน้ำไปไกลถึง 10,000 ไมล์ต่อปี เพื่อหาอาหาร ดำน้ำได้ลึกลงไปในมหาสมุทร 1,200 เมตร  และสามารถเดินทางไปได้ไกลจากชิลีถึงอลาสกาเลยทีเดียว พวกมันยังสามารถปรับตัวกับน้ำที่เย็นยะเยือกได้  โดยปรับอุณหภูมิ และอาศัยชั้นไขมันในตัวในการสร้างความอบอุ่น

เต่ามะเฟืองนั้นมีขนาดที่ใหญ่มากกก โดยตัวใหญ่ที่สุดที่เคยได้รับการบันทึกไว้นั้นเป็นเต่าที่เคยขึ้นมาบนชายหาดของประเทศเวลส์ โดยมีความยาว 2.2 เมตร เทียบเท่ากับขนาดของเตียงแบบคู่ และขนาดของเต่ามะเฟืองที่เล็กที่สุดนั้นมีขนาด 60 เซนติเมตร เมื่อโตเต็มวัย

ถึงแม้จะขนาดใหญ่เพียงใดเมื่อโตเต็มวัย แต่เต่ามะเฟืองร่างยักษ์ก็เกิดมาจากไข่ขนาดเล็กเท่าลูกปิงปอง ฝังลึกลงไปในหาดทรายอันอ่อนนุ่ม เต่าแรกเกิดจะต้องออกเดินทางสู่ท้องทะเลอันแสนอันตราย โดยที่จะต้องระวังไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของนักล่า ซึ่งเป็นสิ่งที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยวมากสำหรับสัตว์ตัวน้อยแสนน่ารักนี้

ยามที่แม่เต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่ที่ชายหาดนั้น แม่เต่าอาจจะถูกโจมตีโดยนักล่าที่ไม่ใช่นักล่าตามธรรมชาติเมื่ออยู่ในท้องทะเล ดังเช่น ในอเมริกาใต้นั้นเคยมีผู้พบเห็นเสือจากัวร์ออกหาอาหารตามชายหาด

กระดองของเต่านั้นมีความแข็งแรงราวกับเป็น “โล่ห์” ป้องกันให้กับเต่า ซึ่งคำภาษาอังกฤษก็คือ “scute” ที่แปลว่าโล่ห์นั้น เผชิญคล้องจองกับคำว่า “So cute!” หรือ “น่ารักจังเลย” คำที่ทุกคนต้องพูดออกมาเมื่อพบเห็นลูกเต่านั่นเอง

เต่าทะเลที่กินสาหร่ายนั้นช่วยสร้างสมดุลให้กับแนวปะการัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะในขณะนี้ปะการังกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ส่วนเต่าทะเลที่กินแมงกระพรุนนั้นยังช่วยให้ชายหาดปลอดภัยสำหรับมนุษย์ยิ่งขึ้นด้วย

แต่สำหรับเต่าทะเลแล้ว ถุงพลาสติกที่ดูคล้ายกับแมงกระพรุนนั้น เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด

หากพูดถึงวิธีการอนุรักษ์เต่าทะเล สิ่งพื้นฐานที่เราสามารถทำได้คือ ช่วยกันปกป้องชายหาดที่เต่าทะเลใช้วางไข่ รวมถึงท้องทะเลโดยรอบอันเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย แต่กระนั้น การพัฒนาพื้นที่ชายหาดเพื่อการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมของมนุษย์นั้นยิ่งเป็นสิ่งทำให้เต่าทะเลมีที่อยู่อาศัยน้อยลง และลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วทั่วโลก

ขณะนี้บริเวณชายหาดของบางประเทศที่เคยมีการล่าเต่าเพื่อเอาไข่ เนื้อ และกระดองของเต่านั้นได้เปลี่ยนไปเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้างแล้ว เพราะเช่นเดียวกับวาฬ และสัตว์ชนิดต่างๆ เต่านั้นมีคุณค่าขณะที่ยังมีชีวิตอยู่มากกว่าตอนที่กลายเป็นตำนานไปแล้ว จริงไหม

เต่าเป็นฑูตแห่งท้องทะเลอันแสนวิเศษ และยังเป็นสิ่งบ่งชี้ว่ามนุษย์เรากำลังทำลายท้องทะเลมากน้อยเพียงไร การปกป้องเต่าทะเล หมายถึง การเปลี่ยนแปลงวิธีการประมง  การปกป้องบริเวณที่เป็นแหล่งอาหาร พื้นที่ฟักตัวเจริญพันธุ์ และการเปลี่ยนทัศนคติว่าทะเลและมหาสมุทรเป็นแหล่งทิ้งขยะขนาดใหญ่

ร่วมเรียกร้องกำหนดเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล

ขณะนี้กรีนพีซกำลังเดินหน้ารณรงค์ให้ทั่วโลกร่วมกันเรียกร้องกำหนดพื้นที่ต่างๆ ในมหาสมุทรรวมกันเป็นเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเล เพื่อคุ้มครองสัตว์น้ำและแหล่งที่อยู่อาศัยในทะเลจากการใช้พื้นที่ทำประมง ทำเหมืองแร่ และการทำกิจกรรมใดๆ โดยจะครอบคลุมร้อยละ 40 ของพื้นที่มหาสมุทรทั้งหมดทั่วโลก สิ่งนี้จะเป็นหัวใจสำคัญในการกู้วิกฤติมหาสมุทรและทะเลที่กำลังมีสัตว์น้ำจำนวนน้อยลงอย่างชัดเจนในปัจจุบัน เขตคุ้มครองนี้อาจรวมถึงการอนุรักษ์ชายฝั่งขนาดเล็กต่างๆ ที่ช่วยปกป้องลูกเต่าทะเล และการอนุรักษ์เขตนอกชายฝั่งทะเลในมหาสมุทรที่เต่าทะเลกำลังเสี่ยงต่อการเป็นผลพวงของการประมงแบบทำลายล้างเช่นกัน

ร่วมกันรักษ์เต่า และปกป้องท้องทะเลนะครับ