“ไม่ใช่วันนี้ แล้วจะเป็นเมื่อไหร่

หากไม่ใช่เรา แล้วจะเป็นใคร”

นี่คือคำถามซึ่ง ศุ บุญเลี้ยง นักรัองนักแต่งเพลงหัวใจสิ่งแวดล้อม ฝากเอาไว้ในเพลง “นักรบ” ที่แต่งไว้ให้เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ของกรีนพีซ และทุกคนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิตัวเอง และได้ร่วมถ่ายทอดบทเพลงนี้ในงาน “Rainbow Warrior Ship Tour 2018 พลังงานหมุนเวียนเพื่อทุกคน” บนเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ที่มาจัดกิจกรรมที่จังหวัดสงขลา 

ศุ บุญเลี้ยง หรือพี่จุ้ย ศิลปินแนวเพลงฟังสบายที่เราคุ้นหูกันดี หลายต่อหลายเพลงของพี่จุ้ยนั้นสะท้อนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับทะเล ทำไมศิลปินคนหนึ่งจึงหันมาถ่ายทอดปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านทางบทเพลง วันนี้เรามาชวนพี่จุ้ยบอกเล่าถึงแรงบันดาลใจด้านสิ่งแวดล้อมกัน

แรงบันดาลใจในการทำอะไรสักอย่างเพื่อสิ่งแวดล้อมของคุณคืออะไร สำหรับพี่จุ้ยแล้ว ถึงแม้คำตอบจะฟังดูไม่เข้าท่าเท่าไรนัก แต่เพราะจุดเริ่มต้น คือความเห็นแก่ตัวและรักสบาย

“ผมเริ่มจากการเป็นคนที่เห็นแก่ตัว รักความสบาย รักการที่ได้อยู่ใกล้ทะเล ผมคิดว่าการได้เกิดเป็นมนุษย์นั้นมันดี แต่การเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้จะไม่ดีกับเรา การสนใจสิ่งแวดล้อมเป็นการเห็นแก่ตัวที่ถูกวิธี เป็นการพยายามเหนี่ยวรั้งและรักษาสภาพแวดล้อมซึ่งพอเหมาะกับการเป็นอยู่ของมนุษย์ จึงรู้สึกว่าต้องช่วยกันทำ” ศุ บุญเลี้ยง กล่าว

หลายต่อหลายเพลงอันสะท้อนถึงความรักซึ่งมีต่อท้องทะเล เขายังได้สอดแทรกทัศนคติว่า ปัญหาอันเร่งด่วนมากที่สุดของสิ่งแวดล้อมนั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาในพื้นที่นั้นที่เราอาศัยอยู่เป็นอย่างไร “คนที่อยู่ในห้องแอร์ อาจจะไม่ค่อยรับรู้ถึงวิกฤตโลกร้อน แต่ที่จริงแล้ว อากาศที่ร้อนขึ้นหนึ่งองศาไม่ได้กระเทือนแค่เรา แต่ไปถึงขั้วโลก ตอนนี้เรายังไม่รู้สึกถึงผลกระทบอะไรมากนัก แต่หากถึงวันที่เรารู้สึกถึงผลกระทบ วันนั้นมันสาหัสแล้ว วิธีที่จัดการง่ายที่สุด คือจัดการกับคนรอบตัวเรา มนุษย์เป็นสิ่งแวดล้อมชนิดหนึ่ง ถ้าเราเปลี่ยนตรงนี้ สภาพแวดล้อมก็จะดีขึ้น” ศุ บุญเลี้ยง เสริม

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับทะเลยังคงเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็นเนื่องจากถูกบดบังด้วยมวลน้ำสีครามที่ซุกซ่อนปัญหาเอาไว้ 

“สำหรับคนที่ไม่สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม ยิ่งควรจะต้องตระหนัก เพราะคนสนใจจะรู้ก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเกิดปัญหา เพราะขยะที่เราทิ้งจะย้อนกลับมาหาเรา สารพิษก็จะไหลกลับมาหาเรา หรือหากเราจะลุกขึ้นมา take action กับมันบ้างก็ดี เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมก็เหมือนอากาศ เพื่อนตด เราก็เหม็น ไม่ช้าก็เร็วเราต้องจัดการอยู่ดี เช่นนั้นแล้วควรจะจัดการก่อนดีกว่า” ศุ บุญเลี้ยง กล่าว

