ในแต่ละวันคุณใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเยอะแค่ไหน? รู้หรือไม่ว่าขวดน้ำขาดเล็กที่เราใช้เวลาดื่มไม่ถึง 10 นาที ต้องใช้เวลาย่อยสลายนานกว่า 400 ปี หรือหลอดที่เราใช้ดูดเพียงไม่กี่นาที ต้องเป็นภาระให้กับโลกอีก 200 ปี และส่งผลกระทบอย่างมากมายต่อสัตว์ทะเลและมหาสมุทร ถ้ารู้เช่นนี้แล้ว คุณจะยอมเลิกกับพลาสติกได้ไหม เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของท้องทะเล

ในงานนิทรรศการ “HEART for the Ocean : บอกรักทะเล บอกเลิกพลาสติก” ณ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 - 19 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมาได้สะท้อนถึงปัญหาพลาสติกในท้องทะเลไทยของเรา และความเร่งด่วนในการลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ซึ่งกลายเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ไปแล้วที่หันมาร่วมกันลงมือคนละเล็กคนละน้อยเพื่อท้องทะเลของเรา

ศิลปะ ขยะ ทะเล

หากคุณอยากย้อนเวลากลับไปศึกษาเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคในอดีต คุณไม่ต้องพึ่งพาไทม์แมชชีน เพียงแค่ลองไปที่บ่อขยะแล้วขุดขยะพลาสติกเก่า ๆ ขึ้นมา คุณก็ได้เห็นผลิตภัณฑ์พลาสติก ไม่ว่าจะเป็นฉลาก หรือถุงต่าง ๆ ในสภาพที่ยังดี นี่คือบางส่วนของขยะจากท้องทะเลและครัวเรือนที่ครูป้อม - ประสพสุข เลิศวิริยะปิติ Eco Artist  ศิลปินหญิงเจ้าของผลงาน ศิลปะจัดวาง Installation art ชิ้นนี้ได้สร้างสรรค์ขึ้นมา

แม้จะถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นศิลปะที่สวยงาม แต่ขยะเหล่านี้คือเหตุผลที่เราต้องบอกเลิกพลาสติก หยุดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง “Blue Ocean สาส์นจากทะเล” จึงเป็นผลงานที่บอกเล่าเรื่องราวที่มนุษย์กระทำต่อผืนดินและแผ่นน้ำ อันเกิดจากการใช้พลาสติก  ท้องทะเลที่มีความสูงกว่า 3.5 เมตรแห่งนี้ รังสรรค์ขึ้นจากขยะพลาสติกจากทะเลและครัวเรือน ประกอบไปด้วยพลาสติกที่ใช้แล้วจำนวนมาก โดยส่วนหนึ่งมาจากขยะชายหาด 5 แห่ง คือ หาดไม้ขาว หาดกะรน หาดบางแสน เกาะเสม็ด และเกาะสีชัง และจากขยะในครัวเรือน เราสามารถพบได้แม้กระทั่งหม้อหุงข้าวที่ถูกทิ้งบนชายหาด

นอกจากนี้ยังมีกำแพงขยะสร้างสรรค์ขึ้นจากขวดพลาสติกและขยะที่เก็บได้จากทะเลเก็บไว้ภายในขวด ต่อกันเป็นกำแพงความสูง 2.30 เมตร ยาว 3.50 เมตร แต่ละขวดมีเรื่องราวในตัวเอง ฟ้องให้เห็นถึงผลกระทบจากพฤติกรรมการบริโภคของมนุษย์ เราสามารถพบขยะได้ทุกประเภทที่บริเวณชายหาด ไม่ว่าจะเป็นเข็มฉีดยา แปรงสีฟัน หรือรองเท้าเตะที่อยู่ในน้ำทะเลมานานจนหดเหลือข้างเล็ก ๆ “หากทะเลพูดได้คงจะบอกว่าเหนื่อยมาก เราอยู่ในโลกเดียวกัน เราควรช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน และตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกต่อทะเล” คุณประสพสุข เลิศวิริยะปิติ เจ้าของผลงานศิลปะ

