คงไม่มีใครอยากอดข้าว หากไม่สิ้นทุกหนทางในการเรียกร้องเพื่อรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของตน

"3 ปีมาแล้วที่พวกเราเรียกร้องให้ยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะจังหวัดกระบี่มีศักยภาพพลังงานหมุนเวียนจากวัสดุเหลือใช้ของน้ำมันปาล์มจำนวนมากที่สามารถเลี้ยงจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียงได้ มีปัญหาเพียงสายส่งที่จะส่งไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น เราพร้อมที่จะอดข้าวพร้อมตัวแทนสองคน ประชาชนหวังพึ่งหน่วยงานของรัฐ การกระทำใดๆ ของหน่วยงานรัฐก็อยากให้คำนึงถึงประชาชน คำนึงถึงวิธีชีวิตความเป็นอยู่ หากจะเปลี่ยนแปลงทรัพยากรธรรมชาติที่ดีอยู่แล้วเช่นนี้ก็ควรให้เขาได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย " ตัวแทนชาวอำเภอปะกาสัย จังหวัดกระบี่ กล่าว


กว่า 11 วัน และกว่า 260 ชั่วโมง แล้วที่สองตัวแทนเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน คุณประสิทธิชัย หนูนวล และ คุณอัครเดช ฉากจินดา อดอาหารประท้วงบริเวณด้านหน้ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อกดดันให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งการให้กฟผ.ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้า และท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน จ.กระบี่ รวมถึงอีกหลายแห่งทั่วพื้นที่ภาคใต้ ให้โอกาสพลังงานหมุนเวียนได้พิสูจน์ แต่จวบจนวันนี้ แม้ว่าพี่น้องหลายจังหวัดจากพื้นที่ทางภาคใต้ฝั่งอันดามัน ต้องการคำตอบจากนายกรัฐมนตรีฯ เรื่องการยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ที่จะนำหายนะสู่อันดามัน ชายฝั่งทะเลที่สวยงามติดอันดับโลก ทางภาครัฐก็ยังไม่ให้สัญญาณตอบรับแต่อย่างไร

การเจรจาร่วมกับตัวแทนนายกรัฐมนตรีหลายท่านในการพบกันที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลวันที่ 20 กรกฎาคม 2558 รวมถึง พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษานายกฯ, พล.ท.กิจจา ศรีทองสุข ผู้อำนวยการสำนักบังคับการใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนและนิติวิทยาศาสตร์, พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และครูหยุย-นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ความหวังของชาวกระบี่และชาวอันดามันได้ถูกฝากไว้ยังตัวแทนผู้รับเรื่องทุกข์ร้อนจากประชาชน ขณะนี้ชาวพื้นที่อันดามันกำลังกินไม่ได้นอนไม่หลับจากการคุกคามของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะทำลายวิถีชีวิตของพวกเขา และการดำเนินการอย่างดึงดันของ กฟผ. ในการเร่งผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และการเปิดประมูลการก่อสร้างโครงการ ทั้งที่รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหินกระบี่ ยังไม่ผ่านการอนุมัติ

"การเปิดประมูลการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ทั้งที่โครงการยังอยู่ระหว่างการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EHIA) ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และยังไม่ได้รับการอนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรีโดยอ้างว่าเป็นการดำเนินการ "คู่ขนาน" ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและขัดกับหลักธรรมภิบาลไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมสุขภาพสิทธิชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน" ตัวแทน 51 องค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวไว้ในแถลงการณ์ร่วม "คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และการเปิดประมูลโครงการ"

นอกจากพี่น้องชาวอันดามันแล้ว ประชาชน และภาคประชาสังคมจำนวนมาก ได้แวะเวียนเข้ามาแสดงเสียงสนับสนุนและให้กำลังใจกับตัวแทนเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ตลอดกว่า 11 วันที่ผ่านมา

