ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่เรือใหญ่ไม่กินเรือเล็ก คือสัญญาณความร่วมมือระหว่างประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ ที่เห็นคุณค่าของพื้นที่ทำมาหากินในท้องทะเลเดียวกันให้กลับมาอุดมสมบูรณ์

กิจกรรมรณรงค์ทำดีเพื่อพ่อ วางซั้งกอ รักษาทะเล จัดโดยสมาคมประมงพื้นบ้านปากน้ำ สนับสนุนงบประมาณโดยมูลนิธิสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อสืบสานงานอนุรักษ์ทะเลแบบภูมิปัญญาในอ่าวปากบาราให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องออกเรือหาปลาไกลออกไปทุกวัน โดยจัดกิจกรรมขึ้นเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 ณ อ่าวนุน ต.ปากน้ำ อ.ละงู จังหวัดสตูล สัมผัสได้ถึงบรรยากาศความร่วมมือในชุมชนท้องถิ่น บนพิกัดทะเลบ้านหลังใหญ่ 3 ซั้งกอในอ่าวปากบารา 

นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี ผู้จัดการสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย กล่าวว่าซั้งกอหรือบ้านปลาเปรียบเป็นเหมือนพระสังข์เรียกปลาในวรรณคดีสังข์ทอง เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านชาวเล ที่เหมือนมีมนตร์วิเศษในการเรียกปลามารวมกัน และทำให้เกิดกิจกรรมที่ชุมชนให้การยอมรับ สามารถเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ และสามารถป้องกันการใช้เครื่องมือผิดกฎหมายที่จะรุกเข้ามาในเขตพื้นที่ชายฝั่งซึ่งเป็นที่หลบภัยสัตว์น้ำวัยอ่อน

กิจกรรมแบ่งออกเป็น 3 ส่วน กล่าวคือส่วนที่ 1 กิจกรรมภาคพื้นดิน เป็นการจัดเตรียมวัสดุที่เป็นทางมะพร้าว ลำไม้ไผ่ การหล่อลูกถ่วงจากปูนซีเมนต์ เพื่อเป็นวัสดุในการทำบ้านปลา ส่วนที่ 2 กิจกรรมภาคพื้นน้ำ เป็นภาคต่อของส่วนที่ 1 เพื่อขนถ่ายวัสดุทุกอย่างไปยังพิกัดที่มีการตกลงร่วมกัน โดยไม่ไปขวางทางการเดินเรือ โดยการกำหนดพิกัดร่วมกันระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐ เพื่อทำข้อตกลง MOU ความตกลงร่วมมืออนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสตูลให้พอเพียง อย่างยั่งยืนตามรอยพ่อ” จะมีสาระสำคัญเกี่ยวกับกติกาการใช้ประโยชน์จากบริเวณซั้งกอและทะเลชายฝั่ง และส่วนที่ 3 ภาคใต้น้ำ คือการผูกทุ่นเพื่อกำหนดจุดหมายพิกัดของบ้านปลาทั้ง 3 ซั้งกอโดยได้รับการสนับสนุนนักดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์จากกลุ่มรีฟการ์เดี้ยน สตูล พร้อมมีการบันทึกภาพ เก็บข้อมูลจำนวน ขนาด และชนิดของปลาที่เข้ามาอาศัย โดยมีการวางแผนการเก็บข้อมูลก่อนและหลังอย่างเป็นระบบจนถึงเดือนมีนาคม เพื่อให้เห็นประโยชน์จากการทำบ้านปลาเป็นระยะอย่างต่อเนื่องโดยผศ.ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง เป็นนักวิชาการที่ปรึกษาโครงการ

ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวเรื่องแนวทางการจัดการทรัพยากรทางทะเลจังหวัดสตูลให้พอเพียงตามรอยพ่อ

โดยมีวิทยากรจากหลากหลายที่มาให้ข้อมูลและความรู้ ได้แก่ ผศ.ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ อาจารย์ได้เห็นการลดลงของแนวปะการัง และในอดีตทะเลแห่งนี้มีฉลามจำนวนมาก และยังได้พูดถึงประโยชน์ของการมีซั้งกอ นั่นคือ เป็นสถานที่พักพิงให้กับปลา พฤติกรรมปลาพอเจอร่มเงาจะแวะพัก พอปีที่ 2-3 จะเริ่มมาอาศัย วางไข่ มาพักตามโขดหินต่างๆ ลูกสัตว์น้ำก็มาอยู่

นายอัสรีย์ หมีนหวัง  นายกสมาคมชาวประมงพื้นบ้านปากน้ำ ในฐานะเจ้าบ้านที่ทำอาชีพประมง และเป็นเรี่ยวแรงในการรวมชาวประมงเพื่ออนุรักษ์ทะเล

นายจิรศักดิ์ มีฤทธิ์  ตัวแทนจากสมาคมประมงพื้นบ้านคั่นกระได เป็นรุ่นพี่ในการทำบ้านปลาที่อ่าวคั่นกระได จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาร่วมทำบ้านปลาและให้คำแนะนำแก่ชาวปากบาราในครั้งนี้ พร้อมสะท้อนปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ถึงขั้นไม่มีปลาให้จับ และทำบ้านปลามาอย่างต่องเนื่องตั้งแต่ปี 2550 ตอนนี้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง พร้อมทำธนาคารปูเป็นมรดกถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานชาวประมงอย่างยั่งยืน

นางสาวอัญชลี  พิพัฒนวัฒนากุล  ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การทำบ้านปลาเป็นการเพิ่มพื้นที่อาศัยให้กับสัตว์น้ำ และการทำ MOU ข้อตกลงที่เกิดขึ้นร่วมกัน จะทำให้เกิดความมั่นคงทางอาหารที่เชื่อมโยงกับความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล ทั่วโลกเห็นความสำคัญนี้ในการให้ความร่วมมือกับชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรของโลก

กิจกรรมนี้เป็นสัญญาณความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่จะรักษาทรัพยากรของไทยในระดับสากลต่อไป

ขียนโดย ผณิตา คงสุข ผู้ประสานงานด้านเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและกิจกรรมมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


 ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่