A Long-snouted Spinner Dolphin (Stenella longirostris) swims in the waters off Sri Lanka. 04/18/2010 © Paul Hilton / Greenpeace

เย้! ถึงเวลาที่คนรักทะเล #OceanLovers ทั่วโลกต้องฉลองครั้งใหญ่ หลังจากที่ต่อสู้ด้านนโยบายกันมาหลายปี และสี่วันแห่งการเจรจาต่อรองอันหนักหน่วง ที่สหประชาชาติ เราก็ได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ ในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา รัฐบาลทั่วโลกต่างตกลงร่วมกันพัฒนาพันธะสัญญาทางกฎหมายในการปกป้องสัตว์ทะเลในทะเลที่ไม่ได้อยู่ในอาณาเขตของประเทศใด การตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์นี้เป็นการเริ่มกระบวนการกำหนดกฏเกณฑ์ในการสร้างเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลในทะเลหลวง อันเป็นพื้นที่ทางทะเลที่เป็นของเราทุกคน ข้อตกลงนี้เป็นการระบุว่าจำเป็นต้องมีการประเมิณผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ก่อนอนุญาตให้มีการทำกิจกรรมของมนุษย์ในพื้นที่มหาสมุทรดังกล่าว

ข่าวดีที่ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ คงเกิดขึ้นไม่ได้หากเราทุกคนทั่วโลกไม่ได้ร่วมกันเรียกร้องให้มีการปกป้องมหาสมุทรเขตทะเลหลวง ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฎการณ์แฮชแทค #OceanLovers จากการทวีตกว่า 6,000 ข้อความ และอีกหลายพันข้อความจากเฟสบุ๊ค ที่ช่วยทำให้ผู้แทนสหประชาชาติรับรู้ว่าโลกต้องการให้พวกเขาหันมาลงมือปกป้องมหาสมุทร

สหประชาชาติได้ตระหนักแล้วว่า การดูแลมหาสมุทร คือการปกป้องคุ้มครอง ไม่ใช่เพียงแค่การจัดการกับ “การทำลายมหาสมุทร” และทรัพยากรทางทะเล นี่เป็นโอกาสดีในการกำหนดมาตรฐานระกับโลกในการปกป้องมหาสมุทร และเชื่อมโยงการทำงานขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับมหาสมุทร พัฒนาการจัดการและร่วมมือกันระหว่างการทำประมง เหมือง การขนส่ง และด้านการจัดการมลพิษ แน่นอนว่านี่เป็นการดำเนินการครั้งใหญ่ และการกำหนดกฎเกณฑ์ที่จะคุ้มครองพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดบนโลกนั้นจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย อีกทั้งยังจำเป็นต้องใช้เวลากว่ากฏเกณฑ์เหล่านี้จะถูกนำมาปฏิบัติใช้จริงในท้องทะเล และคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เราต้องการนั้นในที่สุดได้เกิดขึ้นแล้ว ที่นี่ เวลานี้  #waveofchange 

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้เลยเมื่อเริ่มลงมือ และกลายเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เมื่อทำสำเร็จ – บ็อบ ฮันเตอร์

เป็นเวลาเกือบสิบปีมาแล้วที่เราเริ่มผลักดันให้รัฐบาลของโลกหันมากำหนดเครือข่ายอนุรักษ์ทางทะเลระดับโลก ที่ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 40 ของมหาสมุทรโลก ผ่านการเผยแพร่รายงาน Roadmap to Recovery นี้

Proposal for a global network of marine reserves - click to view interactive map

การเสนอตำแหน่งพื้นที่เครือข่ายอนุรักษ์ทางทะเลระดับโลก ที่ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 40 ของมหาสมุทรโลก คลิกที่นี่เพื่อดูแผนที่

การเสนอที่เป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์นี้แสดงให้เห็นว่า ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์นั้นมีเพียงพอที่จะสร้างระบบพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลที่มีประสิทธิภาพได้ หลังจากนั้น อนุสัญญาว่าด้วยความหลากลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity) ได้นำเอาเกณฑ์แบบเดียวกันนี้มาปรับใช้ และเริ่มระบุตำแหน่งพื้นที่ในทะเลหลวงที่ต้องการการคุ้มครอง (รวมถึงน่านน้ำบริเวณรอบขั้วโลกเหนือที่เราต้องการกำหนดให้เป็นเขตคุ้มครองธรรมชาติของโลกบริเวณอาร์กติก). แน่นอนว่าการกำหนดวิสัยทัศน์เช่นนี้ออกมา เราจำเป็นต้องเพ่งเล็งว่าเครือข่ายดังกล่าวนั้นสามารถสร้างขึ้นได้ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีกลไลใดในการสร้างเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลในน่านน้ำหลวง จากนั้นประเด็นนี้ และการรณรงค์เรียกร้องให้เกิดข้อตกลงว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณน่านน้ำหลวงของสหประชาชาติ (UN High Seas Biodiversity Agreement) จึงเกิดขึ้น และได้รับการสนับสนุนจากหลายพันคนทั่วโลก