เพลงนักรบที่เขาแต่งขึ้นนั้น มาจากคำว่านักรบสายรุ้ง ซึ่งเป็นความหมายของชื่อเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ (Rainbow Warrior) โดยพี่จุ้ยได้กล่าวเป็นนิยามของเพลงนี้ว่า “การที่มนุษย์คนนึงประกาศว่าฉันจะรบแล้วนะ มันไม่น่ารัก แต่การที่เราจะรบ และรบเพื่อสายรุ้งนั้นคือการรบกับความไม่ถูกต้อง ความไม่เป็นธรรม เรารักสงบแต่ไม่ได้ยอมสยบ เพลงนี้จึงเป็นการให้กำลังใจคนที่ทำงาน และตัวเราเองด้วย”

มนุษย์ทุกคนนั้นมีความพิเศษในตัวเอง และนี่คือเหตุผลที่เขาเชื่อว่า ทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ “การกระทำ คำพูด ความคิด ทำสิ่งที่เราเชื่อ พูดในสิ่งที่เราศรัทธา สิ่งที่เราทำนอกจากจะส่งผลกับเราแล้ว ยังส่งผลต่อคนรอบตัวเรา ถ้าเราสร้างสรรค์เป็นบทเพลง เป็นวรรณกรรม ก็จะสร้างแรงกระเพื่อมและรับรู้ได้ มนุษย์มีความพิเศษในตนเอง ในความธรรมดามีความพิเศษ เขาเป็นแม่ธรรมดา แต่เป็นคนพิเศษของลูก เป็นครูธรรมดา แต่เป็นครูที่เลือกนิทานดีๆ มาเล่าให้เด็กฟัง ขึ้นอยู่กับว่าใช้อำนาจที่ไหน และใช้สิ่งที่เราเชื่อทำให้มีผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ถ้าเชื่อก็ทำไปเถอะ”

“ถ้าเราเชื่อสิ่งนี้ แล้วเราเผยแพร่ ทุกคนจะถูกระบบนิเวศโน้มน้าว การจะคัดง้างคนที่มีอำนาจ ต้องช่วยกันหลายแรง ทุกคนมีสิทธิปากเสีย มีสิทธิหาเรื่อง ถ้าเรื่องนั้นเข้ามาหาเรา เรามีสิทธิที่จะไม่เพิกเฉยและจัดการกับปัญหา”

ปากเสียในสิ่งที่เป็นสิทธิที่เราต้องทวงถาม และเห็นแก่ตัวเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อตัวเราเองและลูกหลานของเรา ทุกคนเป็นนักรบได้ เพียงแค่ลงมือปกป้องในสิ่งที่เรารัก


แม้ว่าแม่เคยสอน สอนให้รักสงบ
แต่แม่ไม่เคยสอน สอนให้ยอมสยบ
ฉันจึงเลือกเส้นทางของนักรบ แล้วมาพบเจอกัน

เมื่อเธอถูกทำร้าย รุกรานเกินจะทน
ก็ไม่มีเหตุผลที่จะทนนิ่งเฉย
พ่อเคยสอนให้รอ แต่อย่าช้าเกินเลย
เดี๋ยวจะสายเกินไป 

ไม่ใช่วันนี้แล้วจะเป็นเมื่อไหร่
หากไม่ใช่เราแล้วจะเป็นใคร
เสียงเรียกของหัวใจ
ให้ฉันก้าวไป บนวิถีทางใหม่

เรียกว่าเหล่านักรบ ไม่ชอบการทำร้าย
แต่มันคือความหมายผู้พิทักษ์โลกนี้
แม้จะเพียงหนึ่งแรง แต่จะทบทวี วันนี้จึงมาพบกัน

นักรบ -- ศุ บุญเลี้ยง


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่