ก่อนที่เราจะเลือกซื้อเลือกกินอาหารทะเลแต่ละครั้งนั้น เคยถามผู้ขายบ้างไหมว่า ปลาที่เรากำลังจะกินนั้นมีที่มาอย่างไร มาจากทะเลแห่งไหน ชาวประมงกลุ่มใด จับปลามาด้วยวิธีใด และก่อนที่จะมาถึงจานอาหารของเรานั้นผ่านสารเคมีอะไรมาบ้างหรือเปล่า

ภาพโดย สิทธิชัย จิตตะทัต/กรีนพีซ

บ่อยครั้งที่เรามักได้รับความสะดวกสบายกับการรับประทานอาหารทะเลจนหลงลืมไปว่า สิ่งที่เรากำลังกินนั้นมีที่มาที่อาจสร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงให้กับท้องทะเลได้ เมื่อวันที่ 22-23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่คนกินปลาได้พบปะกับคนจับปลาโดยตรงที่ใจกลางเมือง ในงานรวมพลคนกินปลา ครั้งที่ 3 ตอน เรือเล็กในทะเลใหญ่ ณ สวนสันติชัยปราการ ถนนพระอาทิตย์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มกันของเพื่อนๆ เครือข่ายประมงพื้นบ้าน ได้แก่สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย, สมาคมรักษ์ทะเลไทย, องค์การอ็อกแฟม ประเทศไทย, กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, กลุ่มกินเปลี่ยนโลก, มูลนิธิสายใยแผ่นดิน, มูลนิธินโยบายสุขภาวะ, และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป ในงานนี้เป็นการเปิดตลาดให้คนรักอาหารทะเลได้มาลองลิ้มชมรสอาหารทะเลสดๆ อร่อยไร้สารพิษที่ชาวประมงพื้นบ้านนำมาให้กินจากทะเลหลายพื้นที่ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นปลา กุ้ง หอย ปลาหมึก และปู จากพี่ๆ ชาวประมงพื้นบ้านที่อยู่ไกลออกไปอย่าง จังหวัดสตูล นครศรีธรรมราช พัทลุง พังงา กระบี่ ประจวบคีรีขันธ์ ตราด ตรัง และที่ใกล้ๆ อย่างชลบุรี ทุกคนต่างตั้งใจมาพบกับคนกินด้วยความหวังที่ต้องการให้พวกเรามาร่วมกันปกป้องทะเลไทยด้วยการกินอย่างมีสำนึกรับผิดชอบ

ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลที่ยาวกว่า 2,600 กิโลเมตร ซึ่งนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญของชาวไทย พี่น้องชาวประมงต่างตระหนักถึงความมั่นคงทางอาหารของไทย และทะเลควรเป็นแหล่งอาหารที่ควรเข้าถึงได้ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวย อาหารทะเลที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านสรรหามานั้นล้วนมาจากการประมงด้วยเครื่องมือที่รับผิดชอบต่อระบบนิเวศท้องทะเล ไม่มีการใช้สารเคมีในกระบวนการเก็บรักษา เรียกได้ว่าเป็นอาหารทะเลที่รับผิดชอบต่อทะเลและสุขภาพของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

“ตัวแทนที่มาในวันนี้เป็นชาวประมงที่มาจากพื้นที่ทั้งหมด เราได้มาเจอผู้บริโภค ได้ให้คำตอบกับผู้บริโภค และเราอยากให้ผู้บริโภคได้กินอาหารทะเลที่ปลอดสารพิษกันในงานนี้ รวมถึงช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านด้วยการสนับสนุนอาหารทะเลที่ไม่ได้มาจากการประมงแบบทำลายล้าง” ชาวประมงพื้นบ้าน อ่าวขั้นกระได จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าว

 

