แรงงานอพยพจากกัมพูชาและเมียนมาร์ เป็นเหยื่อของการบังคับใช้แรงงานในอุตสาหกรรมประมงไทย ด้วยการใช้เล่ห์ลวง สัญญาปากเปล่าที่ไม่มีผลผูกมัด และภาระหนี้สิน แรงงานเหล่านี้เป็นกลุ่มคนเดียวกันที่ทำงานให้ทั้งอุตสาหกรรมอาหารคนและอาหารสัตว์ รายงานฉบับล่าสุดของกรีนพีซ ชี้ให้เห็นว่าการปราบปรามการค้ามนุษย์มาเป็นแรงงานบนเรือประมงเป็นแรงผลักให้เรือประมงนอกน่านน้ำของไทยย้ายออกไปทำประมงในน่านน้ำอันห่างไกล ลดโอกาสที่ถูกจับตาจากเจ้าหน้าที่และสามารถทำการประมงที่ผิดกฎหมายต่อไปได้

เมื่อปี 2558 มีการเปิดโปงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอุตสาหกรรมประมงของไทย จนฉาวโฉ่ไปทั่วโลก ใจกลางของโศกนาฏกรรมที่มีผลไปทั่วโลกนี้ อยู่ที่การกระทำที่ผิดกฎหมายของบริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับการประมงในน่านน้ำของไทย ส่งผลให้ผู้บริโภคที่ซื้ออาหารทะเลบรรจุกระป๋องต่างตั้งคำถามถึงที่มาของอาหารทะเลที่กินและซื้อ

เมื่อมีการเข้มงวดและมีมาตรการที่เคร่งครัด สิ่งที่เกิดขึ้น คือ กองเรือประมงกลับทำในสิ่งตรงข้าม แทนที่จะปฏิบัติตามมาตรการอันเข้มข้นขึ้น แต่กองเรือประมงไทยกลับย้ายพื้นที่การจับปลาไปยังบริเวณที่ไกลขึ้น นั่นหมายถึงปัญหาได้เคลื่อนที่ออกไปโดยที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข รายงานล่าสุดของกรีนพีซ เรื่อง Turn the Tide  เปิดเผยกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องบนเรือประมงไทยที่ออกหาปลานอกน่านน้ำจนถึงปี 2559 กองเรือเหล่านี้เป็นที่รู้กันว่า ทำประมงเพื่อป้อนตลาดอาหารทะเลทั่วโลก ทั้งอาหารคนและอาหารสัตว์

 

เรือประมงเหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้อวนลาก และมีเรือแม่ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าที่มีห้องเย็นขนาดใหญ่ บรรจุปลาได้หลายหมื่นตันในแต่ละเที่ยว เดินเรือไปได้ไกลถึงซายา เดอ มัลฮา แบงก์ (Saya de Malha Bank) ซึ่งเป็นเขตทะเลน้ำตื้นบริเวณไหล่ทวีปในมหาสมุทรฟ อินเดีย เรือประมงสามารถลอยลำอยู่กลางทะเลได้หลายเดือนเพื่อจับปลาให้ได้ตามจำนวนที่ต้องการ เนื่องจากอยู่ไกลจากการตรวจสอบและกฎหมายต่าง ๆ หลังจากนั้นจะมีเรือแม่มาขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเล แล้วนำกลับสู่ฝั่งเพื่อแปรรูป เรือดังกล่าวยังส่งเสบียงอาหาร แม้กระทั่งแรงงานที่มาจากค้ามนุษย์

ลูกเรือส่วนใหญ่บนเรือเป็นแรงงานอพยพจากกัมพูชาและเมียนมาร์ ลูกเรือจำนวนมากของเรือประมงดังกล่าวถูกละเมิดสิทธิแรงงานและถูกบังคับใช้แรงงานเกินข้อกำหนดเกณฑ์สากล  แต่ในความรู้สึกของพวกเขา ทะเลได้กลืนกินความหวังและความฝันของพวกเขาไปหมดสิ้นแล้ว

เมื่อเดือนมกราคม 2559 กรีนพีซได้เดินทางไปที่จังหวัดระนอง เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงของแรงงานประมงที่เสียชีวิตบนเรือประมงอวนลากของไทยซึ่งกลับจากเขตซายา เดอ มัลฮา แบงก์ ตอนนั้นมีรายงานการระบาดของโรคเบอริเบอริ ซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินบี 1 บนเรือประมงของไทยหลายลำ