ในปี พ.ศ. 2555 ในที่สุดเราก็ผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ในแง่บวก จากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (UNCSD) หรือ Rio+20 ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร นั่นก็คือ กำหนดเส้นตายในเดือนกันยายน ปี 2558 ที่สหประชาชาติจะต้องตัดสินใจว่าจะเริ่มการเจรจาต่อรองเพื่อกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับทะเลหลวงที่แสนสำคัญนี้

Postcard desk UN

และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่เส้นตายจาก Rio+20 งวดเข้ามา คนรักทะเลทั่วโลกได้ร่วมกันเรียกร้องให้ปกป้องมหาสมุทร ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากหลายต่อหลายประเทศ จนกระทั่งกลายเป็นกระแส และสามารถโน้มน้าวให้ประเทศมหาอำนาจต่างๆ ที่คัดค้านข้อตกลงนี้มาหลายปี หันมาเห็นชอบด้วย ประเด็นสำคัญที่คนรักทะเล  #OceanLovers เรียกร้อง ให้รัฐบาลลงมือคือ “ข้อตกลงกำหนดเขตคุ้มครองทางทะเลหลวง” ซึ่งเพียงไม่กี่วันต่อมาพวกเขาก็ทำสำเร็จ

เราดีใจมากที่ทางสหประชาชาติเข้าร่วม จากที่เคยไม่เห็นด้วยมาหลายปี ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า ข้อความหลายพันฉบับที่ส่งตรงไปยังเลขาธิการของสหประชาชาติ จอห์น เคอร์รี่ ซึ่งเป็นคนรักทะเลตัวยงเช่นกัน มีส่วนสำคัญต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2557 ที่ผ่านมา กรีนพีซและประเทศต่างๆ ทั่วโลก(รวมถึง สวีเดนเยอรมนี ฝรั่งเศส อินเดีย ออสเตรเลีย เกาหลี  และ อาร์เจนตินา) ได้ร่วมกันส่งจดหมาย “Dear John” ไปยังสถานทูตอเมริกา ถึงเลขาธิการ จอห์น เคอร์รี โดยตรง เพื่อผลักดันให้เขาหันมา “ลงมือปกป้องทะเลหลวง”  ในช่วงการประชุม Our Ocean ในปี 2557u ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทวิตเตอร์ของจอห์น เคอร์รี ได้รับข้อความกว่า 1,000 ข้อความภายในวันเดียว เรียกร้องให้เขา รับฟัง และลงมือเพื่อมหาสมุทร ต้องขอบคุณคนรักทะเล #OceanLovers จากทั่วโลกที่ร่วมกันเรียกร้อง ซึ่งทำให้จอห์น เคอร์รี ถึงกลับเอ่ยปากในงานประชุมว่า “กลุ่มการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องมหาสมุทรนั้นเป็นกลุ่มคนที่หัวรั้นมาก!”

ช่วงต่อไปของการรณรงค์นั้นจะต้องยากลำบากอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราจำเป็นต้องยืนหยัดร่วมกันเพื่อต่อสู้กับอุตสาหกรรมที่ทำลายมหาสมุทร อาทิกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการจัดการอย่างหละหลวมขององค์การบริหารจัดการประมงระดับภูมิภาค (RFMOs) ซึ่งทำให้จำนวนปลาส่วนใหญ่หายไปจากท้องทะเลอย่างน่าตกใจ

เรายังต้องดำเนินการอีกมากเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของการสร้างเครือข่ายเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลที่ครอบคลุมร้อยละ 40 ของมหาสมุทรของพวกเราทุกคน ผลของการประชุมอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นต้องได้รับการปรับใช้โดยสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ภายในเดือนกันยายน ปีนี้ เพื่อที่จะก้าวต่อไป และดำเนินการเจรจาต่อรองข้อกำหนดตกลงทางกฎหมาย ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งจำเป็นจะต้องนำมาปฏิบัติใช้ในภายหลัง การเดินทางเพื่อปกป้องมหาสมุทรได้เริ่มขึ้น และการขับเคลื่อนจากกลุ่มคนรักทะเลทั่วโลกก็เข้มแข็งขึ้น พร้อมที่จะสนับสนุนและผลักดันต่อสู้ต่อไปเพื่อท้องทะเล เราได้ก้าวมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ แต่เรายังต้องการความช่วยเหลือจากทุกคนเพื่อก้าวไปสู่ชัยชนะของท้องทะเลของพวกเราอย่างแท้จริง
 

ร่วมปกป้องมหาสมุทร