ราชินีขยะ ส่วมใส่ชุดยาว 7 เมตร ที่ทำจากเสื้อผ้าใช้แล้ว © เบนท์ สตาโชวสกี / กรีนพีซ

สัปดาห์นี้เมื่อเมื่อห้าปีก่อน หญิงสาวและชายอายุน้อยที่ทำงานในโรงงานเย็บเสื้อผ้าในประเทศบังกลาเทศจำนวน 1,138 คน เสียชีวิตเมื่ออาคารซึ่งมีสัญญาณส่อถึงความอันตรายและการเสื่อมสภาพที่ชัดเจนอยู่แล้ว ได้ถล่มลง

ผู้คนที่ทำงานใน รานา พลาซ่า กำลังผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น Mango Primark และ Walmart และโศกนาฏกรรมนี้ก่อให้เกิดความตื่นตกใจไปทั่วโลก ไม่เพียงเพราะมีผู้เสียชีวิต แต่เพราะนี่คือผลจากสภาพกิจวัตรการทำงานที่ไม่ปลอดภัยและไม่ถูกสุขลักษณะของอุตสาหกรรมการผลิตแฟชั่นที่รวดเร็ว (Fast Fashion) และราคาถูก สิ่งที่ต้องสูญเสียไปนั้นมีราคาที่สูงเกินกว่าที่เราจะแลกกับแฟชั่นราคาถูก ด้วยเหตุนั้นจึงมีการเคลื่อนไหวทั่วโลกที่เรียกว่า “การปฏิวัติแฟชั่น“ หรือ Fashion Revolution ถือกำเนิดขึ้นมาท่ามกลางการประท้วงนี้

ในปีที่ 5 นี้ สัปดาห์แห่งการปฏิวัติแฟชั่นจะเป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่และชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมา เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน จะมีนักกิจกรรมออกมารวมตัวกันใน 100 ประเทศ เพื่อเรียกร้องให้อุตสาหกกรมแฟชั่นมีความยั่งยืน ความปลอดภัย ความสะอาด และความโปร่งใสมากกว่าเดิม

คนงานในโรงงานย้อมผ้า ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ซักสิ่งทอวันละ 4 ครั้งโดยประมาณ หลังจากผ่านกระบวนการย้อมแต่ละครั้ง © ลู กวง / กรีนพีซ

เรารู้ว่าพลังของมวลชนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง  ตั้งแต่ปี 2554 อาสาสมัครของเราได้ช่วยให้แคมเปญ ดีท็อกซ์แฟชั่น หรือ Detox my Fashion ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเรียกร้องให้มีอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น  และขอให้แบรนด์แฟชั่นต่างๆขจัดสารเคมีอันตรายออกจากในห่วงโซ่อุปทาน ต้องขอบคุณการกระทำที่ไม่ย่อท้อและไม่หยุดยั้งของพวกคุณ เพราะร้อยละ 15 ของภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของโลก ได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นแล้ว

พลังการเรียกร้องของผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ได้ทำให้หลายแบรนด์ได้เริ่มเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตของตน ทั้งสภาพการทำงานและค่าจ้าง ไปสู่นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่นั้นก็ยังไม่เพียงพอ ดัชนีความโปร่งใสจากการปฏิวัติแฟชั่น ได้จัดอันดับแบรนด์แฟชั่น 150 แบรนด์โดยอิงจากความโปร่งใส ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเราจะต้องตั้งคำถามที่น่าอึดอัดใจมากขึ้น เพื่อสร้างแรงกดดันให้กับแบรนด์ต่างๆ

ความโปร่งใสเป็นกุญแจสำคัญหากเราต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เราจำเป็นต้องขอให้แบรนด์ออกมาชี้แจ้งเกี่ยวกับค่าจ้าง ความปลอดภัยในที่ทำงาน นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม การใช้โพลีเอสเตอร์และการรีไซเคิลสิ่งทอ และเรียกร้องให้แบรนด์ต่างๆ ผลิตสินค้ามีคุณภาพสูง เป็นเสื้อผ้าที่ทนทาน แทนแฟชั่นราคาถูกที่จะโยนทิ้งกันได้อย่างง่าย ๆ

อุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นนายจ้างรายใหญ่ของผู้หญิงอายุน้อยนับล้านทั่วโลก ที่ถูกบังคับให้ทำงานเป็นเวลานานๆ แลกกับค่าแรงอันน้อยนิด ปริมาณโดยรวมของเสื้อผ้าที่ผลิตนั้นเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำและในมหาสมุทรด้วยไมโครไฟเบอร์ที่หลุดออกมาจากเสื้อผ้าโพลีเอสเตอร์และสูบน้ำดื่มที่มีค่าในประเทศที่ผลิตมากมาย มันขึ้นอยู่กับเราที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยอาศัยเสียงและความคิดสร้างสรรค์ของเรา

นักปีนเขา 3 คน ถึงจุดสูงสุดของภูเขาโฟร์ซิสเตอร์ ในมณฑลเสฉวน ที่จีนแผ่นดินใหญ่ ขณะที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ปราศจาก PFC ซึ่งก็คือที่ต้องอาศัยสารเคมีฟลูออรีนที่อันตราย ใช้เป็นสารกันน้ำสำหรับเสื้อผ้าสไตล์เอาท์ดอร์  © วินเซนท์ ชาน / กรีนพีซ

เรื่องง่าย ๆ ที่คุณสามารถช่วยได้

1. ตั้งคำถามแบรนด์เสื้อผ้าต่างๆ #whomademyclothes

ถ่ายภาพฉลากบนเสื้อผ้าของคุณ แชร์ลงในอินสตาแกรม พร้อมกับ #whomademyclothes และหากแบรนด์นั้นตอบกลับมา ให้แท็ค @fash_rev

2. แทนที่จะซื้อใหม่ ใช้ทางเลือกใหม่ด้วยการประดิษฐ์

เพื่อลดผลกระทบต่อแฟชั่นของสิ่งแวดล้อม ให้คุณตระหนักว่าทุกอย่างที่คุณซื้อต้องอาศัยการน้ำปริมาณมาก ใช้สารเคมีและแรงงานจำนวนมาก ดังนั้นในสัปดาห์นี้ ลองดูไอเดียที่เรารวบรวมมาด้านล่างนี้ว่าคุณทำอะไรได้บ้าง เพื่อช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอินเทรนด์อยู่

ผู้ร่วมกิจกรรมทำกระเป๋าจากผ้าที่ใช้แล้ว ในเวิร์คชอปการสร้างมูลค่าให้วัสดุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหว MAKE SMTHNG ในเมืองจาการ์ตา © อาไฟรดิ ฮีค์มาล / กรีนพีซ

3. ไปร่วมงานปฏิวัติแฟชั่นใกล้บ้านคุณ และสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนในท้องถิ่นของคุณ

ในหลายๆประเทศ เขาเริ่มจัดแล้วนะ ในช่วงสัปดาห์การปฏิวัติแฟชั่น หลายแห่งจะมีการจัดการอภิปราย การแลกเปลี่ยนเสื้อผ้า งานกิจกรรมซ่อมแซม การฉายหนัง และสิ่งอื่นอีกหลายล้านสิ่งเกิดขึ้น การไปเข้าร่วมงานเป็นหนทางที่ดีที่จะได้พูดคุยกับผู้คนที่มีความคิดทำนองเดียวกันในชุมชนของคุณ หรือคุณอาจจะเป็นคนเริ่มเองก็ได้

4. หาความรู้เพิ่มเติม

เพิ่มความรู้ให้กับตนเองโดยการดูภาพยนตร์เรื่อง True Cost หรือลองค้นหาวีดิโอในยูทูป เกี่ยวกับแฟชั่นแบบมาเร็วไปเร็ว หรือ fast fashion อ่านรายงานและข้อมูลหลักของเราในเรื่องไมโครไฟเบอร์ หรือถ้าคุณอยู่ในอุตสาหกรรมแฟชั่น สามารถทำตามขั้นตอนในรายงาน Fashion at the Crossroads นี้ได้

5. ส่งโปสการ์ดถึงแบรนด์ต่างๆและนักการเมืองท่านอื่นๆ

เขียนถึงแบรนด์แฟชั่นเพื่อขอร้องให้พวกเขามีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น และให้คำมั่นว่าจะจ่ายเงินค่าจ้าง หรือเขียนถึงนักการเมืองท้องถิ่นแและบอกพวกเขาว่าคุณต้องการสภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ให้กับคนงาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมแฟชั่นในทุกๆแห่งบนโลก

ลู  เยน โรลอฟฟ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารงานรณรงค์ Detox My Fashion ของกรีนพีซ

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านบทความต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่