การก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ของอาเซียนถือเป็นเหตุการณ์สำคัญ ที่สะท้อนถึงครึ่งทศวรรษแห่งการต่อสู้ ชัยชนะ ความทรงจำ และภูมิปัญญาที่สั่งสมมาตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา  นั่นคือที่มาของสัญลักษณ์ทองคำ อันแสดงถึงสิ่งมีค่าและทนทาน

บางคนคาดหวังที่จะมีความเฉลียวฉลาดขึ้นหรือแข็งแกร่งขึ้นในปีที่ 50 และทำบางสิ่งที่พิเศษกว่าสิ่งที่เคยทำมาในอดีต ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่าผลประโยชน์ที่ได้รับในระดับปัจเจกบุคคลหรือองค์กร แต่เป็นความแตกต่างที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

ในปีนี้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน (ASEAN) มีอายุครบ 50 ปี หนึ่งในความท้าทายหลัก ๆ ของปีนี้คือ ปัญหามลพิษจากพลาสติกที่มีอยู่ในท้องทะเลภูมิภาคของประเทศในอาเซียน ปัญหาดังกล่าวนี้เกิดจากการผลิตพลาสติกที่ไม่ได้รับการควบคุม ความล้มเหลวในการจัดการขยะ และวัฒนธรรมการทิ้งพลาสติกของผู้บริโภคของประเทศในอาเซียน

จากการศึกษาพบว่าขยะพลาสติกกว่า 275 ล้านตันมีอยู่ทุกหนทุกแห่งตั้งแต่มหาสมุทรแปซิฟิกจนถึงขั้วโลกเหนือ ทุก ๆ ปี พลาสติก 8 ล้านเมตริกตัน จะถูกพัดพาลงไปยังมหาสมุทร ปริมาณขยะพลาสติกดังกล่าวนี้เทียบเท่ากับถุงช้อปปิ้งห้าชิ้นที่เต็มไปด้วยพลาสติกแล้วนำมาเรียงกันทุก ๆ หนึ่งฟุตของชายฝั่งทั่วโลก

พลาสติกส่วนใหญ่จะจมลงและทำลายชีวิตที่อยู่ที่พื้นทะเลในท้ายที่สุด ส่วนที่เหลือจะลอยอยู่บนพื้นผิวน้ำทะเล และก่อตัวเป็นแพขยะ หรือไม่ก็สะสมในอ่าวและชายหาดที่มีลักษณะปิด มูลนิธิ Ellen McArthur ประเมินว่าขยะพลาสติกทั้งหมดในทะเลจะมีมากกว่าจำนวนปลาภายในปี พ.ศ. 2593

การศึกษาในปี พ.ศ. 2558 ระบุว่าอินโดนีเซีย  ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทยและมาเลเซียเป็นหนึ่งในตัวการสร้างมลภาวะพลาสติกให้แก่มหาสมุทรทั้งโลก เนื่องจาก ประเทศในกลุ่มอาเซียนมีชายฝั่งทะเลที่ยาวเหยียดและการใช้พลาสติกที่สูง ดังนั้น จึงเป็นแหล่งสร้างมลภาวะพลาสติกต่อมหาสมุทรทั่วโลกเป็นลำดับต้น ๆ

นักกิจกรรมแต่งตัวเป็นถุงพลาสติกขนาดยักษ์พร้อมข้อความเรียกร้องให้หยุดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งหน้าสถานทูตไทย ในเมืองมากาติ ประเทศฟิลิปปินส์

ผลกระทบจากมลภาวะพลาสติกของมหาสมุทรเป็นเรื่องที่ร้ายแรงในระยะยาวและเกิดขึ้นในวงกว้าง

