เช้าวันนี้กรุงเทพฯ มีอากาศร้อน แต่นั่นก็ไม่สามารถหยุดการวิ่งครั้งนี้ของพวกเราได้ ฉันออกวิ่งโดยที่สวมชุดทูน่าขนาดใหญ่ พร้อมกับเพื่อนนักกิจกรรมอีก 20 คน เป็นระยะทางเกือบ 4 กิโลเมตร เราออกวิ่งจากสนามศุภชลาศัยไปยังสำนักงานใหญ่บริษัทไทยยูเนี่ยน แน่นอนว่าฉันรู้สึกเหนื่อย หลายคนอาจคิดว่าทำไมฉันต้องออกมาวิ่งอะไรแบบนี้ด้วย แต่นี่คือสิ่งที่พวกเราอยากทำเพื่อมหาสมุทร ในฐานะตัวแทนเสียงจากผู้บริโภคกว่า 680,000 เสียง ที่ต้องการส่งสาส์นถึงไทยยูเนี่ยน และผลักดันให้ไทยยูเนี่ยนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำอุตสาหกรรมทูน่ากระป๋องที่จัดหาวัตถุอย่างยั่งยืนต่อท้องทะเลและเป็นธรรมต่อสังคม ฉันภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการวิ่งเพื่อรณรงค์ครั้งนี้

ส่งต่อคบเพลิงจากผู้บริโภค ส่งต่อความหวังถึงไทยยูเนี่ยน

การเดินทางไม่ได้เพิ่งจะเริ่มต้นวันนี้ แต่เป็นมาราธอนที่ยาวนาน ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เราได้ร่วมกันรณรงค์เรียกร้องให้บริษัททูน่ากระป๋องที่ใหญ่ที่สุดของโลก หันมาเป็นผู้นำที่แท้จริง สร้างการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่การผลิตและผลิตภัณฑ์ของตนเพื่อให้ปลอดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน การประมงแบบทำลายล้าง การประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) และในวันนี้เราต้องการให้ไทยยูเนี่ยนออกมาแสดงเจตนารมณ์ และลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม

การวิ่งในวันนี้เป็นการวิ่งที่รวมความหวังของนักกิจกรรมทั่วโลกเอาไว้ ความหวังจากทั่วโลกที่ต้องการปกป้องมหาสมุทร สิทธิแรงงาน และชีวิตสัตว์ทะเล ขณะที่นักวิ่งกำลังส่งต่อคบเพลิงจากมือสู่มือ เราก็ได้ส่งต่อรายชื่อที่คนทั่วโลกร่วมกันรณรงค์ด้วย ชื่อของกลุ่มคนที่ไม่ต้องการให้อาหารทะเลของเราเชื่อมโยงกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน การประมงเกินขนาด และการประมงแบบทำลายล้างซึ่งใช้เครื่องมือประมงที่คร่าชีวิตฉลาม นกทะเล และเต่าทะเลจำนวนมาก ในฐานะที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดของโลก ไทยยูเนี่ยนมีพลังในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมทูน่าไปสู่ทิศทางที่ยั่งยืนขึ้น

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคและนักกิจกรรมจากประเทศต่างๆและเขตปกครองทั่วโลก 200 ห่ง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ ประเทศในสหภาพยุโรป และประเทศไทย  ได้ร่วมกันผลักดันไทยยูเนี่ยน เรียกร้องให้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เพื่อปกป้องมหาสมุทรและแรงงานอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เราอาจไม่รู้ แต่ผู้บริโภคมีพลังในการสร้างการเปลี่ยนแปลง จากทะเลสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต อำนาจในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคนั้นสามารถกำหนดทิศทางการตลาดของอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเลได้ โดยจากการเรียกร้องที่เพิ่มขึ้นของอาหารทะเลที่ยั่งยืน บริษัทและกลุ่มแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ อาทิในประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย เยอรมนี และในอีกหลายประเทศ กำลังตอบรับความต้องการของผู้บริโภคด้วยการจัดหาทางเลือกอาหารทะเลที่ยั่งยืนและเป็นธรรมมากขึ้น

