เชื่อไหมคะว่า แค่กินอย่างรับผิดชอบ ก็ช่วยปกป้องทะเลได้

ก่อนที่จะมาเป็นต้มยำปลาเก๋า กุ้งแช่น้ำปลา หมึกผัดพริกไทยดำ และเมนูซีฟู้ดอื่นๆ คุณเคยตั้งคำถามไหมว่า ปลาที่คุณกินมาจากไหน และถูกจับมาด้วยวิธีใด เพราะเราอาจมีส่วนเกี่ยวโยงต่อการทำลายท้องทะเลโดยไม่รู้ตัว หากคุณรักอาหารทะเล และอยากให้ลูกหลานของเรายังคงมีอาหารทะเลดีๆ กินต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยนแปลงวิถีการกินของเราสักเล็กน้อย ด้วยการกินอย่างรับผิดชอบ เริ่มง่ายๆ จากการตั้งคำถามว่า อาหารทะเลที่เรากินนั้นมีที่มาจากไหน 

11-13 กันยายน 2558 กรีนพีซได้เชิญชวนผู้บริโภคมาร่วมกันหาคำตอบว่าอาหารทะเลยั่งยืนคืออะไร กินอย่างไรไม่ทำร้ายทะเล และการทำประมงที่เป็นมิตรต่อท้องทะเลเป็นอย่างไรในงาน “จาก'เล สู่จาน” ที่ ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น 5 ควอเทียร์วอเทอร์การ์เดน ซึ่งเป็นการแนะนำคู่มือและแอพลิเคชันบนมือถือในชื่อว่า “จาก ‘เล สู่จาน: A guide to Sustainable Seafood” คู่มือเล่มเล็กๆ ที่เต็มเปี่ยมด้วยเคล็ดลับดีๆ ในการกินอาหารทะเลอย่างยั่งยืน เพื่อสุขภาพของคนกินและท้องทะเล รวมถึงแนะนำการเลือกช้อป เลือกซื้อ เลือกหาร้านอาหารที่สนับสนุนการประมงที่เป็นมิตรต่อท้องทะเล

 ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ สไตล์ตลาดออร์แกนิค นักช้อปคนกรุงได้แวะเวียนมาเที่ยวชม และทำความรู้จักกับอาหารทะเลที่เป็นมิตรต่อท้องทะเล ผ่านการพูดคุยกับโครงการประมงพื้นบ้าน - สัตว์น้ำอินทรีย์ และร้านคนจับปลา ซึ่งเป็นร้านเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านผู้ประมงอย่างอนุรักษ์ รวมถึงยังมีร้านอาหารที่ยึดมั่นกับแนวทางที่ทำร้ายโลกน้อยที่สุด อย่างร้านโบ.ลาน และครัวใส่ใจ มาแนะนำอาหารที่ดีและไม่ทำร้ายทะเล

ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นกุ้งก้ามกรามขนาดจัมโบ้เกรดเอ น้ำหนัก 3 ตัวต่อกิโลกรัม ความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ปลาเก๋าน้ำหนัก 2 กิโลกรัม และปลาหมึกสดๆ เอามาปิ้งให้กินกันสดๆ อาหารทะเลดีๆ อย่างนี้จะคงอยู่คู่ทะเลและคนไทยของเราได้อย่างยั่งยืน หากเราในฐานะผู้บริโภค เป็นคนกินที่กินอย่างรับผิดชอบต่อท้องทะเล

รู้ที่มาของอาหารทะเล ปกป้องทะเลด้วยการกินอย่างรับผิดชอบ 

การที่เรามีอาหารทะเลหยิบฉวยกินได้ง่ายอย่างสะดวกสะบายจากร้านสะดวกซื้อ หรือซูเปอร์มาร์เก็ตทำให้บางทีเราอาจลืมนึกคิดไปว่า อาหารทะเลที่เราซื้อและกินนั้นมาจากไหน ในการล้อมวงสนทนา "จาก'เลสู่จาน: อาหารทะเลมีที่มาอย่างไร และผู้บริโภคสามารถกินอย่างรับผิดชอบได้อย่างไร" ได้ชักชวนผู้บริโภคมาร่วมคบคิดถึงความสำคัญของที่มาของอาหารทะเล เพราะภายใต้ท้องทะเลไทยของเรากำลังซุกซ่อนวิกฤติเอาไว้ ปลาอันเป็นอาหารของเรากำลังลดลง และปัญหานี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชาวประมง และผู้ขายอาหารทะเลเท่านั้น คนกินอาหารทะเลทุกคนก็ต่างได้รับผลกระทบ ดังนั้น การฉุกคิดและเริ่มไถ่ถามถึงที่มาของอาหารทะเลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง

“ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคิดว่าเป็นปัญหาไกลตัว แต่ที่จริงปัญหาวิกฤตทะเลเป็นปัญหาที่ใกล้ตัวเรา สิ่งที่ผู้บริโภคทำได้คือ สนับสนุนอาหารทะเลจากการประมงพื้นบ้าน ซึ่งนอกจากจะเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเฉพาะแต่ละชนิดของปลาแล้ว ยังมีวิถีการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศท้องทะเล เช่น การทำซั้งปลา ธนาคารปู เพื่อขยายพันธุ์สัตว์น้ำ หากเรารู้ที่มาของปลา และสนับสนุนให้มีการประมงอย่างรับผิดชอบ เราก็จะช่วยทะเลได้” ดร. สุภาภรณ์ อนุชิราชีวะ ผู้จัดการโครงการประมงพื้นบ้านสัตว์น้ำอินทรีย์ มูลนิธิสายใยแผ่นดิน กล่าว  ดร. สุภาภรณ์ ได้จับมือกับพี่น้องชาวประมง 6 จังหวัด ส่งต่อผลผลิตจากชาวประมงพื้นบ้านในนามของโครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์ และได้รับกระแสตอบรับจากคนกินปลาผู้ใส่ใจ ไถ่ถามว่าปลาที่นำมาขายนี้มาจากพื้นที่จังหวัดใด และจับมาอย่างไร “เราต้องเป็นผู้บริโภคที่มีคุณภาพ ทิ้งนิสัยการบริโภคที่เอาแต่ใจตนเอง ฟังธรรมชาติ เพราะหากไม่เปลี่ยน อนาคตจะหาวัตถุดิบดีๆไม่ได้อีก”

