สามสิบปีที่แล้ว อาสาสมัครกลุ่มหนึ่งจากประเทศนิวซีแลนด์ เตรียมลาจากครอบครัว งาน และบ้านของพวกเขา และออกเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกสู่เขตการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ด้วยเรือเล็กๆ ด้วยความหวังว่าการเป็นประจักษ์พยาน ณ ที่เกิดเหตุ จะสามารถขัดขวางการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ได้ไม่มากก็น้อย

รัฐบาลฝรั่งเศสที่ดำเนินการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในเวลานั้นตระหนักว่าไม่สามารถเอาชนะพลังมวลชนที่ไม่เห็นด้วยได้ หลังจากนั้นภายในไม่กี่นาทีต่อมาก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 10 กรกฏาคม ค.ศ 1985 สายลับฝรั่งเศสที่แทรกซึมอยู่ ณ ท่าเรือโอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ ได้ระเบิดและจมเรือ เรนโบว์ วอร์ริเออร์ หรือ “นักรบแห่งสายรุ้ง” ของกรีนพีซ ซึ่งเป็นเรือนำขบวนเรือประท้วงการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ในเหตุการณ์ระเบิดเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ครั้งนั้นได้คร่าชีวิต Fernando Pereira ซึ่งเป็นช่างภาพและลูกเรือ 

รัฐบาลเข้าใจผิดว่าเรื่องนี้จะทำให้มวลชนหวาดกลัว แต่หนึ่งในผู้สนับสนุนกรีนพีซได้บอกไว้อย่างชัดเจนว่า “คุณไม่มีวันจมสายรุ้งได้”

ขอขอบคุณพลังของมวลชนที่ทำให้การทดลองนิวเคลียร์ในมหาสมุทรแปซิฟิกถูกยกเลิกไป พลังมหาชนได้สร้างประวัติศาสตร์  ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องลงเรือเพื่อรณรงค์ แต่ละคนมีวิธีต่อสู้แตกต่างกันออกไป บ้างด้วยการเขียน บ้างด้วยการเดินขบวน บ้างด้วยการลงชื่อรณรงค์ บ้างก็เป็นอาสาสมัคร บ้างก็บริจาค บ้างก็ชักชวนโน้มน้าวเพื่อน ๆ และครอบครัว บ้างก็โน้มน้าวกันง่ายๆ ด้วยการบอกจุดยืนของตน แต่ทุกการลงมือปฏิบัติของเราได้เข้าถึงจิตใจและความคิดของผู้คนนำไปสู่การยุติการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในมหาสมุทรในที่สุด

ในวันนี้เราเผชิญกับภัยคุกคามที่ต่างออกไป นั่นคือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังเช่นที่อาวุธนิวเคลียร์เคยเป็นภัยคุกคามเราเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และวิกฤตโลกร้อนนี้หมายถึงสภาพภูมิอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง ทำให้เกิดน้ำท่วมและพายุครั้งใหญ่ดังที่เราได้เห็นในข่าวเป็นประจำ ผู้คนนับล้านต้องประสบภัยพิบัติ บ้างต้องสูญเสียบ้าน วิถีชีวิต และแม้แต่สูญเสียชีวิต

สถานการณ์เหล่านี้ได้บั่นทอนความมั่นคงและซ้ำเติมวิกฤตการแย่งชิงทรัพยากรและขยายความขัดแย้งให้ลุกลามมากขึ้น

ขณะที่ระดับน้ำทะเลกำลังเพิ่มสูงขึ้น กระแสสังคมก็เริ่มเปลี่ยน ขณะนี้ทั่วโลกกำลังเรียกร้องให้เกิดการปฏิวัติพลังงานหมุนเวียน อาทิเช่น ระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมาในปีนี้ สามในสี่ของสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ในสหรัฐอเมริกามาจากพลังงานแสงอาทิตย์และลม ที่นอร์เวย์มติการลงคะแนนเสียงของรัฐสภาแห่งนอร์เวย์เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ยืนหยัดต่อกรกับถ่านหินด้วยการตัดทอนการลงทุนจากถ่านหิน จากกองทุนบำเหน็จบำนาญ8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ของประเทศนอร์เวย์ สันตะปาปาได้เรียกร้องให้กลุ่มประเทศที่ร่ำรวยที่สุดออกมาต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในเอกสารความยาว 180 หน้า ส่วนในประเทศเนเธอร์แลนด์ ชาวดัตช์กว่า 900 คนได้รับชัยชนะทางกฎหมายจากการที่ศาลตัดสินให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ภายใน 5 ปี 

ประชาชนทั่วโลกได้ออกมายืนหยัดต่อกรกับอุตสาหกรรมถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซ ที่ก่อมลพิษในอากาศที่เราหายใจ ทะเลที่เป็นอาหารของเรา และผืนดินอันเป็นวิถีชีวิตของเราทุกคน ซึ่งการลุกขึ้นมาของประชาชนในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากเหตุการณ์เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ที่คนกลุ่มหนึ่งได้แสดงความกล้าหาญลุกขึ้นมาต่อกรกับภัยคุกคามของนิวเคลียร์ในมหาสมุทรแปซิฟิก พร้อมกับความเชื่อว่าพลังมวลชนสามารถเอาชนะได้

สำหรับในตอนนี้ การต่อสู้ของคนทั่วโลกเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมยังดำเนินต่อไป ในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้เชลล์อาจเริ่มดำเนินการขุดเจาะน้ำมันที่อาร์กติก ซึ่งผู้คนหลายล้านคนจากทั่วโลกกำลังยืนหยัดขัดขวางเพื่อปกป้องภูมิภาคที่แสนสวยงามนี้จากการคุกคามของอุตสาหกรรมน้ำมัน และการเร่งให้เกิดวิกฤตโลกร้อนที่รุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการร่วมลงมือกันของผู้คนจากหลากหลายกลุ่ม บ้างก็ปีนแท่นขุดเจาะน้ำมันอาร์กติก บ้างก็พายเรือคายัคแสดงพลัง บ้างเดินรณรงค์ บ้างก็เขียนจดหมายและลงชื่อเรียกร้อง  ไม่ต่างจากพลังมวลชนเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

ขณะนี้เรือเรนโบว์วอร์กำลังออกเดินทางเพื่อรณรงค์ปกป้องเกรทแบร์ริเออร์รีฟ แนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดของโลกให้พ้นจากภัยคุกคามของถ่านหิน ในขณะนั้นรัฐบาลฝรั่งเศสไม่ตระหนักว่าการเคลื่อนไหวของพลังมวลชนแข็งแกร่งเพียงใด และคิดว่าระเบิดสองลูกจะสามารถหยุดยั้งการเคลื่อนไหวได้ แต่พวกเขาผิดมหันต์

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่หากเราร่วมมือกันเราทุกคนจะสามารถทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้น เพื่อสร้างอนาคตสีเขียวของเราทุกคน และเราสามารถยุติยุคพลังงานฟอสซิลเพื่อก้าวสู่ยุคพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ เพียงแค่เรายืนหยัดในสิ่งที่เราเชื่อ ทำทุกวิถีทางที่คุณทำได้ ชื่นชมผู้คนที่ร่วมลงมือเช่นเดียวกับคุณ เพียงเท่านั้นการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมก็จะแข็งแกร่งและจะไม่มีใครหยุดยั้งได้ หากเราร่วมมือกัน