พะยูน และผองเพื่อนแห่งท้องทะเลกระบี่คงจะดีใจหากรู้ว่ามีคนมากมายรักและอยากโอบกอดปกป้องกระบี่มากถึงเพียงนี้

ช่วงสัปดาห์นี้ม่านฝนและสายลมกำลังห่อหุ้มกระบี่อย่างไม่ขาดสาย ภาพมรกตแห่งอันดามันดูแล้วขะมุกขะมัวไม่ชินตา ถึงแม้อากาศจะไม่เป็นใจในช่วงที่ผ่านมากับกระแสมรสุมที่กำลังพัดผ่าน แต่ในวันนี้ชาวประมงแห่งท้องทะเลกระบี่มีภารกิจใหญ่เพื่อปกป้องลมหายใจของกระบี่ที่ตนเองรัก

ราวกับท้องฟ้าต้องการให้กำลังใจชาวกระบี่ผู้ต้องการปกป้องกระบี่ด้วยหัวใจ เช้าของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 กลับมีอากาศที่ดีกว่าคำทำนายของกรมอุตุนิยมวิทยาที่คาดว่ามรสุมจะโหมกระหน่ำหนักที่สุดในสัปดาห์ ถึงแม้สภาพอากาศจะเกินคาดเดาชาวประมงกว่า 100 คน และเรือประมงพื้นบ้าน และเรือหัวโทงกว่า 70 ลำ ก็พร้อมใจกันเดินทางมาจากบ้านคลองรั้ว ปกาสัย ปากหรา เกาะปู เกาะจำ เกาะศรีบอยา คลองประสงค์ ติ่งไหร หาดยาว มารวมตัวกันที่แนวผืนป่าชายเลนบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ ทำกิจกรรมโอบกอดพื้นที่ชุ่มน้ำอันอุดมสมบูรณ์ ด้วยการกางป้ายผ้าลอยน้ำขนาดใหญ่ 20x32 เมตร เขียนด้วยข้อความว่า Protect Krabi หรือปกป้องกระบี่ ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่พี่น้องชาวกระบี่จากหลายพื้นที่ และเกาะที่ห่างไกลมารวมตัวกัน หากไม่ใช่เพราะต้องการทำเพื่อปกป้องกระบี่ด้วยใจที่เต็มร้อย

ก่อนจะมาเป็นภาพที่สวยงามเช่นนี้ พี่น้องชาวกระบี่ได้ร่วมกันตระเตรียมโครงไม้ไผ่พร้อมทุ่นลอยน้ำเพื่อรองรับป้ายผ้าขนาดยักษ์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจกันของอาสาสมัครและเยาวชนกรีนพีซ ถึงแม้ว่าจะมีฟ้าฝนเป็นอุปสรรคก็ไม่ย่อท้อ เมื่อถึงเวลานัดหมายในเช้าวันอาทิตย์ กลุ่มชาวประมงและนักกิจกรรมกรีนพีซก็ช่วยกันนำเรือพาแผ่นป้ายยักษ์นี้ออกสู่พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ ที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพ และเป็นบ้านของสัตว์นานาชนิด ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ (แรมซาร์ไซต์) และที่สำคัญคือ เป็นที่ที่ชาวประมงกระบี่อาศัยความอุดมสมบูรณ์หล่อเลี้ยงปากท้อง และเป็นเสมือนครัวของชาวกระบี่ ชาวไทย และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

สีหน้าของพี่น้องชาวประมงทุกคนเปี่ยมไปด้วยความหวังที่มุ่งจะกอดกระบี่ไว้ให้มั่นคง หลังจากที่ป้ายผ้ายักษ์ถูกเก็บ ชาวกระบี่ก็ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปูปลา 20,000 ตัว ลงสู่ท้องทะเล และติดป้ายข้อความรณรงค์ปกป้องป่าชายเลนตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ตามจุดต่างๆ สามจุด อีกทั้งยังร่วมกันแถลงการณ์เรียกร้องให้ขยายพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ ให้ครอบคลุมถึงบริเวณ เกาะจำ เกาะปู เกาะลันตา และเกาะปอ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวได้ถูกกำหนดให้เป็นเส้นทางขนส่งถ่านหินของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

“การขยายพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ออกไปเป็นการปกป้องแหล่งทรัพยากร เป็นการการันตีว่าจะไม่ถูกคุกคามจากอุตสาหกรรม และการประมงแบบทำลายล้าง พื้นที่นี้จำเป็นสำหรับการอยู่อาศัยของพะยูน อีกทั้งยังสำคัญต่อชาวประมงเนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตอาหาร เป็นต้นน้ำของแหล่งอาหารทางทะเล และแหล่งหลบภัยสำหรับสัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของเราทุกคน” ศักดิ์กมล แสวดารา เจ้าหน้าที่มูลนิธิอันดามันกล่าว
“พื้นที่ตรงนี้เป็นของนานาชาติ ของโลก ไม่ใช่เฉพาะกระบี่ เป็นพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์ มีป่าชายเลน หญ้าทะเล ปะการัง เราต้องปกป้องบ้านของสัตว์น้ำวัยอ่อน เพื่อชาวประมงจะได้จับต่อไปในอนาคต ในนามของคนจังหวัดกระบี่ ที่ไหนมีป่าชายเลน ที่ไหนมีทรัพยากรเราก็อยากเพิ่มพื้นที่ชุมน้ำตรงนี้ให้ทั่วทั้งกระบี่ ถ้ามีโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามา พื้นที่ชุ่มน้ำตรงนี้อาจต้องยกเลิกไป เราต้องปกป้องพื้นที่นี้ด้วยชีวิต” อาหลี ชาญน้ำ นายกสมาคมคนรักเลกระบี่

หลังจากจบกิจกรรม พี่น้องชาวประมงก็แยกกันไปหาปลา บ้างก็เรียกการไปหาปลาว่าไปซูเปอร์มาร์เก็ตเนื่องจากมีทุกอย่างให้เลือกสรร สำหรับผู้มาเยือนกระบี่แล้ว อาหารทะเลจากพื้นที่ชุ่มน้ำกระบี่แห่งนี้คืออาหารจานโอชะ โดยเฉพาะหอยชักตีนที่เป็นของดีประจำจังหวัด ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่จึงเป็นหัวใจสำคัญของมรกตอันดามันอย่างแท้จริง

“วันนี้คนกระบี่ประกาศชัดเจนว่าต้องการขยายพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ ไม่ใช่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เป็นสิทธิของเขาในการปกป้องบ้าน และปฏิเสธการคุมคามที่มาทำลายเศรษฐกิจ สุขภาพ และความมั่นคงทางอาหารของกระบี่ เป็นสิทธิที่รัฐบาลและเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินต้องรับฟังและปฏิบัติตาม” จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซเอเชีตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

หลังจากวันนี้ เราจะเฝ้าดูอนาคตของเราเติบโต ทั้งลูกปูที่จะโตต่อไปเป็นอาหารของชาวกระบี่ พื้นที่ชุ่มน้ำที่จะขยายออกไปตามที่ชาวกระบี่หวัง และอนาคตของกระบี่ที่ชาวกระบี่กอดไว้ด้วยใจรัก มาร่วมกันกอดกระบี่ให้แน่น อย่าให้พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่แห่งนี้หลุดมือไป ดังที่พี่น้องชาวประมงร่วมกันออกมาปกป้องและเรียกร้องให้ขยายพื้นที่ชุ่มน้ำ เติมสีเขียวให้กับลมหายใจของกระบี่ เพื่อรักษามรกตอันดามันของเราให้ยังคงความงดงาม ด้วยอ้อมกอดที่เต็มร้อยของเราทุกคน