องค์กรพื้นดินท้องทะเลระหว่างประเทศ หรือ ISA ได้มีการหารือกัน ที่ประเทศจาไมกา ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อหาบทสรุปเรื่องกฎระเบียบการแสวงหาผลประโยชน์ หรือที่เรียกกันว่า ข้อปฏิบัติการทำเหมืองแร่ ที่จะอนุญาตให้กองปฏิบัติการเหมืองเริ่มต้นดำเนินงานได้ในทุกสถานที่รอบโลก

ปะการังสีดำ หรือ แอนติพาเทลลา วอลาสโทนี เป็นปะการังน้ำเย็น ส่วนใหญ่พบได้ในทะเลน้ำลึก ในภาพนี้ กรีนพีซ อยู่ที่กลุ่มเกาะอะโซร์ส ร่วมกับทีมงานนักวิทยาศาสตร์ เพื่อเข้าไปสำรวจและบันทึกเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในทะเลน้ำลึก © กรีนพีซ / เกวิน นิวแมน

ในระยะเริ่มต้นของช่วงเวลาสองปีต่อไปนี้ อาจถือเป็นช่วงที่อันตรายหรือไม่ก็ได้ เหตุเพราะขอบเขตใหม่อันไม่จำเป็นเรื่องการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากร ทะเลน้ำลึกนั้นครอบคลุมพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่มหาสมุทรทั้งหมดของโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน่านน้ำสากล สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้น้ำทะเลกว่าพันๆเมตรโดยมากแล้วนั้น ยังไม่เคยมีการสำรวจมาก่อน ซึ่งหมายความว่า การทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึกอาจไปทำลายสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธ์ุและระบบนิเวศต่างๆ ก่อนที่เราจะรู้จักมันด้วยซ้ำ

ISA เป็นผู้วางกฎระเบียบเกี่ยวกับผืนดินใต้น้ำที่อยู่นออกเขตปกครองของประเทศต่างๆ พวกเขาตัดสินว่ากฎจะเป็นอย่างไร ประเทศกำลังพัฒนาและชุมชนของประเทศนั้นๆจะได้เงินจำนวนเท่าไหร่ การควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมจะเป็นไปในทางใด และ ณ ตอนนี้ การตัดสินใจที่จะสามารถส่งผลกระทบต่อผืนดินใต้น้ำไปอย่างถาวรกำลังมีขึ้นในประเทศจาไมกา โดยมีอุตสาหกรรมและตัวแทนจากเหมืองแร่คอยสร้างแรงกดดันอยู่ จนเห็นได้ถึงความไม่โปร่งใสอย่างเห็นได้ชัด

หินที่โผล่พ้นขึ้นมา พร้อมกับปลาครีบคู่ ปะการัง และปลาดาว เห็นได้จากกล้องใต้น้ำ ความลึก 1,000 ฟุต ในทะเลเบอริ่ง © กรีนพีซ / จอห์น เฮาช์วาร์

ตัวแทนจากฝ่ายแสวงหาประโยชน์จากมหาสมุทร อย่างบริษัทผลิตและค้าอาวุธของสหรัฐอเมริกา ลอคฮีท มาร์ติน แย้งว่าเราจะต้องมีการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึกเพื่อที่จะตอบสนองกับ “ความต้องการโลหะมีค่าของโลก” และเพื่อสนับสนุน “การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ”

พวกเขายังอ้างอีกว่า การทำเหมืองแร่ใต้ทะเลน้ำลึกนั้นจำเป็นสำหรับการตอบสนองความกระหายนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิคอันไม่สิ้นสุดของเรา โดยมองข้ามปัญหาด้านต่างๆไปอย่างง่ายดาย

“เราจะยังสร้างเหมืองขนาดใหญ่ที่ทำลายหมู่บ้าน เปลี่ยนเส้นทางน้ำ ทำให้น้ำเป็นพิษ ซึ่งต้องอาศัยเวลาเป็นพันๆปีในการฟื้นฟู และทำลายภูเขาเป็นลูกๆอยู่อีกหรือ? คุณจะไม่เสียอะไรพวกนั้นเลยหากทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึก” เลขาธิการใหญ่ของ ISA ไมเคิล ลอดจ์ กล่าวเมื่อไม่นานมานี้