พลาสติกฆ่าและทำร้ายสิ่งมีชีวิตในทะเล นักวิทยาศาสตร์สังเกตว่าการตายที่เกิดจากการกินและย่อยเศษพลาสติกของสิ่งมีชีวิตในทะเลเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่น ตามรายงานของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติของปี พ.ศ. 2558 ร้อยละ 90 ของประชากรนกทะเลทั่วโลกนั้นกินขยะพลาสติก การตายของสัตว์เหล่านี้มาจากความอดอยากและความอ่อนเพลียเนื่องจากพลาสติกได้ไปตัดกระเพาะอาหารหรืออุดตันในท้องจนทำให้สัตว์เหล่านั้นมีความรู้สึกที่ "อิ่ม" แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกมันอดอยาก

อนุภาคของพลาสติกส่งผ่านสารเคมีที่เป็นอันตรายและสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน (invasive species)  เช่น กลุ่มของจุลินทรีย์ สาหร่าย สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และปลา เข้าไปยังพื้นที่ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตประจำถิ่นซึ่งทำให้เกิดการ ทำลายความสมดุลทางนิเวศวิทยา

ไมโครบีดส์ ซึ่งทำมาจากพลาสติกจิ๋วที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ไมโครบีดส์พวกนี้อาจสร้างความเสียหายต่อสัตว์ทะเลและก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการบริโภคสัตว์ทะเลของมนุษย์  

ขยะพลาสติกยังทำลายการท่องเที่ยวเพราะว่าตกค้างตามแนวชายหาดและบนผืนทราย ซึ่งแสดงภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก

ก่อนหน้านี้ขยะในมหาสมุทรเกิดจากวัสดุอินทรีย์ที่สามารถจะแตกตัวอย่างไม่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตามเนื่องจากการใช้พลาสติกที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และเส้นใยสังเคราะห์ ขยะในปัจจุบันนี้ถูกผลิตขึ้นจึงถูกกำหนดให้เป็นมลภาวะต่อมหาสมุทรอย่างไม่มีกำหนด

ปัญหานี้จะต้องถูกหยุด

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในปีนี้เป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลต่าง ๆ จะต้องกระทำและดำเนินการแก้ไขปัญหามลภาวะพลาสติก ในฐานะที่ฟิลิปปินส์เป็นประเทศเจ้าภาพ ผู้นำของฟิลิปปินส์ได้แถลงว่า “การฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งการก่อตั้งอาเซียนจะเป็นโอกาสสำหรับเราในการกำหนดทิศทางในอีก 50 ปีข้างหน้า”

ปัจจุบันรัฐบาลในอาเซียนยังไม่มีกฎข้อบังคับเฉพาะด้านเกี่ยวกับการผลิตพลาสติกและการจัดการปัญหาขยะพลาสติกในทะเล  ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียกำลังหาวิธีจัดการปัญหาและพัฒนานโยบายแนวทางการแก้ไขที่อาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน Cynthia Villar วุฒิสมาชิกฟิลิปปินส์ ได้เสนอมติวุฒิสภาฉบับที่ 329 ว่า "คณะกรรมาธิการวุฒิสมาชิกด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติจะต้องตั้งมั่นอยู่ในข้อเสนอเพื่อดำเนินการสอบสวนในการออกกฎหมายเกี่ยวกับมาตรการที่จะหยุดการทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลในฟิลิปปินส์" นอกจากนี้ อินโดนีเซียได้ให้คำมั่นที่จะลดขยะในมหาสมุทรให้ได้ร้อยละ 70 ของขยะทั้งหมดภายในแปดปี

หากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนนี้สามารถให้คำมั่นสัญญาที่จะพิจารณาการห้ามใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งในระดับภูมิภาค และการดำเนินการระดับภูมิภาคเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางมหาสมุทรได้ การตัดสินใจและการกระทำนี้จะเป็นช่วงเหตุการณ์ที่น่าจดจำของของสมาชิกในแต่ละประเทศและเป็นวิธีที่ดีสำหรับอาเซียนในการจัดทำแผนงานในอีก 50 ปีข้างหน้า

Atty. Zelda Soriano ที่ปรึกษาด้านกฎหมายและการเมือง กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่

 ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่