ก่อนที่เราจะเลือกซื้อเลือกกินอาหารทะเลแต่ละครั้ง เคยถามผู้ขายบ้างไหมว่า ปลาที่เรากำลังจะกินนั้นมีที่มาอย่างไร มาจากทะเลแห่งไหน จากชาวประมงกลุ่มใด จับปลามาด้วยวิธีใด และก่อนที่จะมาถึงจานอาหารของเรานั้นผ่านสารเคมีอะไรมาบ้าง 

บ่อยครั้งที่เรามักได้รับความสะดวกสบายกับการรับประทานอาหารทะเลจนหลงลืมไปว่า สิ่งที่เรากำลังกินนั้นมีที่มาที่อาจสร้างผลกระทบอันใหญ่หลวงให้กับท้องทะเลได้ ผู้บริโภคอย่างเรานี่แหละ คือ พลังที่สามารถกำหนดทิศทางและสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการสนับสนุนอาหารทะเลที่ได้มาจากการทำประมงอย่างยั่งยืน และตั้งคำถามถึงที่มาและการได้มาของอาหารทะเลก่อนตัดสินใจซื้อ การทำเช่นนี้จะไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพท้องทะเลของเราทุกคนอีกด้วย

สิ่งเหล่านี้คงไม่ยากเกินไป หากคนจับ คนขาย และคนกิน หันมาร่วมมือกัน คู่มือเลือกซื้ออาหารทะเล “จาก’เล สู่จาน: A Guide to Sustainable Seafood” อยากขอแนะนำร้านอาหารที่เลือกใช้อาหารทะเลที่ได้มาจากการทำประมงอย่างยั่งยืนให้ชาวกรุงได้ลองแวะไปชิมกัน รับรองว่าอร่อยอิ่มเอมโดยที่ไม่ทำร้ายท้องทะเล!

ครัวใส่ใจ พร้อมทำอาหารสักมื้อให้เรากินอย่าง "ใส่ใจ" ทั้งต่อคนกินและสิ่งแวดล้อม

ครัวใส่ใจ ร้านอาหารบรรยากาศสงบใจกลางกรุง ซอยวิภาวดี  22 ที่คุณสามารถหลบความจอแจของเมืองกรุง ความอบอุ่นของครัวใส่ใจไม่ได้มอบแค่ความอิ่มท้องและอิ่มเอมกับอาหารมื้ออร่อยเท่านั้น แต่ยังดูแลใส่ใจถึงสุขภาพของคนกิน ด้วยการเลือกสรรวัตถุดิบในการทำอาหารที่ล้วนเป็นออร์แกนิค เพื่อคนกินสุขใจ และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

แนวคิดด้านการสรรหาอาหารของทางร้านนั้น คือการใส่ใจในหลายๆ มุม ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังคำนึงและเน้นเรื่องของวัตถุดิบ กรรมวิธีการทำ ภาชนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวล้อม ควบคู่ไปกับการเกื้อกูลสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน อาหารทะเลของครัวใส่ใจจึงเลือกรับปลาเฉพาะปลาที่ชาวประมงพื้นบ้านเป็นผู้จับมาตามฤดูกาล และซื้อผ่านโครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์ และร้านคนจับปลา ซึ่งจะไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางและรู้จักผู้ผลิตโดยตรง จึงมั่นใจได้ว่าปลาทุกตัวจับขึ้นมาสดๆ จากทะเล ไม่ผ่านสารเคมี 

“ผู้บริโภคไม่ควรมองอาหารว่าเป็นเรื่องของความอร่อยเท่านั้น เพราะสิ่งที่ง่ายและรวดเร็วอย่างอาหารแช่แข็งนั้นผ่านกระบวนการมามาก ทำลายสิ่งแวดล้อมไปมาก ในทางกลับกัน อาหารที่ยุ่งยากสำหรับเรากลายเป็นอาหารที่มีกระบวนการผลิตสั้นมาก ไม่สูญเสียคุณค่าระหว่างทาง รวมถึงไม่เสียสุขภาพในระยะยาว” นี่คือแนวคิดจากคุณชรินา ง่วนสำอางค์ เจ้าของครัวใส่ใจ ที่ห่วงใยทั้งคนกินและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

นอกจากจะอิ่มท้องอิ่มใจกับอาหารที่ใส่ใจแล้ว สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากครัวใส่ใจคือ “คนกินจะได้ของดี จะต้องมาจากสิ่งแวดล้อมที่ดี และมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” หลังอิ่มยังสามารถเดินเยี่ยมชมแปลงผักไร้สารเคมี กับแม่ไก่อารมณ์ดีได้ และถ้ามีโอกาสก็มีเวิร์กช็อปน่าสนุกสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและธรรมชาติให้ได้เติมเต็มความรู้ด้วยเช่นกัน

ดังที่คุณชรินา กล่าวย้ำว่า “อาหารทะเลจะยั่งยืนได้ ผู้ผลิตที่ท���ด้วยความรับผิดชอบจะต้องอยู่ได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักผู้ผลิตโดยตรง” สิ่งสำคัญนอกจากความอร่อยที่คลายหิวแล้ว คนกินจะต้องใส่ใจร่วมกันปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย
..ใส่ใจในอาหารทะเลที่คุณกินวันนี้ เพื่อความยั่งยืนของท้องทะเล...