เป็นความจริงที่ว่าการทำเหมืองแร่เพื่อหาวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้และมีจำกัด จะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อคนงาน และทิ้งโลกใบนี้ไว้ในสภาพถลอกปลอกเปลือกอย่างหวนคืนมาไม่ได้ แต่การเปลี่ยนผลกระทบเหล่านี้ไปยังระบบนิเวศอื่นๆที่คอยอำนวยประโยชน์ต่อมนุษยชาติและสภาพภูมิอากาศนั้น ก็ไม่ควรจะเป็นการแก้ปัญหา

ทำไมภาคส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศและแบรนด์ระดับโลก อย่างเช่น ซัมซุง และแอปเปิล สามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่ทำให้เราทำในสิ่งที่เป็นเพียงแค่ฝันจากเมื่อสิบปีก่อน แต่กลับไม่ผลักดันความเฉลียวฉลาดของพวกเขาในเรื่องการให้บริการกับเศรษฐกิจที่จะมีความยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยล้ำเกินขีดจำกัดของดาวเคราะห์ดวงนี้?

ในทางตรงกันข้าม ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อให้ได้รับส่วนแบ่งการตลาด บริษัทมากมายต่างๆปรับเปลี่ยนการออกแบบผลิตภัณฑ์นั้นๆ ทำให้ซ่อมบำรุงสินค้าได้ยาก และร่นเวลาการใช้งานให้น้อยลง

กรีนพีซเรียกร้องด้านนอกของศูนย์การประชุมรัฐสภา คาตาลันยา เพื่อผลักดันให้ ซัมซุง ยอมนำมือถือรุ่น กาแล็กซี่ โน๊ต 7 จำนวน 4.2 ล้านเครื่อง ที่มีปัญหากลับมารีไซเคิล  © พาโบล บลาเกซ/ กรีนพีซ

ตัวแทนจากเหมืองแร่ยังแย้งอีกว่า เราจำเป็นต้องใช้แร่ธาตุเหล่านั้น เพื่อสนองกับการเติบโตของเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน และการเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคส่วนการขนส่ง

แต่ไม่มีหลักฐานใดที่บงชี้ได้ว่า การเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนทำให้ต้องมีการทำเหมืองแร่ในทะเลน้ำลึก ในทางกลับกัน จากรายงานที่จัดทำขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ โดย สถาบันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พบว่า “แม้จะมีอัตราการเจริญเติบโตตามความต้องการสูงมากในสถานการณ์ทางพลังงานที่ต้องอาศัยความพยายามอย่างสูง การเพิ่มขึ้นนี้ยังคงเป็นไปตามการคาดการณ์ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของแหล่งทรัพยากรที่เป็นที่รู้จัก ซึ่งไม่มีความจำเป็นจะต้องมีการดำเนินการทำเหมืองแร่ในทะเลลึก”

การทำเหมืองใต้พื้นทะเลแบบต่างๆนั้น ต้องอาศัยวิธีการและเทคโนโลยีการสกัดที่แตกต่างกัน แต่ผลกระทบอันร้ายแรงคือสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็ตาม การฝังตัวของตะกอน ความเป็นไปได้ที่จะมีการปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษ การทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย อุณหภูมิและเสียงที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลร้ายต่อสภาพแวดล้อมอันล้ำค่าในทะเลลึกที่ยังไม่เคยถูกแตะต้อง

เมื่อไม่นานมานี้ เหล่านักวิจัยได้สรุปว่าการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในทะเลลึกที่ร้ายแรงที่สุดจากการทำเหมืองนั้น อาจเป็นไปได้ว่าจะคงอยู่ตลอดชั่วเวลาชีวิตหนึ่งของมนุษย์ โดยคิดจากอัตราการฟื้นตัวของธรรมชาติในระบบนิเวศที่ได้รับผลกระทบในอดีต

ทุ่งแส้ทะเลอันหนาแน่น พบที่ 250-300 เมตรใน อะโซร์ส ซึ่งถูกจับภาพโดยกล้องใต้น้ำแบบพิเศษ  © กรีนพีซ / เกวิน นิวแมน