งานศิลปะเหล่านี้เกิดขึ้นจากการรวบรวมเก็บขยะของกลุ่มเยาวชนกรีนพีซ  และการลงมือร่วมทำงานศิลปะของอาสาสมัคร เป็นเวลาเกือบสองเดือน ไม่ง่ายเลยที่จะต้องเก็บขยะแต่ละชิ้นจากชายหาด ตามข้างทาง นำมาล้างจนสะอาดทุกชิ้น และแปรเปลี่ยนเป็นผลงานศิลปะที่เราชื่นชม

 

“ขยะในหลุมฝังกลบที่เราไปขุดกันขึ้นมามีอายุ 19 ปี ก็ยังดูสดใหม่  พวกเราต้องร่วมกัน ยุติปัญหาพลาสติก เปลี่ยนพฤติกรรม เพราะไม่ใช่ปัญหาของคนใดคนหนึ่ง ถ้าเรายังไม่เปลี่ยนจะเชยแล้ว คนอื่นเค้าไปถึงไหนแล้ว อยู่ที่เราแล้วว่าจะเลือกเป็นผู้นำหรือผู้ตาม” ครูป้อม - ประสพสุข เลิศวิริยะปิติ กล่าว

ดูเหมือนพลาสติกจะเป็นเรื่องเชยไปแล้วจริง ๆ เพราะดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของไทย ม๊าเดี่ยว-อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ ก็ได้สร้างสรรค์แฟชั่นโชว์ “โอเชียน โอต์ กูตูร์” (Ocean Haute Couture) ที่สร้างสรรค์เพื่อสะท้อนปัญหาขยะพลาสติกในทะเลเช่นกัน ถึงผลกระทบจากพฤติกรรมของมนุษย์ในการทิ้งขยะ “ขยะในทะเลเป็นสิ่งที่ม๊าเดี่ยวเห็นมาตลอด เมื่อไปทะเลสิ่งที่เราเห็นตามมาก็คือขยะ และการที่ขยะอยู่ในน้ำ ไม่ใช่ใครทำเลยถ้าไม่ใช่เรา เราอยากทำชุดที่สื่อให้ทุกคนได้ตระหนักและเห็นว่า จะไม่มีใครทิ้งขยะลงทะเลอีก” ม๊าเดี่ยว-อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ กล่าว 

ก้าวข้ามผ่านความเคยชิน เพื่อโลกที่ดีกว่า

"ผลกระทบของพลาสติกต่อทะเล อย่างที่เห็นชัดเลย คือการใช้ชีวิตของมนุษย์ด้วยความเคยชิน โดยที่ไม่รู้ว่าส่งผลร้ายอะไรให้กับทะเลได้บ้าง สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงตรงนี้ได้คือการให้ความรู้ ซึ่งหากมีความรู้จะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ได้ … การจะห้ามใช้พลาสติกคงยากมาก แต่สิ่งที่เราทำได้คือเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองก่อน เช่น การกินเสร็จแล้วโยนทิ้ง หรือเรือที่ทิ้งขยะลงทะเล แม้ไม่มีใครเห็น แต่สิ่งที่ได้รับผลกระทบที่สุดคือสิ่งที่อยู่ใต้ทะเล ในที่สุดก็อาจกลายเป็นอาหารของเราบนบก และสุดท้ายคือมนุษย์ที่จะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ไม่เราก็ลูกหลานของเรา" อเล็กซ์ เรนเดลล์ EEC THAILAND กล่าว

ภาพขยะพลาสติก ทั้งในแม่น้ำลำคลอง ไปจนถึงชายหาด และใต้ท้องทะเล ได้ถูกนำมาถ่ายทอดในงานนี้เช่นกัน โดยเป็นผลงานของคุณจันทร์กลาง กันทอง ช่างภาพผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของขยะจากคลองสายต่าง ๆ ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ที่นำเสนอภาพน่าสะเทือนใจของขยะไม่ขาดสาย

