เคยลองถามตัวเองดูไหมคะว่า ดินแดนพักผ่อนริมทะเลของเรา คือเมืองที่มีแต่อากาศบริสุทธิ์ อาหารอร่อย ทะเลสวย หรือเมืองที่มีแต่สารพิษปนเปื้อนอยู่ทุกหนทุกแห่งจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน 

ฉันเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้กระบี่ สรวงสวรรค์แห่งอันดามันต้องถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ฉันเชื่อว่าคนไทยรักและหวงแหนกระบี่ และฉันเชื่อว่านักท่องเที่ยวที่เคยมาเยือนกระบี่จากทั่วทุกมุมโลกก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน

หลังจากการแถลงข่าว “ปกป้องกระบี่จากถ่านหิน” ของกรีนพีซ ประเทศไทยและเครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหิน  โดยกรีนพีซ นักวิชาการพลังงาน และสมาคมท่องเที่ยวเกาะลันตา เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา ในวันนี้นักกิจกรรมกรีนพีซและอาสาสมัครได้ไปเยือนเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และถือโอกาสไปแวะงานลานตา ลันตา ซึ่งเป็นเทศกาลรื่นเริงประจำปีของเกาะลันตา ก่อนที่งานจะเริ่มในช่วงเย็น พวกเราได้เดินทอดน่องไปตามถนนของย่านเมืองเก่า ฉันเคยมาเยือนที่ลันตาแห่งนี้เมื่อสี่ปีมาแล้ว แต่บ้านเมือง ผู้คนที่ยิ้มแย้มให้กัน กลิ่นอายทะเล และปลาสดรสเลิศยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ฉันหยุดยืนมองทะเลและจินตนาการถึงภาพเรือขนส่งถ่านหินแล่นผ่านไม่ออกเลย ผลกระทบที่ตามมาจากถ่านหินละฝุ่นละอองที่ตกลงทะเลจะทำลายระบบนิเวศและสร้างมลพิษต่ออาหารทะเลอันเป็นปากท้องของชาวประมง เป็นครัวของไทย และเป็นมรกตในดวงใจของนักท่องเที่ยว ฉันไม่อยากให้ภาพนี้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหนๆ  

ในงานลานตา ลันตาวันนี้จึงมีความพิเศษกว่าปีก่อนๆ เมื่อถึงเวลาพิธีเปิด ชาวบ้านทั้งจากกระบี่และพื้นที่ใกล้เคียงรวมใจกันสวมชุดดำมาร่วมกันแสดงพลังคัดค้านโครงการท่าเทียบเรือถ่านหิน และโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่โดยมีตัวแทนจากเครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหิน ยื่นหนังสือคัดค้านโครงการท่าเทียบเรือถ่านหิน และโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ (แรมซาร์ไซต์) อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณและสัตว์นานาชนิด ผืนหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่เป็นอาหารอันโอชะของพะยูน เต่าทะเล และสัตว์น้ำวัยอ่อนอีกมหาศาล รวมถึงยังมีประชากรกระบี่ ซึ่งพึ่งพาอาศัยอาชีพประมงและการท่องเที่ยว

จดหมายแห่งความหวังได้ถูกส่งถึงมือนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ แล้ว ตอนนี้เราคงได้เพียงแต่หวังว่าผู้ว่าฯกระบี่จะตอบรับเสียงเรียกร้องของชาวกระบี่ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และออกมาปกป้องกระบี่จากการคุกคามของโรงไฟฟ้าถ่านหินเท่านั้น

อีกสิ่งหนึ่งในเกาะลันตาที่แตกต่างจากครั้งก่อนที่ฉันเคยมา คือ เบื้องหน้าของบ้านหลายต่อหลายหลังในชุมชนมีการแขวนป้ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน อาทิ “ไม่เอาถ่านหิน” หรือ “No Coal” น่าแปลกที่เราเองก็เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติบนเกาะลันตาเองก็ใส่เสื้อของเครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหินที่เขียนว่า “Lanta No Coal” ระหว่างที่พวกเขาอิ่มเอมกับบรรยากาศของเกาะลันตา พวกเขาเองก็คงอยากจะกลับมาเยือนลันตา และกระบี่ที่ไม่มีมลพิษร้ายของโรงไฟฟ้าถ่านหินเช่นกัน

ถึงเวลาแล้วที่เราชาวไทยต้องลุกขึ้นมาปกป้องกระบี่จากการคุกคามของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วมลงชื่อผลักดันยุติโครงการท่าเรือขนถ่ายถ่านหินกระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ www.protectkrabi.org