นอกจากวิกฤตภัยแล้งที่เกษตรกรกำลังเผชิญหน้าอยู่ในปัจจุบัน ภัยจีเอ็มโอก็กำลังเข้ามาคุกคามอธิปไตยทางอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของพืชผลไทย

ที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ในเช้าวันที่ 9 ธันวาคม 2558 เต็มไปด้วยมวลชนที่ออกมาคัดค้านพรบ.ความปลอดภัยทางชีวภาพ หรือพ...จีเอ็มโอ ที่ร่วมกันออกมาส่งข้อความถึงรัฐบาล ให้ชะลอร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพ พ.ศ.... และให้แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงร่างกฎหมายที่มีตัวแทนของภาคประชาชน และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ

ปกป้องอธิปไตยทางอาหาร หยุด พ.ร.บ.จีเอ็มโอ!

คนไทยไม่เอาจีเอ็มโอ! ร่วมลงชื่อคัดค้านร่างพ.ร.บ.จีเอ็มโอ ด้วยกันตอนนี้ที่ → http://chn.ge/1YJnQgI#ThailandNoGMO #NoGMOsDay

Posted by Greenpeace Thailand on Wednesday, December 9, 2015
 
การเคลื่อนไหวในวันนี้เป็นการรวมตัวของผู้บริโภค ภาคประชาชน และผู้ประกอบการภาคเกษตรและอาหาร กว่า 122 องค์กร เพื่อปกป้องสิทธิอธิปไตย- ความมั่นคงทางอาหาร และทางเลือกของผู้บริโภค ซึ่งไม่แต่เพียงที่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังมีการเคลื่อนไหวในอีก 46 จังหวัดทั่วประเทศอีกด้วย

เครือข่ายฯและประชาชนประมาณ 300 คน ได้ร่วมกันทำกิจกรรมรณรงค์เชิงสัญลักษณ์ ด้วยการใช้หุ่นไล่กาจำนวน 77 ตัว เป็นตัวแทน 77 จังหวัดในประเทศไทย ที่ต้องการเปล่งเสียงแทนเกษตรกร ชาวนา ภาคอุตสาหกรรม และผู้บริโภคในเมืองที่สนับสนุนอาหารอินทรีย์ เพื่อบอกกับภาครัฐว่า “ค้าน พ.ร.บ.จีเอ็มโอ ”  “No GMO” และ “คนไทยไม่เอาจีเอ็มโอ” นอกจากนี้ยังได้มอบตะกร้าผักอินทรีย์ และยื่นข้อเรียกร้องให้แก่พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 

พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และถูกคัดค้านจากภาคประชาชน กลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ องค์กรภาคประชาสังคม เกษตรกร และภาครัฐประกอบด้วยกระทรวงพาณิชย์และสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่ออธิปไตย-ความมั่นคงทางอาหาร ความปลอดภัยทางชีวภาพ และการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย

ร่างพ..ความปลอดภัยทางชีวภาพฉบับนี้กลับคุ้มครองผลประโยชน์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติมากกว่าจะปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย เราไม่ได้ต่อต้านวิทยาศาสตร์แต่เราจะต้องนำหลักความปลอดภัยไว้ก่อนมาพิจารณาด้วย หากพบว่าพืชจีเอ็มโอที่ปลดปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมได้สร้างปัญหาต่อความปลอดภัยทางชีวภาพ การกำจัดพืชจีเอ็มโอหลังจากนั้นจะเป็นเรื่องยาก หากมีการปนเปื้อนเกิดขึ้น ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม ชาวนาหรือเกษตรกรที่ครอบครองผลผลิตที่ปนเปื้อนก็จะถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในฐานละเมิดสิทธิบัตรได้” นายวัชรพล แดงสุภา ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านอาหารและเกษตรกรรมเชิงนิเวศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (BIOTAI) หนึ่งในองค์กรที่ร่วมเคลื่อนไหวครั้งนี้ชี้ว่า "นี่เป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านในประเด็นที่เกี่ยวกับพืชจีเอ็มโอครั้งใหญ่ในสังคมไทย ผู้เข้าร่วมการเคลื่อนไหวประกอบด้วยสมาคมการค้าเกษตรและอาหาร กลุ่มประชาชนในจังหวัดต่างๆมากกว่า 46 จังหวัดทั่วประเทศ และองค์กรภาคประชาสังคม รวมกันมากกว่า 122 องค์กร  ตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา ไม่เคยมีรัฐบาลใดที่ผลักดันนโยบายและกฎหมายเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อกลุ่มผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับจีเอ็มโอมากเท่าที่รัฐบาลนี้กำลังดำเนินการ พวกเราเชื่อว่าหากรัฐบาลเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้อง การเคลื่อนไหวจะขยายวงออกไปกว้างขวางมากยิ่งไปกว่านี้อีก ซึ่งรัฐบาลเองที่จะต้องรับผิดชอบต่อปัญหาที่จะเกิดขึ้น" 