หนึ่งในวงเสวนาวันนี้ คือ เจ้าของร้านอาหารที่อยากให้อาหารเป็นสื่อให้คนกินร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณร้านอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและท้องทะเลอย่าง ร้านโบ.ลาน และครัวใส่ใจ คุณชรินา ง่วนสำอางค์ เจ้าของร้านครัวใส่ใจ ที่ทำครัวอย่างใส่ใจ นำอาหารดีๆ จากผู้ผลิตมาสู่ผู้บริโภค ได้เสริมข้อคิดดีๆ ว่า การบริโภคแบบใส่ใจตัวเราเองแล้ว ยังต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วย ว่าสิ่งที่เรากินได้มาอย่างไร และส่งผลกระทบอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อม เราเป็นอีกช่องทางนึงที่ทำให้ผู้บริโภคได้เข้าใจที่มาของอาหาร ฟังสิ่งที่ธรรมชาติบอกกับเรา เพราะที่จริงแล้วอาหารในแต่ละฤดูกาลไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่ว่าฤดูกาลให้อะไรกับเรา และจับปลาอะไรมาได้ ถ้าวันนึงสิ่งแวดล้อมไปหมดแล้ว เราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน”

ร้านโบ.ลาน และครัวใส่ใจ คือ หนึ่งในร้านที่คู่มือ “จาก ‘เล สู่จาน: A guide to Sustainable Seafood” ได้นำมาแนะนำให้กับผู้บริโภค แต่ยังมีร้านอาหารอีกจำนวนหนึ่งที่คัดสรรวัตถุดิบที่ไม่ทำร้ายทะเล ที่บริโภคอย่างเราสามารถสนับสนุนได้ เพื่อสื่อไปให้ถึงผู้จับว่า คนกินอย่างเราไม่อยากทำร้ายทะเลผ่านการกิน เชฟ Dylan Jones จากร้านโบ.ลาน ได้กล่าวในฐานะที่เป็นร้านอาหารหนึ่งที่สนับสนุนการประมงที่เป็นมิตรต่อท้องทะเลว่า เรารู้สึกว่าต้องดูแลทะเลดีๆ หากเรามีโอกาสช่วยได้ เราก็จะช่วย และใช้ทางเลือกที่ดีเพื่อสุขภาพของผู้ผลิตต้นทาง และผู้บริโภคปลายทาง ที่สำคัญคือผู้บริโภคต้องเริ่มจากการคิดก่อนกิน ต้องคิดถึงสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ”

วงสนทนาเล็กๆ นี้ สื่อใจความสำคัญของการกินอย่างรับผิดชอบ เพราะเรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ และการกินสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากกว่าที่คิด ทว่าในทางตรงข้าม หากเราสนับสนุนอาหารทะเลที่ได้มาจากการประมงอย่างยั่งยืน เราก็จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอนาคตของท้องทะเลได้ด้วยตัวของเรา

“พลังของผู้บริโภคมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในท้องทะเล ผ่านการเลือกซื้อและบริโภค โดยการเลือกซื้ออาหารทะเลที่มาจากการทำประมงแบบมีความรับผิดชอบ หลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์ทะเลที่ยังไม่โตเต็มวัยและใกล์สูญพันธุ์ การปกป้องท้องทะเลเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ตลอดจนผู้บริโภค หรือแม้แต่ผู้กำหนดนโยบาย ล้วนมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น อัญชลี พิพัฒนวัฒนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

ในงานนอกจากจะมีอาหารทะเลอร่อยๆ สดๆ จากมือชาวประมงพื้นบ้านแล้ว ยังมีอาหารอร่อยๆ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เวิร์คช็อปเก๋ๆ อย่างการเพนท์ผ้าบาติก กระเป๋าผ้าออร์แกนิค ทำของเล่นไม้น่ารักๆ  คลอเคล้าไปกับเพลงเบาๆ สไตล์ Acoustic กับ Greenpeace Youth Band ในวันนี้เราได้เรียนรู้แล้วว่ากินโดยไม่ทำร้ายทะเลนั้นเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับคุณแล้วที่จะเริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลง เริ่มตั้งแต่วันนี้ด้วยการกินอย่างรับผิดชอบ สร้างทางออกของอนาคตทะเลไทยด้วยพลังผู้บริโภค เริ่มด้วยตัวคุณ เพื่ออนาคตของท้องทะเลไทยของเราทุกคน


มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับอนาคตทะเลไทย ด้วยการกินของเรา 11-13 ก.ย. นี้ ที่ ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น 5 ควอเทียร์วอเทอร์การ์เดน

- สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นบนมือถือ "จาก’เลสู่จาน” ได้ทั้งใน ระบบ iOS และ Android โดยพิมพ์ “จากเลสู่จาน” ใน App Store หรือ Play Store