เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวที่น่าตกใจเกิดขึ้นในภูมิภาคยุโรป เมื่อเรือประมงสัญชาติยุโรปพร้อมกับแรงงานชาวอินโดนีเชียที่ได้รับค่าตอบแทนและการดูแลอย่างไม่เป็นธรรม

ปรากฎตัวขึ้นในท่าเรือเมืองซูวา ประเทศฟิจิ และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ประเทศสเปนได้จับกุมเรือที่มีการขนส่งอย่างผิดกฎหมาย โดยมีการลักลอบนำเอาฉลาม ครีบฉลาม และปลาชนิดอื่นๆ ซึ่งเจ้าของเรือนั้นคือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท SeaDragon  ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อจัดหาตับฉลามให้กับผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณว่าสามารถรักษาทุกโรคได้ ซึ่งยังเป็นข้อกังขาเกี่ยวกับผลการรักษาจริงทางด้านวิทยาศาสตร์อยู่

เรือที่เป็นประเด็นนี้มีชื่อว่า Artico และมีชื่อเสีย(ง)ในทางที่ไม่ดีสักเท่าไรนัก อีกทั้งยังติดอยู่ในรายชื่อเรือปิศาจของกรีนพีซด้วย ซึ่งเป็นการรวบรวมรายชื่อเรือจากยุโรปที่ทำอุตสาหกรรมตักตวงปลาทั่วโลกด้วยเครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง และทำให้ปลาทะเลเริ่มหายไป ถึงแม้จะติดธงสัญชาติโปรตุเกส และมีบริษัท Pescarias Cayon & Garcia LDA เป็นเจ้าของ แต่ที่จริงแล้วเรือนี้ทำการประมงที่อีกซึกหนึ่งของโลก โดยทำการประมงเบ็ดราวขนาดมหึมาพร้อมด้วยตะขอนับร้อยนับพันในน่านน้ำสากล นอกเขตระยะ 200 ไมล์ ของเขตเศรษฐกิจจําเพาะ (exclusive economic zone) ประเทศนิวซีแลนด์

การทำประมงเบ็ดราวนั้นเป็นเครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง ซึ่งเป็นการประมงที่มีผลพวงเป็นปลาที่ไม่ใช่ปลาเป้าหมาย รวมถึงฉลามด้วย เรือขนส่งถูกจับกุมได้ในเมืองบีโก ประเทศสเปนได้ถูกตั้งข้อสงสัยว่า ฉลามอาจไม่ได้เพียงเคราะห์ร้ายกับการจับสัตว์น้ำพลอยได้ (bycatch) ในการทำประมงทูน่าเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นปลาเป้าหมายที่แท้จริงของการประมงผิดกฎหมายนี้ด้วย โดยที่ในจำนวนปลา 190 ตัน มีสายพันธุ์ฉลามมากถึง 59 ตัน และอีก 4.5 ตันเป็นครีบฉลาม 

การประมงครีบฉลามนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้สายพันธุ์ฉลามทั่วโลกลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วและขยับใกล้การสูญพันธุ์ หลายสายพันธุ์ของฉลามนั้นอยู่ในความพยายามคุ้มครองและการควบคุมทางกฎหมาย โดยในพื้นที่อย่าง หมู่เกาะโตเกเลา ประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศปาเลา ได้สั่งห้ามการประมงครีบฉลาม รวมถึงประเทศในหมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิกอีกอย่างน้อยสิบประเทศ ได้ร่วมกันประกาศให้เขตเศรษฐกิจจําเพาะของตนเป็นพื้นที่อนุรักษ์ฉลาม การทำประมงฉลามนั้นได้รับการอนุญาตให้ทำได้ในประเทศนิวซีแลนด์และน่านน้ำสากล แต่ไม่ใช่การทำประมงครีบฉลาม ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมายในประเทศนิวซีแลนด์ และ ตามข้อกำหนดของคณะกรรมการการจับทูน่าในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกตอนกลาง การทำประมงครีบฉลามนั้นถูกควบคุมยิ่งขึ้นโดยสหภาพยุโรป และกฎหมายนี้ก็ครอบคุลมถึงเรือสัญชาติโปรตุเกสนี้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นความรับผิดชอบของประเทศตามสัญชาติธงตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป ถึงแม้ว่าจะทำประมงในอีกซีกหนึ่งของโลก

