• ธรรมชาติไม่เจรจาต่อรอง มหันตภัยแห่งสภาพภูมิอากาศมาเยือนเราแล้ว

    Blogpost โดย คูมิ ไนดู -- ธันวาคม 9, 2557 ที่ 17:39 เพิ่มความคิดเห็น

    Typhoon Hagupit © NASA Goddard MODIS

    ก่อนหน้าที่ไต้ฝุ่นฮากูปิตจะถาโถมถล่มฟิลิปปินส์ การอพยพครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในช่วงเวลาสงบได้เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตอย่างใหญ่หลวงเหมือนเมื่อครั้งที่พายุไห่เยี่ยนเข้าเมื่อปีที่แล้ว เมื่อคราวที่มหาไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนได้โจมตีจนเกิดการเสียหายครั้งใหญ่ทั้งชีวิตและทรัพย์สินของชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร้ทางต่อกร

    “การอพยพครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในช่วงเวลาสงบได้เกิดขึ้นแล้ว” แท้ที่จริงแล้วเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาสงบสุขหรือเรากำลังทำสงครามกับธรรมชาติอยู่กันแน่

    ผมกำลังเดินทางไปเมืองลิมา ประเทศเปรู เมื่อได้รับโทรศัพท์ให้ไปประเทศฟิลิปปินส์เพื่อสนับสนุนสำนักงานกรีนพีซที่ฟิลิปปินส์ที่กำลังทำงานในช่วงเวลาของไต้ฝุ่นฮากูปิต (ที่แปลว่าผื่น) ในขณะที่เมืองลิมานั้น กำลังจัดการประชุมขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อร่วมกันเจรจาต่อรองป้องกันภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นการเจรจาพักรบสงบศึกกับธรรมชาติ

    แต่การเจรจานี้ได้ดำเนินการมานานมากแล้ว โดยที่ไม่มีภาวะเร่งด่วน และมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากเกินไป รวมถึงบางทีก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในเบื้องหลังสักเท่าไหร่ ประกอบกับการแทรกแซงนโยบายของอุตสาหกรรมฟอสซิล

    ปีนี้ เช่นเดียวกับปีที่แล้วและปีก่อนๆ การเจรจาดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของหายนะที่ถูกเรียกว่า "เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง" ซึ่งเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เตือนเราแล้วว่าจะเกิดขึ้น หากยังคงไม่เร่งลงมือต่อกร

    น่าเศร้าที่ว่าเราไม่ได้เร่งมือต่อกร ซึ่งธรรมชาติก็ไม่เจรจาต่อรองด้วย และตอบโต้การดื้อแพ่งของเรา สำหรับชาวฟิลิปปินส์ และอีกหลายพื้นที่ของโลกแล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเป็นภัยพิบัติ

    เมื่อปีที่แล้ว มหาไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนได้คร่าชีวิตกว่า 6,000 คน สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและอาคาร ราว 11 ล้านคนได้รับผลกระทบและอีกจำนวนมากไร้ที่อยู่อาศัย ประเมินค่าความเสียหายได้หลายพันล้านเหรัญสหรัฐฯ ผู้รอดชีวิตจำนวนมากยังคงไม่มีที่อยู่อาศัย และยังต้องอพยพออกจากเตนท์ที่อาศัยอยู่ขณะที่ไต้ฝุ่นฮากูปิตกำลังเคลื่อนผ่าน

    ขณะนี้อาจยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ทั้งหมด และเราต่างหวังว่าการที่ฟิลิปปินส์คาดเดาเส้นทางการเคลื่อนตัวของไต้ฝุ่นได้ล่วงหน้านั้นจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น ไม่ซ้ำรอยกับไห่เยี่ยน

    ที่เมืองมนิลา เรากำลังเตรียมตัวเดินทางไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นฮากูปิต หรือรูบี้ และช่วยเหลือทุกสิ่งที่เราสามารถทำได้

    เราจะร่วมยืนหยัดเคียงข้างชาวฟิลิปปินส์ และร้องเรียนถึงผู้ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผู้ที่ต้องรับผิดชอบกับหายนะที่เกิดขึ้น และผู้ที่ต้องช่วยชดใช้ค่าเสียหายกับการฟื้นฟูและปรับตัวเข้ากับโลกที่ภูมิอากาศนั้นเป็นต้นตอของการทำลายล้างครั้งยิ่งใหญ่

    Typhoon Hagupit Devastation In Albay. 12/07/2014 © Alanah Torralba / Greenpeaceจากผลกระทบที่เกิดขึ้น เราเรียกร้องให้ผู้เจรจาในเมืองลิมานั้นหันเหจากขั้นตอนการเจรจา มาใส่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความจริง

