ผมเติบโตในวงการถ่ายภาพผ่านคำพูดของโรเบิร์ต คาปา (Robert Capa) ช่างภาพที่ทำงานในแนวหน้าของสนารบ ที่ว่า "ถ้าภาพถ่ายของคุณยังไม่ดีพอ นั่นหมายความคุณยังไม่ใกล้ชิดกับสิ่งที่คุณจะถ่ายทอดมากพอ"

คำพูดง่ายๆ แต่ลึกซึ้งนี้ เหล่าช่างภาพต่างให้ความหมายที่แตกต่างออกไปในแบบฉบับของตนเอง เช่นเดียวกับการที่ภาพถ่ายที่ถูกนำมาใช้เป็นสื่อชนิดหนึ่ง ภาพถ่ายใบนั้นอาจมีความหมายเป็นพิเศษต่อช่างภาพ และต่อประชาชนทั่วไปในเวลาเดียวกัน ภาพถ่ายคือใบเบิกทางให้เกิดการถกเถียง และตีความ ซึ่งจำเป็นจะต้องเป็นภาพที่สะท้อนความจริงและความจริงใจของช่างภาพและสถานการณ์ที่ถ่ายทอด

ในช่วงศตวรรษที่ 19 การถ่ายภาพถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นประจักษ์พยาน มันถูกใช้ในการบันทึกสภาพตึกรามบ้านช่อง ความเป็นไปของสังคมในรูปของภาพถ่ายบุคคล ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเอกสารชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์ การถ่ายภาพจึงถือเป็นสื่อแรกในการเป็นประจักษ์พยานที่เป็นที่รู้จักในสมัยของเรา

เมื่อเวลาผ่านไปจนล่วงเลยเข้าสู่ช่วง 200 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นและยอมรับอานุภาพของภาพถ่ายที่ดีมากขึ้น เราได้เห็นภาพถ่ายที่ได้รับการยอมรับในฐานะหลักฐานทางคดีความต่าง ๆ และเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่รัฐบาลและประชาชนในการยืนหยัดและพร้อมต่อสู้ ภาพบางภาพทำให้เราตื้นตัน โกรธ และสร้างแรงผลักดันให้กับเราได้ในเวลาเดียวกัน

การถ่ายภาพจัดได้ว่าเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม เป็นสื่อกลางในการเปล่งเสียงไปสู่ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ภาษาและวัฒนธรรมในสังคม โดยเล่าผ่านภาษาที่ทุกคนสามารถเข้าใจร่วมกันได้

ภาพจำนวนหนึ่งด้านล่างนี้เป็นภาพประวัติศาสตร์ของกรีนพีซที่ได้ส่งต่อแรงบันดาลใจและสร้างแรงผลักดันให้แก่ผู้คนมากมายนับร้อยนับพันทั่วโลก

เหตุการณ์การตัดไม้ทำลายป่าในคาเมรูน (พ.ศ.2542) © Steve Morgan / Greenpeace

สภาพป่าที่ถูกทำลายเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน (พ.ศ. 2561) © Ulet Ifansasti / Greenpeace

เรือใหญ่ท่ามกลางแม่น้ำในแอมะซอนที่แห้งเหือดเนื่องจากภัยแล้งที่รุนแรงที่สุด © Daniel Beltrá / Greenpeace

วาฬที่ถูกลากไปพร้อมกับเรือ ในระหว่างเทศกาลล่าวาฬในประเทศญี่ปุ่น (พ.ศ. 2549) © Greenpeace / Kate Davison

กิจกรรมการหยุดการปล่อยสารเคมีลงแม่น้ำของนักกิจกรรมกรีนพีซ (พ.ศ. 2536) © Greenpeace / Michael Jackson


นกกระทุงที่ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมันรั่วไหลลงทะเล (พ.ศ. 2553) © Daniel Beltrá / Greenpeace

นักกิจกรรมกรีนพีซพร้อมกับอาสาท้องถิ่นร่วมกันทำความสะอาดชายหาดอ่าวพร้าว ของเกาะเสม็ดเนื่องจากการรั่วไหลของน้ำมัน (พ.ศ. 2556) © Roengrit Kongmuang / Greenpeace

เต่ากับเศษพลาสติก (พ.ศ. 2549) © Troy Mayne / Oceanic Imagery Publications

เด็กชาวยูเครน ในเมืองเชอร์โนบิลที่ได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีนิวเคลียร์หลังจากการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (พ.ศ. 2548) © Robert Knoth / Greenpeace

หมีขาวนั่งแช่ในลำธารน้ำแข็ง (พ.ศ. 2559) © Rasmus Törnqvist / Greenpeace

การประท้วงการวางท่อส่งน้ำมันในสหรัฐ (พ.ศ. 2560) © Richard Bluecloud Castaneda / Greenpeace


ชาวบ้านแสดงความดีใจหลังจากรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกการทำเหมืองถ่านหิน (พ.ศ. 2559) © Sudhanshu Malhotra/Greenpeace

ด้วยความสัตย์จริง เหล่าภาพถ่ายข้างต้นถือเป็นการทำหน้าที่บรรณาธิการที่สบายที่สุดในชีวิตผม เพราะภาพถ่ายส่วนใหญ่ได้ฝังอยู่ในสมองผมเรียบร้อยแล้ว แต่การต้องมาเลือกภาพให้ได้ 12 ภาพจากทั้งหมด 100 ภาพนั้นแหละที่ถือเป็นงานหินที่สุด

เราทุกคนต่างได้เห็นภาพที่น่ากลัวของเต่ากับพลาสติกในมหาสมุทร เช่นเดียวกับภาพเลือดวาฬที่ถูกฆ่า ภาพเหล่านี้ได้สร้างกระเพื่อมให้แก่คนหลายพันคนในการกระตุ้นและกดดันรัฐบาลในการออกนโยบายห้ามล่าวาฬขึ้น จากภาพถ่ายนกกระทุงติดอยู่บนน้ำมันรั่วไหลในอ่าวเม็กซิโกสู่การตัดไม้ทำลายป่าในอินโดนีเซีย ภาพอันน่าประทับใจของเหล่าผู้ประท้วงที่ยืนประจันหน้ากลุ่มตำรวจติดอาวุธที่บริเวณสแตนดิ้ง ร็อค (Standing Rock) และรอยยิ้มพิมพ์ใจแห่งความสุขและความสำเร็จของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีชัยเหนือบริษัทถ่านหินยักษ์ใหญ่ ภาพเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของการต่อสู้อันหลากหลายในการปกป้องสภาพซึ่งเรากำลังเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันทั่วโลก

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเคลื่อนไหวของเรา

หมายเหตุ

  • วันภาพถ่ายโลกตรงกับวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม

  • สุฮันชู มัลโฮตรา (Sudhanshu Malhotra) เป็นบรรณาธิการด้านมัลติมีเดียของกรีนพีซสากลประจำฮ่องกง สามารถติดตามเขาได้ที่ confusedtravelerr


บทความนี้แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่