ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ฉันใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการบังคับให้เต่าอุจจาระผ่านตะแกรง (นี่คือเรื่องจริง ไม่ได้ล้อเล่น) เพราะว่าฉันเป็นนักวิจัยเต่าทะเลที่กำลังศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมการกินของเต่าว่าอะไรที่ทำให้สัตว์ทะเลเช่นเต่ากินพลาสติกที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของพวกมัน ทำไมมันถึงกิน และกินไปเมื่อไหร่ ฉันได้ผ่าตัดเปิดท้องของเต่าทะเลหลายร้อยชนิดที่ตายอยู่บนชายหาดในเมือง Moreton และชายฝั่งทะเลของเมืองควีนส์แลนด์ (Queensland) เพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ในระบบย่อยอาหารของพวกมัน และสิ่งที่ฉันพบในท้องพวกมันนั้นน่ากลัวมาก

ดอกเตอร์ Qamar Schuyler กำลังชันสูตรศพเต่าเพื่อดูว่าเต่าตัวนี้ได้กินเศษพลาสติกเข้าไปหรือไม่

ประมาณร้อยละ 30 ของเต่าในทะเลของเมือง Moreton ได้กินพลาสติก แต่ถ้าคุณลองมองให้ลึกมากขึ้น คุณจะพบว่าเต่าไม่ได้มีความอยากกินพลาสติก ลูกเต่าทะเลที่เพิ่งฟักและกำลังจะว่ายกลับสู่ทะเลมีแนวโน้มที่จะกินขยะพลาสติกมากกว่าเต่าวัยเจริญพันธุ์ ประมาณร้อยละ 55 ของลูกเต่าทะเลที่เราสำรวจได้กินขยะพลาสติก ในขณะที่ร้อยละ 25 ของเต่าที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเลที่ได้กินขยะพลาสติกเข้าไป

เศษพลาสติกที่พบในท้องของเต่า

เต่าส่วนใหญ่ใช้เวลาช่วงแรกของชีวิตลอยอยู่บนผืนน้ำและเคลื่อนที่ไปตามกระแสน้ำในมหาสมุทร ... เช่นเดียวกับพลาสติก เต่าตัวน้อยเหล่านี้จะกินมากที่สุดเท่าที่จะกินได้เพื่อที่จะเติบใหญ่และแข็งแรง ก่อนที่พวกมันจะว่ายกลับไปบริเวณแถวน่านน้ำชายฝั่งซึ่งมีผู้ล่าอาศัยอยู่ โชคร้ายที่เมื่อเต่าเหล่านี้สัมผัสกับขยะพลาสติกพวกมันก็จะกินขยะพลาสติกนั้นไปพร้อมกับอาหารอื่น ๆ สิ่งที่เราเจอในลำไส้ของเต่าพวกนี้นั้นคือพลาสติกสีขาวชิ้นเล็ก ๆ

เมื่อถึงเวลาที่พวกเต่าเดินว่ายกลับไปยังชายฝั่ง พวกมันจะเริ่มหาอาหารตั้งแต่พื้นของมหาสมุทร มีโอกาสน้อยที่เต่าเหล่านี้จะสัมผัสกับพลาสติกที่พื้นผิวของน้ำ แต่เมื่อไรที่เห็นขยะพลาสติก พวกมันมักจะกินขยะพลาสติกที่มีลักษณะนุ่มและโปร่งแสง เราคิดว่าเต่าเหล่านี้เข้าใจผิดคิดว่าพลาสติกเป็นแมงกะพรุนซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งอาหารของพวกมัน

จำนวนตัวเลขของเต่าที่กินขยะพลาสติกในหาด Moreton นั้นน่ากลัว แต่จำนวนตัวเลขพบจากที่ต่าง ๆ ทั่วโลกนั้นน่ากลัวกว่ามาก  เราได้รวบรวมการศึกษาจากทั่วโลกและได้นำข้อมูลเหล่านี้มาคำนวนในคอมพิวเตอร์เพื่อประเมินจำนวนของเต่าทั่วโลกที่ได้กินเศษขยะพลาสติก ตามตัวเลขพบว่ามากกว่าร้อยละ 50 ของเต่าทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะมีเศษขยะพลาสติกอยู่ในท้องพวกมัน

