เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ของสหประชาชาติที่เมืองนิวยอร์ค สนธิสัญญาระหว่างประเทศที่สั่งห้ามใช้อาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลกได้ถูกนำมาใช้เรียบร้อยแล้ว

นี่คือเหตุการณ์สำคัญแห่งประวัติศาสตร์ ที่ตามข้อตกลงนี้ การครอบครองและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ถูกจัดให้เป็นการละเมิดกฏหมายสากลแล้วตอนนี้

นักกิจกรรมกรีนพีซปล่อยนกพิราบแห่งสันติภาพจำลองเนื่องในวันครบรอบ 60 ปี ของเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมณูที่เมืองฮิโรชิมะ (ภ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2548)

สนธิสัญญานี้จะเปิดรับการลงนามจากประเทศสมาชิกในวันที่ 20 กันยายน 2560

ในเดือนที่ผ่านมา ได้มี 140 ประเทศที่มีส่วนร่วมในการเจรจาข้อสัญญาใหม่นี้ โดยมี 9 ประเทศที่มีอาวุธนิเคลียร์ (สหรัฐอเมริกา รัซเซีย จีน ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ปากีสถาน อิสราเอล และเกาหลีใต้) ที่คว่ำบาตรข้อตกลงนี้เพื่อขัดกระบวนการ ประเทศสมาชิกนาโตก็ได้ละเว้นการเจรจานี้เช่นกัน และดำรงอยู่ในฝ่ายตรงกันข้ามของการเจรจาและของประวัติศาสตร์ เพราะการขาดไปของประเทศเหล่านี้ส่งผลต่อสนธิสัญญาอย่างมีนัยยะสำคัญ เนื่องจากถ้าประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ให้สัตยาบันกับสนธิสัญญา ประเทศนั้นก็จะไม่อยู่ภายใต้กฏหมายนั้นๆ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีความขัดแย้งจากประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้องกับอาวุธนิวเคลียร์ ข้อกฎหมายนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง กล่าวคือ ประเทศสมาชิกจำนวนส่วนใหญ่ของสหประชาชาติได้มีการลงมติห้ามมิให้ใช้อาวุธใด ๆ ก็ตามที่ก่อภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมผิดกฏหมายสากล จนมาถึงวันนี้ อาวุธนิวเคลียร์ยังคงเป็นอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูงชนิดเดียวที่ยังไม่ถูกต้องห้ามอย่างชัดเจนทางหลักกฏหมาย แต่สุดท้ายในวันนี้ อาวุธนิวเคลียร์ก็ถูกจับไปรวมกับเหล่าอาวุธชีวภาพ อาวุธเคมี ทุ่นระเบิด และอาวุธยุทธภัณฑ์ต่างๆที่ถูกหวงห้ามทั่วโลก

การโหวตสนธิสัญญาสั่งแบนอาวุธนิวเคลียร์ ณ สหประชาชาติ  7 กรกฏาคม 2560

โดยการตั้งสนธิสัญญาใหม่นี้ ทำให้การหาข้ออ้างใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อสร้างความปลอดภัยทำได้ยากขึ้นสำหรับหลายประเทศ โดยบรรทัดฐานที่ตั้งขึ้นมาจะไม่เพียงผลักดันให้ทั้งประเทศที่ใช้และไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์หันมาปฏิเสธการใช้อาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร แต่ยังนำไปสู่อนาคตที่ปราศจากอาวุธทำลายล้างใดๆทั้งสิ้นในประเทศที่ใช้นิวเคลียร์ ถ้าเกิดการเปลี่ยงแปลงทางการเมือง (อ่านเพิ่มได้ที่นี่)

ข้อกำหนดที่ถูกตั้งไว้ในสนธิสัญญามีความชัดเจนอย่างยิ่ง โดยห้ามให้ประเทศสมาชิกพัฒนา ทดลอง ผลิต แสวงหา ใช้ และขู่ว่าใช้อาวุธนิวเคลียร์ใดๆทั้งสิ้น ซึ่งรวมไปการอนุมัติการติดตั้งหรือการใช้ในประเทศตนเองด้วยเช่นกัน อ่านสนธิสัญญาเต็มฉบับได้ที่นี่

กรีนพีซขอบคุณพันธมิตรภาคประชาสังคมต่างๆ ที่นำโดยกลุ่มรณรงค์การยกเลิกอาวุธนิวเคลียร์นานาชาติ หรือ International Campaign to Abolish Nuclear Weapons (ICAN) ที่ทำงานหนักอย่างต่อเนื่องตลอดมาเพื่อทำให้สนธิสัญญานี้เกิดความเป็นจริงทางด้านกฏหมาย ทั้งที่เป็นแค่ความฝันเมื่อครั้งแรกที่ถูกเสนอ เราจะร่วมการเคลื่อนไหวนี้และเรียกร้องให้ทุกรัฐบาลในโลกให้สัตยาบันในข้อตกลงนี้เพื่อร่วมกันกำจัดสิ่งประดิษฐ์ที่อันตรายและผิดกฏหมายนี้ไปจากโลก

ในอนาคต เราหวังว่าคนรุ่นใหม่จะมองย้อนกลับมาถึงการตัดสินใจในวันนี้ และระลึกถึงวันที่เราได้เปลี่ยนอาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งที่คุกคาม ไม่ใช่เพิ่มความปลอดภัย จากวันนี้เป็นต้นไป การต่อสู้จะดำเนินต่อไป ให้แต่ละรัฐบาลยอมร่วมสนธิสัญญาและอาวุธนิวเคลียร์นับพันที่มีอยู่ทั่วโลกถูกกำจัดไปให้หมด ถึงแม้ว่าเป้าหมายเราอาจจะอยู่ไกล แต่ด้วยจุดเริ่มต้นของการจัดให้อาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งผิดกฏหมาย นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับการสร้างสันติภาพ

Lyle Thurston นายแพทย์ประจำเรือลำแรกของกรีนพีซ ออกเดินเรือจากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เพื่อหยุดการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในเกาะอัมชิตกาในหมู่เกาะอาลูเชียนส์

เจ็น เมมัน เป็นที่ปรึกษาด้านสันติภาพอาวุโสของกรันพีซสากล

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่

แปลและเรียบเรียงโดย นันทิชา โอเจริญชัย อาสาสมัครกรีนพีซ


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่