ในสัปดาห์นี้ นักกิจกรรมกรีนพีซในหลายประเทศทั่วโลกได้ร่วมกันออกมาส่งสารถึงบริษัท Siemens หนึ่งในบริษัทผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเขื่อนขนาดยักษ์อันอื้อฉาวที่จะสร้างขึ้นในใจกลางผืนป่าอะเมซอน ท่ามกลางเสียงคัดค้านกว่าล้านเสียงทั่วโลก โครงการเขื่อนขนาดยักษ์ในผืนป่าอะเมซอน จะไม่เพียงทำลายบ้านของชนพื้นเมืองมูนดูรูกุ สัตว์นานาชนิด และความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำและป่าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงที่ไม่ดีต่อบริษัทอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการทำเขื่อนขนาดยักษ์นี้

ช่วงเช้าวันนี้ (22 กรกฎาคม 2559) นักกิจกรรมกรีนพีซได้รวมตัวกันบริเวณสำนักงานบริษัท Siemens ประจำประเทศไทย พร้อมกับยื่นจดหมายถึง มร.มาร์คุส ลอเรนซินี่ ประธานและหัวหน้าฝ่ายบริหาร (CEO) บริษัท ซีเมนส์ จำกัด ประเทศไทย เรียกร้องให้ยุติความเกี่ยวข้องในโครงการ São Luiz do Tapajós ซึ่งเป็นโครงการเขื่อนขนาดใหญ่ที่จะทำลายผืนป่าอะเมซอนและถิ่นที่อยู่ของชนพื้นเมือง และมุ่งพัฒนานวัตกรรมพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ความสำคัญของแม่น้ำทาปาโฮซ หัวใจของผืนป่าอะเมซอน

แม่น้ำทาปาโฮซ คือลุ่มแม่น้ำที่อยู่กลางผืนป่าอะเมซอน ถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลกและไม่ถูกกั้นด้วยเขื่อนผลิตไฟฟ้า ที่แห่งนี้เป็นบ้านของบรรดาชนเผ่าพื้นเมือง พืชพรรณ และสัตว์ป่านานาชนิด อาทิ เสือจากัวร์ ตัวกินมดยักษ์ แมวป่าโอซีล็อต โลมาสีชมพู รวมถึง นก สัตว์เลื้อยคลาน และแมลงหลากหลายสายพันธุ์ ชาวพื้นเมืองมูนดูรูกุกว่า 12,000 คนได้อยู่อาศัยในบริเวณสายน้ำแห่งชีวิตสายนี้มานานหลายศตวรรษ และทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้คุ้มครองป่า แต่ขณะนี้มีแผนการสร้างเขื่อนขนาดกลางและใหญ่มากกว่า 40 เขื่อนในลุ่มน้ำแห่งนี้ นอกเหนือจากแผนการสร้างทางน้ำเพื่อขนส่งผลิตผลถั่วเหลืองจากตอนในของลุ่มน้ำอะเมซอนออกมายังชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแห่งนี้อาจต้องสูญเสียไปหากไม่ยุติโครงการเขื่อนขนาดยักษ์นี้

ความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำทาปาโฮซ คลิกเพื่อดูอินโฟกราฟิคฉบับเต็มที่นี่ 

ชนพื้นเมืองมูนดูรูกุ ผู้พิทักษ์ผืนป่าอะเมซอน

แม่น้ำทาปาโฮซ ชนพื้นเมืองมูนดูรูกุ และผืนป่าอะเมซอน คือส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างมิอาจแยกขาดกันได้ เมื่อกรีนพีซได้ถามเกี่ยวกับแม่น้ำทาปาโฮซ หญิงหัวหน้าเผ่าของมูนดูรูกุได้กล่าวว่า “แม่น้ำสายน้ำคือสายเลือดของเรา ไม่ใช่เพียงแค่ของฉัน แต่เป็นของเราทุกคน แม่น้ำต้องการมีชีวิต … แม่น้ำกำลังร่ำไห้… บรรดาสัตว์ต่างๆ… ไม่รู้ว่าอะไรจะมาฆ่าพวกมัน”