    เราขอเรียกร้องให้พวกเขาตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นไม่ได้เป็นภัยแห่งอนาคตที่สามารถต่อรองได้ แต่เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในปัจจุบัน และต้องการการลงมือที่เร่งด่วนตั้งแต่ตอนนี้

    ในแต่ละปี ชาวฟิลิปปินส์ต้องรับรู้บทเรียนอันแสนสาหัสว่าการนิ่งเฉยต่อการปล่อยมลพิษหมายถึงอะไร พวกเขาอาจเตรียมพร้อมขึ้น แต่ต่างตระหนักดีว่า ในแต่ละปี ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ การประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นดำเนินต่อไปเป็นวังวน ไม่ได้ตระเตรียมที่จะลงมือทำอะไรที่มีความหมาย ไม่สามารถตอบโต้กับเวลาอันเร่งด่วน และไม่มีการเรียกร้องให้อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ผู้ก่อมลพิษรับผิดชอบในสิ่งที่ตนได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

    ก่อนที่จะออกเดินทางไปยังมะนิลา ผมยังได้รับข้อความจาก Yeb Saño คณะกรรมการสภาพภูมิอากาศจากฟิลิปปินส์ กล่าวว่า "ผมหวังว่าคุณสามารถเข้าร่วมกับเราขณะที่เราเป็นประจักษ์พยานต่อผลกระทบของมหาไต้ฝุ่นลูกใหม่นี้ ความช่วยเหลือของคุณสำคัญมากในการส่งข้อความไปถึงเมืองลิม่าให้ดังและชัดเจนยิ่งขึ้น"

    Yeb เป็นหัวหน้าผู้เข้าร่วมการเจรจาการประชุมขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศมาเป็นเวลาสามปี และไม่นานมานี้ได้ไปเยือนอาร์กติกร่วมกับเรือของกรีนพีซ เพื่อเป็นประจักษ์พยานต่อการละลายของทะเลน้ำแข็งอาร์กติกที่เหลือปริมาณน้อยที่สุด เมื่อสองปีก่อนหน้านี้ที่เมื่องโดฮา ประเทศกาตาร์ ขณะที่ไต้ฝุ่นพาโบลคร่าชีวิตคนไปจำนวนมาก เขาได้เอ่ยขึ้นท่ามกลางการใช้ภาษาที่สงวนท่าทีของผู้แทนเข้าร่วมเจรจาต่างๆ ในการประชุมว่า

    "ได้โปรด ... จดจำปี 2556 ว่าเป็นปีที่โลกพบความกล้าที่จะ ... รับผิดชอบต่ออนาคตที่เราต้องการ ผมขอถามทุกคนในที่นี้ว่า หากไม่ใช่เราแล้วจะเป็นใคร หากไม่ใช่ตอนนี้จะเป็นเมื่อไหร่ และหากไม่ใช่ที่นี่จะเป็นที่ไหน"

    ผมขอร่วมกับกรีนพีซประเทศฟิลิปปินส์และ Yeb Saño เพื่อไปเยือนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด บันทึกหายนะความเสียหาย และส่งข้อความจากสถานที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจริงไปถึงเมืองลิมา และทุกมุมของโลกว่าผู้ที่ควรรับผิดชอบต่อการปล่อยมลพิษหลักจะต้องชดใช้ให้กับชุมชนที่กำลังทนทุกข์กับผลกระทบของเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงอันเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

    เราจะเรียกร้องให้อุตสาหกรรมฟอสซิลผู้ที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมหันมาตรวจสอบศีลธรรมของตน และยอมรับความรับผิดชอบแห่งประวัติการณ์ บางคนกล่าวว่าความจริงนั้นคือ ต้นเหตุแห่งสงคราม แต่ในสงครามกับธรรมชาตินี้ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศนั้นเกิดขึ้นแล้วและเป็นความจริงที่เลี่ยงไม่ได้

    โปรดร่วมกับเรา  เป็นอีกพลังเสียงลงชื่อที่นี่ เพื่อเรียกร้องให้อุตสาหกรรมฟอสซิลผู้ก่อมลพิษหันมารับผิดชอบทั้งทางด้านกฎหมายและศีลธรรม ในสิ่งที่พวกเขาทำให้เกิดมหันตภัยครั้งใหญ่กับสภาพภูมิอากาศ และคุณสามารถบริจาคให้กับชาวฟิลิปปินส์ได้โดยตรงผ่านองค์กรบรรเทาทุกข์ต่างๆ ได้เช่นกันครับ

    คูมิ ไนดู ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซสากล

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า