“หอยที่ดีที่สุด คือหอยที่ยังมีชีวิต” น่าคิดว่าสัตว์น้ำนั้นส่วนใหญ่จะให้กำเนิดลูกจำนวนหลายแสนตัวต่อแม่พันธุ์หนึ่งตัว แต่การที่สัตว์น้ำบางชนิดหายไปจากทะเลนั้นหมายความว่าเราได้ทำลายล้างอย่างหนักหน่วงจนเกินกว่าความสามารถในการฟื้นฟูของท้องทะเล  ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับเรือประมงพื้นบ้านนั้นเป็นวิถีทางที่ต่างจากการประมงแบบทำลายล้างที่เน้นแต่ปริมาณการจับปลาโดยที่ไม่คำนึงถึงระบบนิเวศทางทะเล นอกจากการกินแล้ว ในฐานะผู้บริโภคเรายังต้องดูแลไม่ปล่อยให้กระบวนการจับปลามาเปลี่ยนแปลงและทำลายท้องทะเลของเรา  และต้องตั้งโจทย์กับตนเองว่า เราควรวางตัวอย่างไรกับการบริโภคและวิธีการประมง

“การถามถึงที่มาของสัตว์น้ำก่อนซื้อนั้นเราอาจไม่ได้ความจริง แต่ก็เป็นการกระทุ้งถามว่า สิ่งที่ฉันต้องการนั้นเป็นอย่างนี้ ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคอีกด้วย” นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี ผู้จัดการสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย กล่าว

นอกจากนี้ในงานได้นำเสนอเครื่องมือประมงพื้นบ้าน และแบบทำลายล้างให้พวกเราได้รู้จักกัน แนะนำว่าการประมงอย่างรับผิดชอบเป็นอย่างไร รวมถึงการเลือกซื้ออาหารทะเลอย่างถูกต้องเป็นอย่างไร เช่น ควรกินปูขนาด 5-8 ตัวต่อกิโลกรัม ควรใช้อวนขนาด 4.5 เซนติเมตรขึ้นไปในการจับปลาทู ควรกินปลาทูที่มีขนาดไม่เกิน 16 ตัวต่อกิโลกรัม หัวกุ้งต้องยึดติดแน่นกับลำตัวมีเปลือกแข็งสีเข็มเป็นเงา และเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญในการเลือกซื้อเลือกและทำอาหาร ซึ่งเป็นเคล็ดลับอันล้ำค่าจากปากของคนจับปลาและคนทำอาหารทะเลมือฉมังที่มาร่วมงานนี้

“งานนี้ถือเป็นการเปิดเผยสถานการณ์ทะเลไทยสองด้าน คือ ด้านศักยภาพทะเลไทยในฐานะเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ และวิกฤตทะเลไทยที่มีสาเหตุมาจากการประมงแบบทำลายล้าง ในงานนี้ผู้บริโภคได้เห็นกระบวนการทำงานของชุมชนชาวประมง มีคนจับปลามาขายให้กับคนกินปลา สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและทะเลไทย ต่อจากนี้จะมีการต่อตรงกับผู้ผลิตและผู้บริโภคมากขึ้น เปิดช่องทางการสื่อสารระหว่างชาวประมงและคนกินอาหารทะเลโดยที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และคนกลางจะถูกตรวจสอบมากขึ้นว่าปลามาจากไหน มีสารเคมีอะไรบ้างไหม มีราคาขายที่เป็นธรรมหรือไม่” บรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย

การบริโภคอย่างรับผิดชอบนั้นไม่ยาก เพียงแค่เป็นการปลุกจิตสำนึกร่วมกันระหว่างคนกินปลาและคนจับปลา คือการคำนึงถึงต้นกำเนิดของปลา เป็นการรับผิดชอบต่อท้องทะเล คำนึงถึงสุขภาพของคนกินที่ต้องรับผิดชอบ และคำนึงถึงชีวิตคนจับปลาที่จะต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งของท้องทะเล และของผู้กิน เพื่อรักษาให้ทะเลของเราอุดมสมบูรณ์เช่นนี้ตลอดไป เลือกซื้อเลือกกินอาหารทะเลครั้งต่อไป อย่าลืมลองถามพ่อค้าแม่ค้าดูนะคะว่า “ปลานี้จับมาจากไหน”