“พอมีคนมาบอกว่า เขาจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เทพา ผมบอกว่าอย่าให้ประชาชนและพี่น้องผมเดือดร้อน เพราะผมจะค้านสุดชีวิต” นี่คือคำจากนายหมิด ชายเต็ม หนึ่งในสี่ตัวแทนเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ถึงความในใจของเขาที่เป็นเหตุให้เขาออกเดินทางจากอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา มาร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

กระบวนการผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ถือเป็นโครงการหนึ่งที่ขาดจริยธรรม และไร้ความชอบธรรม ตั้งแต่กระบวนการเวทีรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ ครั้งที่ 1 ไปจนถึงครั้งที่ 3 จวบจนกระทั่งการเห็นชอบให้ผ่านรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(EHIA) โดยคณะกรรมการผู้ชำนาญการ(คชก.) ซึ่งเป็นการประชุมที่เร่งด่วน ปิดลับและปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ในวันที่ 17 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ที่ผ่านมาแม้เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ (Permatamas) และเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน จะออกมาคัดค้านและยื่นหนังสือร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับดูเหมือนไม่มีใครฟังเสียงของเขา วันนี้เป็นวันที่สองแล้วที่สี่ตัวแทนชาวเทพาผู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินมานั่งปักหลักเชิงสัญลักษณ์ดุอาอ์ หรือการขอพร ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างไม่มีกำหนด เรียกร้องให้ระงับและตรวจสอบรายงานผลการศึกษา EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

ขณะที่ภาครัฐกำลังเพิกเฉยต่อเสียงของเขา เราอยากให้คุณลองฟังเสียงจากชาวเทพากลุ่มนี้ ถึงเหตุผลที่พวกเขาไม่ต้องการโรงไฟฟ้าถ่านหิน

เราอาจจะไม่รู้จักอำเภอเทพา จังหวัดสงขลาสักเท่าไรนัก แต่หากมาลองนั่งฟังเรื่องเล่าของเทพาจากตัวแทนทั้งสี่ที่หน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดู แล้วจะรู้ว่าเทพานั้นเป็นส่วนหนึ่งของอ่าวปัตตานี หนึ่งในอ่าวที่สมบูรณ์ที่สุดเวลานี้ เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของประเทศ ชาวยะลาเองก็ต้องกินปลาจากอ่าวปัตตานี นอกจากนี้ยังมีป่าชายเลน มีแม่น้ำที่ไหลมาจากชายเเดนมาเลเชีย และยะลา

ขนาดคนสติไม่ดี ยังเดินหาหอยกินเองได้ หอยที่เทพามันมีเยอะขนาดนั้นนายหมิด ชายเต็ม กล่าว ลุงหมิด อาศัยอยู่อำเภอเทพา หมู่ 4 ซึ่งเป็นบริเวณที่ตามแผนการก่อสร้างแล้วจะเป็นบ่อขี้เถ้าถ่านหินของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา “ผมทำประมงตั้งแต่อายุ 8 ปี ผมรู้จักปลาทั้งหมด 150 กว่าชนิดในทะเลเทพา ปลาที่มีเยอะ คือ จาระเม็ด (เต๋าเต้ย) ขายได้ตั้งแต่กิโลกรัมละ 100 กว่าไปจนถึง 500 บาท มีเยอะจริง ๆ มีหอย กุ้ง ปลากระบอก หอยเสียบ หาได้วันนึงไม่ตำว่า 500 บาท สะอาด ไม่มีสารเคมี ถ้าเราไม่ขี้เกียจ เราไม่มีวันอด ถ้าเราทำงานในโรงงาน เราแก่ป่านนี้ เขาจะจ้างเรามั้ย”

ในวัย 64 ปี ลุงหมิด ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านในระยะสามกิโลเมตรจากชายฝั่ง โดยมักจะทอดแหกุ้งเคย และวางอวนปลากระบอก โดยหากเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อาจมีรายได้สูงสุดถึง 50,000-60,000 บาท ทีเดียว จากคำบอกเล่าของลุง บางคนก็ได้เป็นแสน อาหารทะเลจากเทพานั้นส่งออกไปทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพฯ เองด้วย

“ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่อง ได้ยินว่าเจริญก็ชอบ แต่ผมไปดูงานต่าง ๆ ไปดูที่เขาปล่อยน้ำเสียที่ระยอง เวลาชาวประมงที่ระยองออกหาปลา ต้องออกไปไกลๆ บางวัน 2,000 บาทก็ยังไม่ได้ แต่ก่อนระยองมีกุ้งเคยที่ดังที่สุด ส่งไปขายถึงเทพา แต่ตอนนี้กุ้งเคยที่ระยองยังไม่เหลือ ผลกระทบจะเกิดขึ้นนั้งยังเกิดต่อสงขลาปัตตานีด้วย เพราะสายน้ำเป็นสายเดียวกัน ถ้าอยากทำโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ดีจริงๆ ขอให้ทำที่ระยองกับแม่เมาะให้ดีก่อน แล้วค่อยมาทำที่เทพา” ลุงหมิด กล่าว “ผมอายุ 64 แล้ว ยังเลี้ยงครอบครัว 8 คนรอดอยู่ ยังออกทะเลหากินได้อยู่ พูดง่ายๆ ว่ากฟผ. ไม่คิดถึงใจชาวบ้าน ที่กลัวที่สุดคือผลกระทบอย่างรุนแรง ไม่ว่าทะเลและที่อยู่ เมื่อเรือขนถ่ายถ่านหินขนาดใหญ่เข้ามาทอดสมอบริเวณที่เราหากินสามกิโล แล้วเราจะหากินที่ตรงไหน”

ตำแหน่งของพื้นที่หมู่ 4 อำเภอเทพา ที่พวกเขาอยู่อาศัย และถูกกำหนดในแผนของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาว่าจะเป็นบ่อขี้เถ้าถ่านหิน

เมื่อสอบถามกับพี่น้องชาวเทพาทั้งสี่เกี่ยวกับการชดเชยเรื่องที่อยู่อาศัย เนื่องจากต้องย้ายถิ่นฐานเพราะบ้านที่ตนอยู่นั้นต้องกลายเป็นบริเวณบ่อขี้เถ้าถ่านหิน คำตอบที่ได้คือ พวกเขายังไม่ได้รับการแจ้งว่าจะให้ย้ายไปอยู่ที่ไหน แต่เป็นการต้องหาที่อยู่ใหม่เอาเอง

 “กลัวว่าจะต้องย้ายออก เขาไม่ได้แจ้งว่าจะให้ย้ายไปอยู่ที่ไหน ไม่อยากย้าย เราอยู่มาตั้งแต่เกิด บริเวณนี้มีสุสานกูโบ กระดูกพ่อแม่ก็อยู่ที่นั่น นี่เป็นบ้านของเรา ชีวิตเรากว่าจะได้บ้านหลังนึง จู่ ๆ กลับจะเอาบ้านเราไป ไม่มีการมาบอกว่าจะให้ค่าชดเชยเท่าไหร่ ไม่มีตัวแทนกฟผ.มาพูดคุยกับเรา” นางรอกีเยาะ สะมะแอ อายุ 55 ปี กล่าว “บ้านของก๊ะอยู่ในเขตสามจังหวัดชายแดนสี่อำเภอที่มีกระทบเรื่องระเบิด แต่โรงไฟฟ้าถ่านหินร้ายแรงยิ่งกว่าระเบิดอีก เพราะจะทำลายหมด โรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นจะมีผลกระทบพอกับการเผาคนทั้งอำเภอเทพา อยากฝากถึงนายกฯ ว่า อย่าสร้างเลย ยกเลิกออกจากประเทศไทย ถ้าจะสร้างจริง แสงอาทิตย์ก็มี เป็นพลังงานที่ไม่กระทบกับประชาชน นี่คือการคืนความสุขให้กับเรา ความสุขจริง ๆ อยู่ที่บ้านเรา ไม่ใช่ถ่านหิน” 

 