เหตุผลสำคัญที่เราวิ่งในวันนี้ก็เพื่อแสดงให้ไทยยูเนี่ยนเห็นว่า เรากำลังรอการปฏิวัติครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่ลดการพึ่งพาการใช้เครื่องมือประมงแบบทำลายล้างอย่าง เบ็ดราว และอวนล้อม ร่วมกับอุปกรณ์ล่อปลา (FADs) ที่นำไปสู่การประมงเกินขนาด และการคร่าชีวิตสัตว์น้ำที่ใกล้สูญพันธุ์ กรีนพีซได้ทำงานรณรงค์เรียกร้องให้ไทยยูเนี่ยนลดความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการประมงอย่างไม่ยั่งยืนในห่วงโซ่การผลิตของตน รวมถึงผลักดันให้เพิ่มการตรวจสอบเรือประมงของบริษัทโดยหน่วยงานหรือองค์กรอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการตรวจสอบย้อนกลับในกระบวนการประมงของบริษัทนั้นโปร่งใสตรวจสอบได้ตลอดขั้นตอน จากทะเลสู่จาน และสามารถต่อกรกับการขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเล (transshipment at sea) ได้อย่างแท้จริง เนื่องจากการขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเลนั้นเป็นกระบวนการที่เอื้อให้เรือประมงสามารถอยู่กลางทะเลได้เป็นระยะเวลายาวนานต่อเนื่องหลายเดือน หรือหลายปี ทำให้คนงานไกลหูไกลตาจากกระบวนการตรวจสอบ เราอยากเห็นไทยยูเนี่ยนส่งเสริมการประมงแบบยั่งยืนและเป็นธรรมเพื่อลดผลกระทบต่อมหาสมุทรทันที คุณอาจจะยังไม่เห็นผลในตอนนี้ แต่ผลของการทำงานอย่างหนักนี้ คือการทำเพื่อให้แน่ใจได้ว่า อาหารทะเลของเรานั้นยั่งยืน มีกินมีใช้ไปยังคนรุ่นหลัง และไม่ทำร้ายทั้งผู้คนที่พึ่งพาท้องทะเลในการหล่อเลี้ยงชีพ อีกทั้งไม่ทำร้ายมหาสมุทรของเรา

การแข่งขันเพื่อเปลี่ยนสู่การเป็นอุตสาหกรรมทูน่าที่ยั่งยืนและเป็นธรรมยังไม่สิ้นสุด

จากผู้บริโภคถึงบริษัท เราได้ส่งต่อรายชื่อรณรงค์ถึงมือ ดร. ดาเรียน แม็คเบน ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป และเรียกร้องให้บริษัทรับฟังเสียงจากผู้บริโภคและนักกิจกรรมหลายแสนคนที่ต้องการให้ปลาทูน่าที่เรากินนั้นยั่งยืนกว่าที่เป็นอยู่ ผ่านมาสองปี ในที่สุดบริษัทไทยยูเนี่ยนก็กำลังพิจารณาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารทะเลครั้งใหญ่ ในวันนี้ นักกิจกรรมได้มายืนอยู่เบื้องหน้าบริษัทไทยยูเนี่ยน พร้อมกับป้ายผ้าที่เขียนว่า “Over 680,000 people want Thai Union to lead” หรือ 680,000 เสียงจากทั่วโลกต้องการให้ไทยยูเนี่ยนเป็นผู้นำ สื่อให้เห็นว่าเจตนารมณ์ของผู้บริโภคและกลุ่มคนรักทะเลนั้นชัดเจน เราต้องการให้ไทยยูเนี่ยนและบริษัทในเครือของตน ลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อปกป้องมหาสมุทรและแรงงานประมง

การวิ่งในวันนี้จบลงแล้ว เสียงของประชาชนทั่วโลกได้ส่งไปถึงมือไทยยูเนี่ยนแล้ว แต่การรรณรงค์ของเรายังไม่สิ้นสุดลง ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะยุติการเดินหน้าเพื่อเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมทูน่าที่เป็นธรรมและยั่งยืน เราเดินทางมาไกล และมีเสียงสนับสนุนจากประชาชน 680,000 คนทั่วโลก แต่เรายังต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้ไทยยูเนี่ยนลงมืออย่างเป็นรูปธรรม หากไทยยูเนี่ยนเป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลง บริษัทอื่นในอุตสาหกรรมอาหารทะเลจะดำเนินการตามอย่างแน่นอน

มหาสมุทรมิได้เป็นของบริษัทอาหารทะเลบริษัทใด แต่มหาสมุทรเป็นของเราทุกคน

ร่วมกับกรีนพีซเพื่อบอกให้ไทยยูเนี่ยนลงมือทำคลิกที่นี่

#NotJustTuna 


 ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่