กรีนพีซสอบถามลูกเรือชาวกัมพูชาหลายคนที่ทำงานบนเรือประมงไทยลำหนึ่ง พวกเขาเล่าให้ฟังถึงเมื่อครั้งที่อยู่กลางทะเลถึงเก้าเดือน ทำงานตลอดทั้งวัน ได้พักเพียงวันละสามถึงสี่ชั่วโมง และไม่มีวันหยุด ที่เลวร้ายกว่านั้นคือมีอาหารกินอย่างขัดสน ผู้รอดชีวิตหลายคนอธิบายว่าเสบียงจะถูกนำส่งผ่านเรือแม่ที่กลางทะเลทุก 90 วัน โดยเรือแม่จะเดินทางมาจากท่าเรือสมุทรสาครไปยังเขตซายา เดอ มัลฮา แบงก์   ผักจะหมดภายใน 10 วันแรก และเนื้อสดจะหมดใน 20 วัน ซึ่งหมายความว่า หลังจากนั้น อาหารของลูกเรือจะมีเพียงข้าวขัดขาวและปลา การทำงานอย่างหนักและอาหารที่มีอย่างขัดสนในแต่ละวัน ทำให้ลูกเรือเหล่านี้ป่วยและอ่อนล้า และอาจนำไปสู่การเสียชีวิต

นอกเหนือจากอันตรายต่อสุขภาพ ถ้อยคำจากลูกเรือยังเผยถึงเรื่องราวของเล่ห์เหลี่ยมและการเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบการประมง ซึ่งหลอกลวงแรงงาน ปิดบังสภาพการจ้างงานที่แท้จริง รวมถึงเงื่อนไขของสัญญา และค่าจ้าง

ลูกเรือคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กรีนพีซ กล่าวว่า ก่อนจะได้ขึ้นเรือ ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าให้กับนายหน้า ประมาณ 20,000 บาท นอกเหนือจากเงินกู้ 30,000 บาท ที่เป็นค่าใช้จ่ายหรือส่งไปให้ครอบครัวที่บ้าน ลูกเรือผู้นี้ยังบอกด้วยว่า แรงงานประมงต้องทำงานเฉลี่ยหกเดือนเพื่อจ่ายหนี้สินทั้งหมดก่อนจะมีสิทธิ์ขอกู้เงินจากผู้ประกอบการประมงอีกก้อน

เล่ห์ลวงแรงงานเป็นยุทธศาสตร์ที่ทำเป็นแบบแผนในการล่อหลอกแรงงานเถื่อนเข้ามาในอุตสาหกรรมประมงไทย และกระบวนการรับแรงงานที่เต็มไปด้วยเล่ห์นี้มักใช้หลอกคนเข้าสู่การเป็นทาสหนี้และการค้ามนุษย์ เหยื่อแรงงานทั้ง 15 คนที่ให้สัมภาษณ์กรีนพีซกล่าวว่า ครอบครัวของพวกเขาบอกว่า นายหน้าหักส่วนแบ่งมากถึง 50% เป็นค่าเงินกู้ไปจากค่าแรงของพวกเขา

ข้อตกลงปากเปล่าที่ไม่มีผลผูกมัด ค่าธรรมเนียมขึ้นเรือที่สูงลิ่ว และหนี้สินที่พอกพูน ชั่วโมงทำงานที่ไม่มีวันจบสิ้น และระบบการจ่ายค่าแรงที่ยุ่งเหยิง ล้วนเป็นโอกาสที่จะเอารัดเอาเปรียบและกดขี่แรงงานได้อย่างมาก

วงจรชั่วร้ายของการค้ามนุษย์ การกดขี่และการหาประโยชน์จากเพื่อนมนุษย์ เอื้อให้เกิดขึ้นโดยการขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเลอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งต้องยุติได้แล้ว รัฐบาลไทยต้องห้ามการขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเลเพื่อให้แน่ใจได้ว่า การประมงนั้นถูกกฎหมายและปกป้องสิทธิของแรงงานจากการกดขี่และเอารัดเอาเปรียบ

อุตสาหกรรมอาหารทะเลและประมงของไทยต้องได้รับการตรวจสอบ ต้องแสดงความรับผิดชอบมากขึ้นและต้องจ่ายชดเชยให้แรงงาน ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม เพราะสุดท้ายแล้วชาวประมงผู้ทำงานหนักเหล่านี้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

อัญชลี พิพัฒนวัฒนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประจำสำนักงานกรุงเทพฯ


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่