และคุณ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพใต้น้ำนักอนุรักษ์ กับภาพผลกระทบจากขยะต่อทะเล ที่เราไม่เคยเห็นเพียงเพราะมีผืนน้ำปกปิดไว้ น่าตกใจที่ว่าขยะแต่ละชิ้นที่เราทิ้งนั้น อาจเล็ดลอดลงสู่แม่น้ำและท้องทะเล ซึ่งหนึ่งในภาพนั้นอาจเป็นขยะจากมือของเราก็เป็นได้

แต่แค่เราเปลี่ยน โลกก็เปลี่ยน ในงานนี้ยังมีการร่วมพูดคุยกันถึงผลกระทบของขยะพลาสติกต่อท้องทะเล และสิ่งเล็ก ๆ น้อยๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และแน่นอนว่าทุกคนทำได้จริงๆ ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างไร

“เราลดการใช้พลาสติก ไม่ได้เพื่อให้มีคนทำตาม แต่เมื่อทำซ้ำทำไปเรื่อย ๆ เทียบกับตนเองเมื่อวาน หรือปีที่แล้วว่าเราทำเยอะขึ้น ก็โอเคแล้ว” คุณฐิตินันท์ ศรีสถิต คนที่ลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งมานานหลายปี กล่าว หลังจากหันมาใช้พลาสติกน้อยลง เธอเป็นอีกเสียงหนึ่งที่ยืนยันได้ว่า “ชีวิตแฮปปี้ขึ้น” คนรอบข้างหันมาทำตาม และไม่โดนพ่อค้าแม่ค้าบ่นแต่อย่างไรหากปฏิเสธพลาสติก 

“แยกขยะแล้วก็ยังรวมกันที่ปลายทางอยู่ดี? ผมขอบอกว่าไม่จริง เราเห็นว่าพนักงานบนรถขยะมีการแยกขยะ ดังนั้นการสร้างขยะเป็นเรื่องที่เราต้องสร้างที่ตัวเรา แยกที่เราก่อน” คุณศักดาเดช สุดแสวง ผู้นำเครือข่าย Trash Hero กล่าว และการแยกขยะคืออีกสิ่งเล็ก ๆ ที่เราสามารถทำได้เช่นกัน

“ในวิกฤตยังมีความหวังที่เราจะทำให้ดีขึ้นได้ เมื่อเราลดแล้ว และคนอื่นทำร่วมกัน ก็จะเกิดผลที่ยิ่งใหญ่ตามมา ลองดูก่อน อย่าเพิ่งคิดว่ามันยาก ผู้บริโภคสามารถเริ่มจากตัวเองก่อนในการลดใช้พลาสติกที่มีอายุการใช้งานสั้น ลองปรับพฤติกรรมในการลดใช้พลาสติก แล้วเราจะรู้ว่าการไม่ต้องพึ่งพาพลาสติกไม่ได้ยากหรือทำให้ชีวิตลำบากขึ้นอย่างที่คิด โดยเริ่มต้นง่ายๆได้เช่น เริ่มจากการพกขวดน้ำ กล่องข้าว และเลิกใช้หลอด” อัญชลี พิพัฒนวัฒนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

พลาสติกทุกชิ้นที่เคยผลิตขึ้นมายังคงอยู่ที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้ เพียงแต่อาจถูกนำมารีไซเคิลใหม่ ถูกฝังกลบอยู่ในบ่อขยะ ตกอยู่ใต้ท้องทะเล อยู่ในท้องของวาฬ ในจมูกของเต่า หรืออาจจะแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ ในมหาสมุทร แต่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายร้อยปีกว่าจะย่อยสลาย ซึ่งจะยังคงทิ้งสารพิษเอาไว้

เมื่อพลาสติกร้ายขนาดนี้ คุณจะบอกเลิกพลาสติกได้ไหม เพื่อท้องทะเลของเรา


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่