มุน แจอิน ประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้แสดงเจตนารมณ์กับประชาชนในประเทศของตนว่าจะทะยอยปลดระวางและยุติการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมดนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางด้านพลังงานที่สำคัญต่อประเทศต่างๆ ในเอเชีย

แสดงเจตนารมณ์ดังกล่าวนับเป็นความมุ่งมั่นครั้งสำคัญระดับโลกและครั้งแรกที่ในการที่จะลดการใช้ถ่านหิน หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ได้ตัดสินใจถอนตัวออกจากความตกลงปารีสที่จะจำกัดปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลก

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศถอนตัวจากสนธิสัญญาปารีส (มิถุนายน 2557)

นายมุน กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างพิธีปิดโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ และเขาให้สัญญาว่าจะยกเลิกแผนการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่มีอยู่ ส่วนที่กำลังเปิดดำเนินการอยู่ก็จะไม่มีการต่ออายุใหม่ และปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีอยู่เดิม 10 แห่งและยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะเกิดขึ้น

ถอยห่างจากพลังงานนิวเคลียร์

“เราจะยกเลิกนโยบายด้านพลังงานที่มุ่งเน้นไปที่การใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นหลัก และก้าวไปสู่ยุคที่ปราศจากนิวเคลียร์” มูนกล่าวในระหว่างพิธีการปลดระวางเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2520 "จนถึงปัจจุบันนโยบายด้านพลังงานของประเทศมุ่งเน้นไปที่ราคาและประสิทธิภาพที่ต่ำ ถึงเวลาที่เราควรเปลี่ยนนโยบายนี้โดยให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของสาธารณะชนและสิ่งแวดล้อม"

นักกิจกรรมกรีนพีซเกาหลีใต้ฉายข้อความว่า New Energy, New Korea บนสิ่งก่อสร้างของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทีเก่าแก่ที่สุดในเกาหลีใต้

เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 2 เครื่องที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างจะต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นประชาชนเองและสิ่งแวดล้อม และอาจจะถูกยกเลิกการก่อสร้าง

การประกาศดังกล่าวอาจมีนัยยะสำคัญระดับประเทศเนื่องจากเกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ชั้นนำของโลกและกำลังมองหาช่องทางที่จะส่งออกเทคโนโลยีด้านพลังงานนิวเคลียร์ของตนไปสู่ตลาดโลก ซึ่งล่าสุดส่งออกไปที่สหราชอาณาจักร

ถ่านหินที่ไม่มีใครต้องการ

การปิดเหมืองถ่านหินเกิดขึ้นหลังจากมลพิษทางอากาศมีค่าสูงขึ้นตามวาระทางการเมืองในเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันเป็นประเทศที่มีมลพิษมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ในเดือนมกราคมของปีนี้ วารสารวิชาการอันทรงคุณค่าของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและกรีนพีซสากลระบุว่า หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน ใน ปีพ.ศ. 2573 จะรักษาชีวิตประชาชนราว 50,000 คนได้จากผลกระทบสุขภาพจากถ่านหิน

ถ่านหินมีส่วนแบ่งในการผลิตไฟฟ้าของเกาหลีใต้มากกว่าพลังงานนิวเคลียร์ ดังนั้นการประกาศนี้น่าจะนำไปสู่การเพิ่มกำลังผลิตทั้งพลังงานหมุนเวียนและก๊าซธรรมชาติ ในการประชุมล่าสุดของธนาคารการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย หรือ AIIB  มูนได้เสนอเป้าหมายการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนร้อยละ  20 ภายในปีพ.ศ. 2573

นายมูนได้กล่าวในที่ประชุมถึงแผนงานที่จะลดโรงไฟฟ้าถ่านหินและเดินหน้าไปสู่ประเทศที่ปลอดจากโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ว่า “เราจะร่วมแบ่งปันประสบการณ์ของระบบโครงสร้างพื้นฐานทางที่มีความยั่งยืนให้กับประเทศสมาชิกของธนาคารการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB)  เช่น การผลิตพลังงานหมุนเวียน และเมืองแห่งพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

greenpeace animated GIF

Damian Kahya หัวหน้าการสื่อสารมวลชนและการสืบสวน กรีนพีซ สหราชอาณาจักร

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่