คนตัวเล็ก ๆ ที่เชื่อมั่นและลงมือทำ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ได้ และนี่คือสองเรื่องราวของคนปลูกป่าด้วยตนเอง เรื่องแรกคือ เรื่องราวของชาวอินเดียคนหนึ่งซึ่งใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตในการปลูกป่าด้วยมือของเขาเพียงคนเดียว และอีกเรื่องที่น่ามหัศจรรย์ไม่แพ้กัน ชายตาบอดกับเพื่อนผู้ไร้แขนร่วมกันปลูกต้นไม้กว่า 10,000 ต้น ให้เติบโตในพื้นที่แห้งแล้งในช่วงสิบปีที่ผ่านมา พวกเขาเหล่านี้สามารถทำเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ให้สำเร็จได้ เปลี่ยนจากความแห้งแล้งเป็นป่าเขียวขจี แม้จะต้องใช้กำลังกาย กำลังใจ และเวลาที่ยาวนาน แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ 

ป่า Molai อันเป็นถิ่นฐานของนก กวาง แรก เสือ และช้างนานาชนิด (ขอบคุณภาพจาก aljazeera.com) 

ปลูกป่าคนเดียว 30 ปี 1,360 เอเคอร์

กว่า 30 ปีที่แล้ว เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งชื่อว่า Jadav "Molai" Payeng ได้เริ่มนำเอาเมล็ดพืชไปปลูกบริเวณสันดอนทรายที่แห้งแล้งของปากแม่น้ำ Brahmaputra ของเกาะ Majuli ใกล้กับบ้านเกิดของตนเพื่อให้กลายเป็นถิ่นฐานสำหรับสัตว์ป่า และไม่นานจากนั้น เขาก็ตัดสินใจอุทิศทั้งชีวิตเพื่อทำให้สำเร็จ กระทั่งย้ายบ้านไปอยู่ในพื้นที่นี้ เพื่อที่จะได้ลงมือได้เต็มที่ ไม่น่าเชื่อว่าจากพื้นที่แห้งแล้งในอดีตจะกลายมาเป็นป่าพื้นที่ 1,360 เอเคอร์ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าสวนสาธารณะเซนทรัล พาร์ค ของนิวยอร์กเสียอีก และนี่เกิดขึ้นจากฝีมือของ Payeng ล้วนๆ 

จุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจอันมหาศาลนี้เกิดขึ้นเมื่อ Payeng อายุ 16 ปี ในปี 2522 ในช่วงนี้เกิดน้ำท่วมพัดพางูจำนวนมากขึ้นมาที่สันดอนทราย และในวันหนึ่งเมื่อน้ำแห้ง พื้นที่นั้นก็เต็มไปด้วยงูตายเกลื่อน นั่นคือจุดเปลี่ยนของชีวิตของเขา 

“งูตายเนื่องจากความร้อน และไม่มีต้นไม้ใด ๆ ปกคลุม ผมนั่งร้องไห้ตรงนั้นให้กับซากงูที่ไร้ชีวิต ผมแจ้งกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้และขอให้ปลูกต้นไม้ที่บริเวณนี้ เขาตอบกลับมาว่าแถวนั้นปลูกอะไรไม่ได้ และยังเสนอว่าไม่เช่นนั้นลองปลูกต้นไผ่ดูสิ มันน่าเศร้ามากแต่ผมก็ทำ ไม่มีใครช่วยผม ไม่มีใครสนใจ” Payeng ในวัย 47 กล่าว

ขณะนี้ป่า “Molai” เขียวชะอุ่ม มีป่าไผ่ 300 เฮคตาร์ และมีต้นไม้หลายพันชนิด จากมือของ Payeng กลายเป็นถิ่นฐานของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงช้างราว 100 เชือก เสือเบงกอล และนกหลายพันธุ์ที่หายไปจากเกาะแห่งนี้กว่า 40 ปี

แต่ Payeng จะไม่หยุดแค่เพียงป่า “Molai” ตอนนี้เขาได้วางแผนจะปลูกป่าเพิ่มอีก 500 เฮคตาร์ บนพื้นที่สันดอนทรายอีกแห่ง “อาจจะใช้เวลาอีก 30 ปี แต่ผมยังคงมองโลกในแง่ดี ผมรู้สึกเศร้าทุกครั้งที่เห็นคนตัดต้นไม้ เราจะเป็นต้องปกป้องธรรมชาติ ไม่เช่นนั้นเราจะเองก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกัน” Payeng กล่าวพร้อมกับย้ำว่ามนุษย์ทุกคนควรร่วมกันปลูกต้นไม้ ความพยายามของผมไม่เสียเปล่า ผมอาจจะเป็นคนที่ต่ำต้อย แต่ผมพึงพอใจที่เป็นคนหนึ่งที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้กับคนที่รักธรรมชาติ