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้หมายความว่าอย่างไร? คำตอบคือ พลาสติกมีผลกระทบหลายอย่างที่เป็นอันตรายสำหรับเต่าและสัตว์ป่าอื่น ๆ

ขยะพลาสติกเพียงไม่กี่ชิ้นก็สามารถฆ่าเต่าได้ โดยเศษพลาสติกเหล่านี้จะไปปิดกั้นลำไส้หรือเจาะผนังลำไส้ของพวกมัน ดังนั้นความเสี่ยงของสัตว์เหล่านี้ที่จะตายจากขยะพลาสติกนั้นอยู่เพียงแค่เอื้อมมือ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด สารพิษจากขยะพลาสติกอาจถูกชำระล้างจากน้ำทะเลและซึมเข้าไปในร่างกายของสัตว์ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถที่จะศึกษาผลกระทบจากสารพิษเหล่านี้ได้ แต่เราคิดว่ามันอาจส่งผลต่อการสืบพันธุ์และมีผลกระทบอื่น ๆ ต่อประชากรเต่า

ดูเหมือนข่าวนี้จะเป็นข่าวที่ค่อนข้างน่ากลัวใช่หรือไม่?  เป็นเวลาหลายปีกับการทำงานที่รู้สึกปวดใจกับสิ่งที่สัตว์เหล่านี้ต้องเจอ ฉันจะยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะมองแต่ในด้านดี อย่างไรก็ตามยังมีฉันรู้สึกโชคดีมากที่ได้ใช้เวลาในการสอนผู้คนที่ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งที่ฉันได้เจอ และที่โชคดีกว่านั้นคือฉันได้เห็นพวกเขานำความรู้ที่ได้รับนั้นไปเผยแพร่ พวกเขาไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังบอกให้คนอื่นให้รับรู้ว่าพวกเขาได้เรียนรู้อะไรบ้าง

ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนในชั้นเรียนปีที่ 1 ของโรงเรียนในออสเตรเลียทางใต้ได้ทำความสะอาดสนามเด็กเล่นและพบว่าขยะที่มากที่สุดคือพลาสติกที่ห่อหุ้มหลอดดูดน้ำผลไม้ของพวกเขา เมื่อเห็นเช่นนั้นพวกนักเรียนจึงขอให้แม่ครัวเก็บเงินมัดจำจำนวน 5 เซ็นต์เมื่อซื้อน้ำผลไม้ และเมื่อพวกเขานำพลาสติกที่ห่อหุ้มหลอดดูดน้ำมาคืนแม่ครัว พวกเขาก็จะได้เงินมัดจำกลับคืน กิจกรรมนี้เป็นเหมือนกับเช่นเดียวกับแผนการคืนค่ามัดจำบรรจุภัณฑ์ ซึ่งหลังจากหนึ่งสัปดาห์ที่เริ่มทำโครงการนี้พบว่าพื้นสนามของโรงเรียนแทบจะไม่มีขยะพลาสติกตกหล่นอยู่เลย

ถ้านักเรียนในชั้นปีที่ 1 สามารถสร้างความแตกต่างได้ แน่นอนว่าพวกเราทุกคนก็สามารถทำได้เช่นกัน ฉันไม่จำเป็นต้องบอกคุณเกี่ยวกับวิธีการลดการใช้พลาสติก... เพียงแค่คุณลองเดินออกมาจากพฤติกรรมเดิม ๆ เริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลง และสำคัญยิ่งกว่านั้น คุณควรบอกเพื่อนของคุณ ครอบครัวของคุณ นักการเมืองในประเทศคุณและผู้ค้าปลีกเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ นี่คือวิธีที่เราจะร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ได้

ดอกเตอร์ Qamar Schuyler นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่