เมนูแนะนำ

เมนูของที่นี่จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ขึ้นอยู่กับว่าในช่วงนั้นธรรมชาติจะมอบอะไรให้เยอะเป็นพิเศษ แต่ที่เราไม่อยากให้พลาดคือ หลนปลาทู ทานแกล้มกับผักสวนครัวที่ปลูกขึ้นเองของที่ร้านซึ่งหากินได้ยาก เช่น Red Coral, Butterhead, ผักเป็ด ผักเกล็ดปลา และเบญจรงค์ด่าง เป็นต้น รวมถึงยังมีปลาทอดขมิ้น เห็ดผัดฉ่า และไข่เจียวทรงเครื่องที่อร่อยเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

ครัวใส่ใจ

ซอยวิภาวดี 22 (ลัดไปลาดพร้าว) ถนนวิภาวดีรังสิต
โทร. 02-938-8534, 087-915-3440
อีเมล
www.saijaihealthyfood.com
กรุณาโทรเพื่อสอบถามเมนู หรือสั่งปิ่นโตส่งนอกสถานที่

โบ.ลาน การกินควรสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติให้น้อยที่สุด 

บ้านสวยลักษณะโบราณหลังใหญ่กลางกรุงในซอยสุขุมวิท 53 แห่งนี้ คือ ร้านโบ.ลาน ร้านอาหารไทยแท้ที่ตกแต่งตามสไตล์ตะวันตก รังสรรค์ความอร่อยด้วยเชฟหญิงฝีมือดีกรีระดับโลก เซฟโบ ที่ได้รับรางวัลเชฟหญิงที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2556 สิ่งที่น่าหลงใหลของร้านโบ.ลานไม่ได้มีดีแค่อาหารจากหนึ่งในสุดยอดเชฟเท่านั้น แต่แนวคิดในการประกอบอาหารที่ทำร้ายโลกน้อยที่สุดนั้นคือหัวใจสำคัญของร้านอาหารนี้ ด้วยหลักการเลือกสิ่งที่ดีให้กับผู้กิน โดยที่มีเกษตรและประมงอินทรีย์เป็นสิ่งตอบโจทย์องค์รวมได้ทั้งหมด คือทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเคมี ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

บรรยากาศร่มเย็นของร้านโบ.ลานแห่งนี้อบอวลไปด้วยความพิถีพิถันในการเลือกเฟ้นวัตถุดิบมาทำอาหาร ที่สำคัญคือการใช้อาหารทะเลที่ส่งตรงจากมือชาวประมงพื้นบ้าน ผ่านโครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์ และร้านคนจับปลา ปลอดภัยจากฟอร์มาลีน  สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของทางร้าน คือการเปลี่ยนแปลงเมนูทุกสามเดือน แปรผันไปตามฤดูกาล เชฟโบแนะนำให้เรากินปลาในหน้าหนาว จะได้ชิมรสชาติปลาทูที่เนื้อแน่นอร่อยมัน ส่วนผักเหมาะที่จะกินหน้าฝนซึ่งเป็นช่วงที่พืชพรรณเจริญเติบโตดี และหน้าร้อนต้องไม่พลาดผลไม้ด้วยประการทั้งปวง

เซฟโบได้ให้แง่คิดดีๆ สำหรับการเลือกกินอาหารทะเลว่า “ผู้บริโภคควรตระหนักและรู้ที่มาของสิ่งที่บริโภค เพราะต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมตีค่าไม่ได้ ควรเห็นคุณค่าและความสำคัญของแหล่งที่มาที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม หากผู้บริโภคไม่มีความตระหนักก็คงจะเป็นเรื่องยากที่จะช่วยสนับสนุนการประมงที่ไม่ทำร้ายทะเล เพราะสิ่งที่เรากินเราใช้อยู่ไม่ควรสิ้นสุดแค่ยุคของเรา กินอย่างพอเพียงทรัพยากรก็จะสามารถฟื้นตัวและดำรงอยู่ได้”

“สิ่งที่ผู้บริโภคกำลังกินอยู่ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด ถ้าผู้บริโภคไม่ถาม พ่อค้าแม่ค้าก็จะไม่หาคำตอบ” เซฟโบ กล่าวฝากให้ผู้บริโภคทุกคน นี่คือสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่มีความหมายยิ่งใหญ่มหาศาลต่อชีพจรของมหาสมุทรที่เราทำได้ 

เมนูแนะนำ

เมนูของที่นี่จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ซึ่งจะไม่ได้เน้นเพียงอาหารทะเล แต่หนึ่งเมนูไฮไลท์ของร้าน คือ น้ำพริกมันกุ้งสูตรชาววัง เสิร์ฟกับกุ้งอบเกลือ และปลาทรายทอด ปลาแสนอร่อยกับกุ้งคำโตกินแกล้มด้วยน้ำพริกรสเด็ดกับผักและผลไม้นานาชนิด ที่จัดวางอย่างบรรจง อาทิ ดอกโสน ดอกขจร ดอกพวงชมพู แตงกวา มันแกว มะม่วง ขิง มะเขือพวง ขมิ้นขาว ฟักทองอ่อน ยอดฟักแม้ว ชมพู่ และใบชะพลู

โบ.ลาน

24 สุขุมวิท 53 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-260-2962
อีเมล
www.bolan.co.th
กรุณาโทรเพื่อสอบถามเมนู หรือสำรองโต๊ะ

ติดตามคู่มือสำหรับคนรักอาหารทะเล "จาก'เล สู่จาน: A Guide to Sustainable Seafood"  และร่วมกิจกรรมในวันที่ 11-13 กันยายน นี้ ที่ EMquartier 

บางที หนังสือเล่มนี้อาจช่วยเปลี่ยนมุมมองของคุณในการบริโภคอาหารทะเล และหันมาร่วมกันปกป้องทะเลด้วยการกินอาหารทะเลที่มาจากการประมงอย่างยั่งยืน เพื่อสุขภาพของคุณและท้องทะเลของเราทุกคน