ขอบคุณภาพจาก AP

เราจะเป็นตาและแขนของกันและกันเพื่อเติมเต็มผืนป่า

ชายตาบอด และชายไร้แขน ใช้ช่วงเวลา 10  ปี ในการปลูกป่ากว่า 10,000 ต้น ที่เขตนอกเมือง ประเทศจีน นับเป็นเรื่องที่ยากมากแล้วสำหรับใครสักคนที่จะลงมือปลูกป่าด้วยตนเอง ดังเช่นเรื่องราวของ Payeng  แต่ชายสองคนนี้ไม่ธรรมดา เพราะ Jia Wenqi เป็นผู้พิการที่ไร้แขนสองข้าง และ Jia Haixia ตาบอดทั้งสองข้าง

ทุก ๆ วันเป็นเวลา 13 ปี Jia Wenqi และ Jia Haixia จะเดินทางไปยังพื้นที่ 8 เฮคตาร์ที่เขาเช่ามาจากรัฐบาล ในจังหวัด Hebei ใกล้กับปักกิ่ง ชายสองคนนี้เป็นเพื่อนตั้งแต่วัยเด็ก และเป็นเสมือนพี่น้องกัน เขาต่างร่วมกันฟื้นฟูภูมิทัศน์ที่ถูกการพัฒนาเข้ามาทำลาย เป้าหมายของเขาคือ การปลูกต้นไม้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อป้องกันน้ำท่วมหมู่บ้าน และปรับสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น 

Wenqi วัย 54 สูญเสียแขนทั้งสองข้างไปตั้งแต่อายุ 3 ปี ด้วยอุบัติเหตุจากการจับสายไฟฟ้า ส่วน Haixia มีตาซ้ายที่บอดมาตั้งแต่กำเนิด และได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในปี 2543 จากเศษหินกระเด็นเข้าตาขวา  ทำให้ปัจจุบันเขาตาบอดทั้งสองข้าง

ในการไปพื้นที่ปลูกป่า Wengi จะเป็นคนนำทางให้กับเพื่อนตาบอดของเขา และเมื่อถึงแม่น้ำ Haixia จะขึ้นขี่หลัง Wengi เพื่อข้ามไปยังอีกฝั่ง “เราคือคู่หูที่ดี” Haixia กล่าว (ขอบคุณภาพจาก AP)

จากที่เคยมุ่งเพียงแค่ปลูกต้นไม้เพื่อสร้างรายได้ที่ดีขึ้น แต่ขณะนี้ทั้งสองหวังเพื่อกู้สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น นี่เป็นงานที่ยาก ในช่วงปีแรกมีเพียงต้นไม้ 2 ต้นที่รอดชีวิตจาก 800 ต้น แต่ทั้งคู่ไม่ท้อถอย ปรับปรุงพื้นที่สร้างทางเล็ก ๆ ให้น้ำไหลผ่าน สำหรับคนทั่วไปแล้วอาจจะทำสำเร็จได้ด้วยเหงื่อ Haixia กล่าว “แต่สำหรับเราสองคน ด้วยความบกพร่องทางร่างกายเช่นนี้ ต้องอาศัยทั้งเลือดและน้ำตา เราอยากให้คนรุ่นหลัง และทุกคนได้เห็นว่า คนพิการ สองคนสามารถทำสิ่งยิ่งใหญ่ให้สำเร็จได้ แม้ว่าเราสองคนตายไป เขาก็ยังคงเห็นภาพของชายตาบอดและชายไร้แขนที่สร้างผืนป่าไว้ให้คนรุ่นหลัง”

เมื่อครั้งที่ทั้งสองเริ่มลงมือนั้น คนอื่นในหมู่บ้านไม่มีใครเชื่อว่าเขาทำได้ เนื่องจากแม่น้ำได้เหือดแห้งเป็นเวลาหลายปี และแทบจะไม่มีต้นไม้อยู่เลย แต่เมื่อผืนป่าเติบโตเขียวชะอุ่ม คนในหมู่บ้านก็เปลี่ยนความคิดและเริ่มหันมาช่วย ขณะนี้พื้นที่เดิม 3 เฮคตาร์ได้ถูกปลูกป่าจนเต็ม อุดมสมบูรณ์ มีนกนานาชนิด และทั้งสองกำลังพยายามปลูกป่าในพื้นที่ 100 เอเคอร์เพิ่มเติม เพื่อแก้ไขปัญหาอากาศ และการขาดแคลนน้ำ แต่เป้าหมายสูงสุดของสองสหายคือ การปลูกป่าที่ปกคลุมทั่วทั้งภูเขา

เรื่องราวเหล่านี้สร้างความหวังให้กับโลก ว่าพลังของคนหนึ่งคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ ผืนป่าหนึ่งผืนอาจดูเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในการที่จะปลูกขึ้นมา แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ นี่คือแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ที่ลงมือทำเพื่อโลกที่น่าอยู่ของเรา