"มันไม่ใช่แค่เรื่องทรัพยากรอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความไม่เป็นธรรมของอำนาจที่รัฐใช้จัดการทรัพยากรโดยที่ไม่ถามความเห็นความต้องการของคนในพื้นที่เลย อีกทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่จะขยายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่บ้านของหนูที่หนองคายก็กำลังต่อสู้อยู่ หากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่สร้างได้ ชัยภูมิก็จะสร้างได้เช่นกัน รูปที่วาดนี้เป็นรูปทะเลแหวกของกระบี่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของกระบี่ที่เราอยากอนุรักษ์ไว้ การขนส่งถ่านหินทางเรือจะสร้างมลพิษและทำลายความสวยงามของทะเลกระบี่ เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องช่วยกันรักษาไว้" ความคิดเห็นของ ลมิตา เชตขัน จากจังหวัดหนองคาย ผู้ที่มาช่วยวาดภาพ และร่วมการเคลื่อนไหวของเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินในครั้งนี้

หากรัฐมองอย่างเปิดใจจะเห็นถึงศักยภาพของพลังงานหมุนเวียนที่กระบี่มีอย่างเต็มร้อยด้วยเหตุนี้ข้อเสนอสำคัญที่ยื่นต่อภาครัฐคือขอระยะเวลาพิสูจน์ 3 ปีว่ากระบี่สามารถผลิตพลังงานหมุนเวียนได้เต็มร้อยภายใต้เงื่อนไขว่าหลังจากนี้รัฐบาลต้องสนับสนุนการขยายระบบโครงข่ายสายส่งให้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนของกระบี่เข้าสู่สายส่งไฟฟ้าได้เป็นอันดับแรก รัฐบาลจึงค่อยมาพิจารณาเรื่องโครงการการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงอื่นที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

"สภาพร่างกายยังพอไหว สภาพจิตใจตอนนี้ก็ยังสู้ มุ่งมั่น และหวังเหมือนเดิมว่านายกฯจะรับฟังข้อเสนอแผน 3 ปี ของกระบี่ ยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเรานั้นเยอะมาก การเอาสุขภาพและชีวิตตัวเองเข้าเสี่ยงแบบนี้มันก็คุ้ม เพราะเราลองมาทุกวิธีแล้ว สุดท้ายขึ้นอยู่กับรัฐบาลต้องเลือกระหว่างผลประโยชน์ของพ่อค้าถ่านหิน หรือผลประโยชน์ของประชาชน ข้อเรียกร้องของเรามีทางออกให้กับรัฐบาล เป็นข้อเรียกร้องที่ได้ผลประโยชน์ทุกฝ่าย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และได้พลังงาน รัฐฯควรจะรับฟัง เป็นเหตุผลที่พี่น้องทุกคนขึ้นมาในวันนี้ รัฐควรให้โอกาสกระบี่และอันดามันทำตามยุทธศาสตร์ของตนเอง" คุณประสิทธิชัย หนูนวล ตัวแทนเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินกล่าว

อีกคำถามหนึ่งที่อยากให้ภาครัฐร่วมกันตอบคือเสียงของชาวอันดามันสำคัญพอหรือไม่ เพราะพวกเขากำลังนั่งรอคำตอบอยู่ที่นี่หลังจากการยืนหยัดคัดค้านมาสามปีให้ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน และรอนำเสนอให้ท่านรับฟังว่าจังหวัดกระบี่มีทางออกเรื่องพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดที่รอจะได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจัง

คนกระบี่และคนอันดามันไม่ได้คัดค้านโรงไฟฟ้า แต่คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน กระบี่เป็นแหล่งผลิตปาล์มน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีของเสียที่สามารถนำมาผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีศักยภาพ ปฏิบัติการของเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหินทำให้สังคมไทยเริ่มตระหนักและกังวลถึงนโยบายด้านพลังงานของไทย ถึงเวลาแล้วที่นายกฯ หรือภาคส่วนผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ต้องทบทวนและยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ หันมาสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนอย่างแท้จริงตามที่ประชาชนต้องการ โดยที่มีกระบี่เป็นโมเดลพัฒนาพลังงานหมุนเวียนเต็มร้อยของอันดามัน และเป็นจังหวัดต้นแบบที่ไทยสามารถนำหลักปฏิบัติไปใช้กับจังหวัดอื่นได้ เพื่อสร้างความยั่งยืนทางพลังงานของไทยอย่างแท้จริงที่ไม่ทำร้ายคนและสิ่งแวดล้อม