นายดิเรก เหมนคร หนึ่งในสี่ตัวแทนผู้เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนรักษ์อิสลาม ชี้แจงให้เราฟังถึงเหตุผลที่สำคัญต่อจิตใจอย่างยิ่งสำหรับชาวอิสลาม บ้านของเขาอยู่ในบริเวณที่ห่างจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่เกินสามกิโลเมตร

“สิ่งที่กังวลที่สุดคือ การทำลายศาสนา เพราะต้องทำลายมัสยิดสองแห่ง  โครงการไม่เข้าใจคำว่ามัสยิดในศาสนาอิสลามเป็นบ้านของพระเจ้า การทำลายบ้านของพระเจ้าเป็นการทำลายหลักความเชื่อของเรา อีกที่ที่จะถูกทำลายไปคือโรงเรียนปอเนาะ ที่คนช่วยกันสร้างและบริจาคให้พระเจ้า หลักการของเราคือไม่สามารถที่จะขาย ย้ายโอน หรือให้เป็นมรดกได้ แต่โครงการนี้มาพยายามซื้อ ซึ่งเป็นบาปใหญ่ในอิสลาม  เป็นการทำลายบทบัญญัติบทหนึ่ง ประวัติศาสตร์ปัตตานีกล่าวไว้ว่า มีปอเนาะมหาศาล โครงการนี้เป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของปอเนาะในชายแดนใต้ เป็นการเหมือนกับว่า ปอเนาะสามารถซื้อขายได้ อันนี้เจ็บปวดมาก ถือเป็นผลกระทบต่อจิตใจ และชีวิตหลังความตายของคนมุสลิม”

นางสุดา สะมาแอ อายุ 49 ปี ที่บ้านของเธอก็อยู่ในบริเวณบ่อขี้เถ้าถ่านหินของโครงการเช่นกัน กล่าวเสริมว่า “ต้องออกมา เพราะเสียงที่เราเรียกร้อง รัฐบาลไม่สนใจ อยู่ที่บ้านร้องยังไงรัฐก็ไม่ได้ยิน ต้องบอกให้รู้ว่านี่แหละคือความเดือดร้อนที่นายทุนจะยื่นให้เรา มาถึงจุดนี้แล้ว พวกเราจะไม่เอาอะไรทั้งสิ้นแม้แต่เยียวยา การที่เราออกมานั้นไม่ใช่เพื่อตัวเราคนเดียว แต่เพื่อลูกหลานของเรา เพื่อนบ้านของเรา และคนภาคใต้ทั้งประเทศ ทางเลือกมีเยอะแยะที่รัฐจะเลือกได้ แล้วทำไมต้องเลือกถ่านหินด้วย ทั้งที่โลกไม่ยอมรับแล้ว ยกเลิกหมดแล้ว ขนาดประชาชนอย่างก๊ะยังเข้าใจเลย แล้วคนที่มีความรู้จะไม่เข้าใจก็ไม่ได้

อยากฝากถึงรัฐว่าให้ยกเลิกถ่านหินจากประเทศไทยไปเลย มีทางเลือกอื่นเยอะแยะให้เศรษฐกิจดีขึ้น เรามีอากาศดี แสงแดดดี รัฐก็น่าจะมองถึงโซลาร์เซลล์ ที่รับแดดเราสวยมาก แต่รัฐไม่เข้าใจหัวอกพวกเรา”

พี่น้องชาวเทพาได้ยื่นจดหมายและข้อเรียกร้องต่อนายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีขอให้ระงับและตรวจสอบรายงานผลการศึกษา EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

นี่เป็นเพียงเสียงส่วนหนึ่งจากตัวแทนประชาชนผู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา หากภาครัฐไม่เคยได้ยินเสียงจากพวกเขา ลองมานั่งพูดคุยกับพวกเขาได้ที่เบื้องหน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากพวกเขากำลังขอพรแล้ว ยังขอให้ภาครัฐพิจารณาอีกครั้งว่า สมควรแล้วหรือที่จะอนุมัติโครงการที่ไม่ชอบธรรมเช่นนี้ และทำลายสิ่งดี ๆ ที่เทพา 


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่