ฉลามบางสายพันธุ์นั้นมีจำนวนลดลงอย่างน่าตกใจ และถูกขึ้นบัญชีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศไซเตส (CITES) ซึ่งเมื่อปีที่แล้วมีฉลามเพิ่มเข้ามาอีก 5 สายพันธุ์ หนึ่งในนั้นคือฉลามหูขาว ซึ่งอยู่ในข้อตกลงสายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองพิเศษ โดยคณะกรรมการการจับทูน่าในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกตอนกลาง ซึ่งมีข้อกำหนดว่าสัตว์สายพันธุ์ดังกล่าวหากถูกจับขึ้นมาจะต้องปล่อยกลับสู่มหาสมุทรโดยทันที

การขนส่งของเรือ Artico นั้นถูกรายงานว่ามีฉลามหลายสายพันธุ์ พร้อมกับครีบฉลามที่แยกออกมา ซึ่งทำให้ยากต่อการระบุสายพันธุ์ โดยในจำนวนนั้นอาจไม่ได้แยกมาจากตัวฉลามที่ถูกจับขึ้นมาบนเรือ แต่ถูกตัดแล้วทิ้งลงทะเล ความไม่แน่นอนเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ข้อกำหนดของนานาชาติระบุไว้ว่าการประมงฉลามจำเป็นต้องประมงโดยที่ครีบยังคงติดอยู่กับตัวฉลาม

เมื่อพิจารณาตามข้อกำหนดต่างๆ แล้ว เห็นได้ชัดเจนว่าการขนส่งของเรือ Artico นั้นอยู่ในข่ายละเมิดกฎหมายหลายข้อหาด้วยกัน ขณะอยู่ในน่านน้ำประเทศฟิจิ Artico เป็นอีกเรือหนึ่งที่ไม่ควรอนุญาตให้ทำการประมง เรือสมควรที่จะถูกจับกุมและตรวจสอบอย่างรัดกุม รวมรวบหลักฐานทั้งหมด และนำเจ้าของเรือไปเข้าสู่การดำเนินการทางกฎหมาย เรือประมงเช่นนี้สมควรถูกปลดระวาง ไม่ใช่ทำการประมงอย่างอิสระในมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากนี้กรีนพีซยังพิจารณาเรือประมงเหล่านี้ให้อยู่ในบัญชีดำของเรือโจรสลัด กรีนพีซขอเรียกร้องให้บริษัทและผู้ค้าปลีกต่างๆ ไม่ทำธุรกิจร่วมกับบริษัทเจ้าของเรือที่ทำประมงผิดกฎหมายและอยู่ในรายชื่อดังกล่าวนี้

แล้วบริษัท SeaDragon จากนิวซีแลนด์นี่ล่ะจะเป็นอย่างไรต่อไป และน้ำมันฉลามนั้นคือน้ำมันงูชนิดใหม่หรือไม่? โดยน้ำมันฉลามนั้นถูกบรรยายสรรพคุณในโลกออนไลน์ว่ามีส่วนผสมที่สะอาด เป็นมิตรต่อธรรมชาติ และมีภาพลักษณ์ที่ดีเต็มร้อย อีกทั้งยังมีคุณสมบัติด้านสุขภาพที่ “ช่วย” ด้านต่างๆ อย่างระบบไหลเวียนโลหิต สมอง ภูมิคุ้มกัน ข้อต่อ และ “สุขภาพดีครบครัน” (ใครล่ะจะไม่อยากได้) กระนั้นก็ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสรรพคุณยังไม่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ หรือแย่ไปกว่านั้นยังมาจากบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าใช้แรงงานประมงอย่างไม่เป็นธรรม และทำการประมงครีบฉลามที่ผิดกฎหมาย

หากคนใกล้ตัวคุณกำลังคิดว่าอยากมองหาอาหารและยาที่ต้องใช้น้ำมันตับฉลามเป็นส่วนประกอบ เพื่อเสริมสุขภาพ หรือผิวพรรณ ควรจะหยุดคิดสักนิดก่อนอุดหนุนสินค้าพวกนี้ ว่าการบริโภคผลิตภัณฑ์จากฉลามที่ถูกจับมาอย่างผิดกฎหมาย และจากแรงงานที่ได้รับค่าจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ได้กินอาหารแค่เพียงเหยื่อสำหรับจับปลาและน้ำจากถังที่เขรอะไปด้วยสนิม สิ่งเหล่านี้ถูกต้องแล้วหรือสำหรับการบริโภคเพื่อสุขภาพและความงามของคุณ