ประเทศไทยเคยได้รับผลกระทบจากจีเอ็มโอ อย่างกรณี การหลุดรอดของมะละกอจีเอ็มจากแปลงทดลองผ่านการจำหน่ายจ่ายแจกเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าจีเอ็มโอให้กับประชาชนทั่วไปซึ่งผิดกฎหมายและสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรไทยเป็นอย่างมาก

“เพื่อให้เราไม่หวนไปสู่ความผิดพลาดกรณีเกิดการปนเปื้อนอีก พ.ร.บ. นี้ควรถูกร่างขึ้นใหม่ให้มีความรัดกุมโดยคำนึงถึงหลักปลอดภัยไว้ก่อน และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนในกรณีที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น นำข้อเสนอจากเครือข่ายผู้ประกอบการและภาคประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง” นายวัชรพล กล่าวเสริม 


ไม่เพียงแค่เกษตรกรและผู้บริโภคเท่านั้น แต่หนึ่งในตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรมเองก็มาร่วมคัดค้านพ.ร.บ.ฉบับนี้เช่นกัน โดย นายวัลลภ พิชญ์พงศา รองกรรมการผู้จัดการบริษัทนครหลวงค้าข้าวจำกัด กล่าวว่า “การอนุญาตให้มีการนำพืชจีเอ็มโอออกสู่สิ่งแวดล้อมจะเกิดผลกระทบในวงกว้าง  เช่น  ผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทย  ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อในต่างประเทศ จากกรณีการปนเปื้อนของข้าวจีเอ็มโอกับข้าวทั่วไปของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2549 แสดงให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาไม่สามารถป้องกันปัญหาการปนเปื้อนระหว่างพืชทั่วไปและและพืชจีเอ็มโอได้  ผลก็คือทำให้สหรัฐฯสูญเสียตลาดสหภาพยุโรปไป”

การรุกรานของจีเอ็มโอจะทำให้แหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ของเราปนเปื้อนไปด้วยพืชที่ไม่มีความชัดเจนเรื่องความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาว เกษตรกรไทยจะกลายเป็นทาสของบรรษัทข้ามชาติรายใหญ่ของโลกอย่างเช่น มอนซานโต้ ด้วยเหตุที่เมล็ดพันธุ์จีเอ็มโอนั้นมีเจ้าของและถูกจดสิทธิบัตรไว้แล้วทั้งสิ้น เมื่อจีเอ็มโอแพร่กระจายปนเปื้อนอยู่ในแปลงของเกษตรกร เกษตรกรจะต้องเผชิญกับปัญหาการฟ้องร้องฐานละเมิดสิทธิบัตรจีเอ็มโอ ซึ่งทั่วโลกมีเกษตรกรที่ถูกฟ้องร้องและแพ้คดีความ ต้องจ่ายค่าเสียหายจากการละเมิดสิทธิบัตรให้กับบรรษัทเหล่านี้นับพันคดี และสุดท้าย ประเทศไทยจะสูญเสียอธิปไตยทางอาหาร เพราะการผลิตอาหารของเราได้ถูกครอบงำโดยบรรษัทข้ามชาติทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างสิ้นเชิง

ไม่มีพืชจีเอ็มชนิดใดที่ถูกออกแบบมาเพื่อปริมาณผลผลิต พืชจีเอ็ม ไม่ใช่นวัตกรรมที่ดีที่สุดสำหรับระบบอาหาร แต่เป็นการปิดกั้นนวัตกรรมเนื่องจากเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นสิทธิ์ของบริษัทข้ามชาติที่มีจำนวนเพียงหยิบมือ

ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ทุกอย่างไว้อย่างตั้งใจ และทุกสิ่งมีเอกลักษณ์ในตัวเอง มีความแตกต่างหลากหลายเพื่อการดำรงชีวิต การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตจะส่งผลกระทบมหาศาลต่อทุกสรรพสิ่งบนโลกโดยที่มนุษย์ไม่มีทางควบคุมได้ ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผลผลิตทางการเกษตรไม่ใช่การดัดแปลงพันธุกรรม แต่เป็นเกษตรกรรมแบบยั่งยืน

การอ้างว่าจีเอ็มโอคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้นเป็นเพียงมายาคติที่กำลังพรากความอุดมสมบูรณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของไทยไป ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันยุติ พ.ร.บ.จีเอ็มโอนี้ เพื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารของไทย ความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และอธิปไตยทางอาหารของชาวไทยทุกคน

ร่วมลงชื่อคัดค้าน พ.ร.บ.จีเอ็มโอ ที่นี่