ถึงอย่างไร ISA ก็ยังปฏิเสธการจัดตั้งคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มีการรวมการคิดพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับบทบาทของสิ่งแวดล้อม และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญยังคงไม่เป็นที่เปิดเผยเช่นกัน การนัดพบส่วนใหญ่ของคณะกรรมาธิการด้านกฎหมายและหลักการ เกิดขึ้นอย่างเป็นความลับ และองค์ประกอบดังกล่าวเป็นองค์ประกอบที่ทำให้การพิจารณาทางชีววิทยาและระบบนิเวศไม่ได้รับความสำคัญอย่างเพียงพอ

แม้จะมีข้อโต้แย้งเรื่องการปล้นสะดมที่ก้นทะเลของโลกอันไม่จำเป็นนี้ ISA ได้อนุมัติสัญญาเพื่อการสำรวจ 28 ฉบับในมหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 1.4 ล้านตารางกิโลเมตร สี่เท่าของประเทศเยอรมนีโดยประมาณ ให้กับบริษัทต่างๆอย่าง ลอคฮีท มาร์ติน

และในระหว่างนั้น มีการวางแผนไว้แล้วว่าจะมีการทดสอบเชิงพาณิชย์ครั้งแรกสำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในทะเลลึกเกิดขึ้นในน่านน้ำของประเทศปาปัวนิวกีนี บริษัท นอติลุสมินเนอรอล ของแคนาดาวางแผนที่จะสกัดแร่ซัลไฟด์ ที่อุดมไปด้วยทองแดง สังกะสี และทองคำ ที่ความลึกระหว่าง 1,500 ถึง 2,000 เมตร การดำเนินการเหมืองแร่ที่เรียกว่าโครงการโซลวารา มีกำหนดจะเริ่มต้นในช่วงต้นปี 2562

พันธมิตรขององค์กรไม่หวังผลกำไร ที่เกิดขึ้นจากชุมชนมากกว่า 20 แห่ง ในทะเลบิสมาร์กและทะเลโซโลมอน กำลังต่อสู้เพื่อหยุดโครงการนี้ ฝ่ายค้านในท้องถิ่นกำลังแข็งแกร่งขึ้น เพราะการโต้เถียงในเรื่องการขาดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการให้ความสนใจกับผลกระทบร้ายแรงที่สามารถเกิดขึ้นเพราะโครงการนี้ ในขณะที่ทางบริษัทกำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น

รัฐสภาสหภาพยุโรปได้ตกลงเมื่อเร็วๆนี้ ว่าด้วยมติเกี่ยวกับการกำกับดูแลมหาสมุทรนานาชาติ โดยเรียกร้องให้หยุดการดำเนินการเกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ใต้พื้นทะเลไว้ชั่วคราว

ด้วยความพยายามที่จะผลักดันให้หยุดการปล้นสะดมนี้ ผู้คนเกือบ 800,000 คนได้เรียกร้องต่อ ISA และสมาชิกให้เห็นด้วยกับการระงับไว้ชั่วคราวนี้

คุณสามารถเข้าร่วมกับพวกเขาได้ที่นี่

ในขณะที่ฝ่ายค้านกำลังรวมตัวกันขึ้น แม่แบบของเศรษฐกิจทางเลือกกำลังได้รับแรงสนับสนุนอย่างเพิ่มขึ้น รวมถึงผู้คนที่เริ่มตระหนักถึงสิ่งที่อยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น เราจึงต้องเร่งยืนหยัดเพื่อขัดขวางการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลลึกเชิงพาณิชย์ เพื่อประโยชน์ของมหาสมุทร ของดาวเคราะห์ดวงนี้ และของประชาชน ก่อนที่จะสายเกินไป

เซบาสเตียน โลซาดา ที่ปรึกษาด้านนโยบายเกี่ยวกับมหาสมุทรของ กรีนพีซสากล และ ปิแอร์ เทอราส นักรณรงค์ด้านมหาสมุทรของ กรีนพีซสากล

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านบทความต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่