ปัจจุบันผืนป่าอะเมซอนได้ถูกเปลี่ยนกลายเป็นเขื่อนจำนวนมาก ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าบริเวณเดิมที่เคยเป็นป่านั้นได้กลายเป็นถนนดินกว้างใหญ่ โครงเหล็กก่อสร้าง บริเวณที่เคยมีแม่น้ำก็กลายเป็นพื้นที่น้ำท่วม ป่าที่เคยเขียวชะอุ่มก็กลายเป็นสีน้ำตาลและใกล้ตายลง

São Luiz do Tapajós เขื่อนมหึมาที่จะเปลี่ยนผืนป่าอะเมซอนเป็นผืนน้ำ

โครงการเขื่อนขนาดยักษ์ São Luiz do Tapajós คือเขื่อนที่มีความกว้าง 7.6 กิโลเมตร กินพื้นที่ทั้งหมด 729 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเทียบเท่ากับเมืองนิวยอร์ก ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่บริเวณดังกล่าว ทำลายความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำ เกาะแก่ง พืชพรรณ สัตว์ป่า รวมถึงแผ่นดินอันเเป็นบ้านของชนพื้นเมืองมูนดูรูกุ

ขณะนี้พื้นที่กว่า 750,000 ตารางกิโลเมตรของผืนป่าอะเมซอน (ซึ่งมีขนาดใหญ่พอ ๆ กับประเทศฝรั่งเศส) ได้ถูกคุกคามโดยการทำเกษตรและปศุสัตว์เพื่ออุตสาหกรรม การค้าไม้เถื่อน และโครงการที่ทำลายสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก โดยโครงการเขื่อนขนาดยักษ์นี้จะไม่ได้ทำลายแค่เพียงผืนป่าเท่านั้น แต่ยังคุกคามสภาพภูมิอากาศ รวมถึงยังเป็นการทำลายความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

Siemens คือหนึ่งในบริษัทอุตสาหกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเขื่อน São Luiz do Tapajós 

ในการสร้างเขื่อนพลังงานน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจำเป็นจะต้องอาศัยเทคโนโลยีจากบริษัททั่วโลก กรีนพีซบราซิลได้ทำวิจัยสำรวจว่าใครคือผู้ได้รับผลประโยชน์จากโครงการอันอื้อฉาวนี้ และเปิดเผยรายละเอียดไว้ในรายงาน เรื่อง การสร้างเขื่อนในอะเมซอน: ธุรกิจพลังงานน้ำที่สุ่มเสี่ยงในอะเมซอน หนึ่งในนั้นคือบริษัท General Electric (จีอี), Voith Hydro, Andritz และ Siemens

บริษัท Siemens แสดงเจตนารมณ์ว่าเป็นบริษัทนวัตกรรมสีเขียว แต่กลับกำลังมีความเชื่อมโยงกับโครงการเขื่อน Belo Monte ที่กำลังสร้างอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีความอื้อฉาวและพัวพันกับคดีการฟ้องร้องจำนวนมากเนื่องจากไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตามที่กล่าวอ้างไว้ และยังมีอีกโครงการใหม่ คือ เขื่อน São Luiz do Tapajós  ที่กำลังจะเกิดขึ้นในผืนป่าอะเมซอน

กว่าล้านเสียงทั่วโลก ส่งสารถึง Siemens ยุติโครงการทำลายผืนป่าอะเมซอน

นักกิจกรรมกรีนพีซในหลายเมืองจากทั่วโลก ได้รวมตัวกันที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่บริษัท Siemens ประจำแต่ละประเทศ อาทิ บราซิล อิตาลี เบลเยียม เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ เม็กซิโก ฮังการี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ออสเตรีย มาเลเซีย โรมาเนีย สหรัฐอเมริกา (กรุงวอชิงตัน ดีซี) รวมถึงประเทศไทย เป็นตัวแทนของพลังเสียงกว่า 1 ล้านเสียงทั่วโลก ที่ต้องการเรียกร้องให้บริษัท Siemens ปกป้องหัวใจผืนป่าอะเมซอน ยุติโครงการเขื่อนขนาดยักษ์ที่จะทำลายระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ของโลก

ร่วมเป็นอีกหนึ่งพลังเสียงผลักดันบริษัท Siemens ปกป้องผืนป่าอะเมซอน ที่นี่