เมื่อเดือนที่ผ่านมา Ma.D Club for Better Society จัดงาน Zero Waste Talk “Eco Living” โดยเชิญคนรุ่นใหม่ที่ออกแบบธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งของคนในชีวิตประจำวันมาร่วมพูดคุยกัน บุคคลเหล่านั้น ได้แก่ ชนินทร์ ศรีสุมะ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านค้าทางเลือกที่ไม่ต้องง้อพลาสติก “Refill Station ปั้มน้ำยา”, กรณิศ ตันอังสนากุล ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊คเพจ ReReef สนับสนุนการอนุรักษ์ปะการังและทะเลอย่างยั่งยืน, ธีระพงศ์ แสงลาภเจริญกิจ ผู้ร่วมตั้งกลุ่ม Ecopodug และทำร้าน Turtles’dudes หลอดเพื่อนเต่า และ TP Packaging Solution ธุรกิจเพื่อสังคมที่สร้างสรรค์วิธีการลดใช้โฟมได้จริง  

เราซึ่งเป็นอีกคนที่พยายามลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งได้มีโอกาสเข้าร่วมงานนี้ด้วย สิ่งแรกที่สร้างความประทับใจระคนประหลาดใจให้เราซึ่งทำงานในองค์กรสิ่งแวดล้อมก็คือ มีผู้คนมากมายหลากหลายวงการเข้าร่วมงานเยอะมาก และทุกคนลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างจริงจัง เราดีใจที่ได้เห็นคนในสังคมตื่นตัวกับประเด็นสิ่งแวดล้อมและสนใจที่จะหาวิธีการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน

เหล่านักแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเริ่มบทสนทนาด้วยแรงบันดาลใจของการริเริ่มธุรกิจว่า

“ร้านเราเริ่มจากการที่ผู้ก่อตั้งทั้งสามคนเป็นคนที่พกบรรจุภัณฑ์เพื่อลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งกันอยู่แล้ว พอเราได้เห็นโมเดล Refill Station ในต่างประเทศ เราก็อยากให้มีร้านแบบนี้ในไทยบ้าง แต่ก็ไม่เห็นสักที พอมันไม่มี ก็มีตัวเลือกแค่สองอย่างคือ ช่างมันไปเลย กับลองทำเองเลยแล้วกัน ซึ่งพวกเราเลือกอย่างหลัง เพราะเราอยากเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคที่อยากลดใช้พลาสติกได้เอาภาชนะมาใส่ เผื่อมันมีคนที่พร้อมจะเปลี่ยนไปกับเรา” ชนินทร์ ศรีสุมะ พูดถึงการก่อตั้งร้าน “Refill Station ปั้มน้ำยา”

“สำหรับ TP Packaging Solution เราขอออกตัวเลยว่าเราไม่ได้ทำบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะในสังคมมีผู้เล่นแบบนี้อยู่แล้ว เรามองไปที่ปัญหาลึกๆ มากกว่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น และมองหาวิธีแก้ปัญหา แล้วเราทำตัวเป็นตัวกลางระหว่างผู้ประกอบการและผู้จำหน่ายบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกโดยไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ทำยังไงให้คนเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม” ภัทรวุฒิ  เตชะเทวัญ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง TP Packaging Solution กล่าวถึงนิยามธุรกิจของพวกเขา

เครดิตภาพจาก Ma.D Club for Better Society

ภัฏ เตชะเทวัญ อีกหนึ่งผู้ก่อตั้งยังเล่าถึงการลงพื้นที่จริงเพื่อสำรวจตลาดของการใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกว่า “เราอยากเข้าใจว่าทำไมคนถึงใช้โฟม ปฏิกิริยาของแม่ค้าตอนเห็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นยังไง เราก็ลองเอง และได้เห็นการปฏิเสธที่รุนแรงมาก เพราะเป็นการเพิ่มต้นทุนให้เขา ผมเชื่อว่าโลกดีขึ้น ชีวิตคนต้องดีขึ้นด้วย ทำยังไงให้บรรจุภัณฑ์มีภาพลักษณ์ที่ดี ทำให้ชีวิตแม่ค้าดีขึ้น โดยการเข้าไปดูและศึกษาการใช้บรรจุภัณฑ์ของเขามากขึ้น”

“เราพยายามทำความเข้าใจพฤติกรรมแม่ค้าแล้วพลิกมุมคิด เช่น แม่ค้าผัดไทย เขาใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกแล้วลูกค้าบอกว่าอาหารไม่อร่อย ใส่โฟมอร่อยกว่า พอเราไปดูก็พบว่า เขาใช้กล่องชานอ้อยซึ่งดูดน้ำมัน อาหารเลยไม่อร่อย เพราะมันไม่มัน เราก็แนะนำให้เขาเปลี่ยนจากชานอ้อยไปใช้กระดาษย่อยสลายแทน มันก็แก้ปัญหานี้ได้”

ผลที่ได้จากการเข้าไปศึกษาชีวิตแม่ค้า นอกจากจะได้แก้ปัญหาเรื่องการใช้บรรจุภัณฑ์แล้ว TP Packaging Solution ยังได้เข้าไปแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ และประกันชีวิตของแม่ค้าให้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลได้อีกด้วย

“แนวคิดของการทำร้าน Turtles’dudes หลอดเพื่อนเต่า คืออยากหา solution ที่มัน eco ขึ้น ตอนนี้ก็ทำหลอดกระดาษ เพื่อคนบางกลุ่มที่ยังไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้หลอดใช้ซ้ำได้ อาจจะด้วยเหตุผลบางประการเช่นไม่สามารถหาที่ล้าง หรือความไม่มั่นใจของลูกค้า เราจึงอยากหาของทดแทนที่อาจจะดีกว่าหลอดพลาสติกเดิม” ธีระพงศ์ แสงลาภเจริญกิจ ผู้ร่วมตั้งกลุ่ม Ecopodug และทำร้าน Turtles’dudes หลอดเพื่อนเต่า กล่าวถึงจุดมุ่งหมายในการก่อตั้งร้าน

แม้ในตอนนี้ การลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งอาจจะยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนเล็กๆ เท่านั้น แต่นักแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมทุกคนต่างก็มั่นใจว่า วันหนึ่งพฤติกรรมนี้จะกลายเป็นเทรนด์กระแสหลักได้ “เราต้องเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยชินให้ได้ก่อน แล้วถึงค่อยพูดเรื่องการทำให้มันเป็นกระแสหลัก อีกประมาณ 50 ปี ขยะในทะเลจะมากกว่าปลาแล้วอ่ะ ฉะนั้นจะรอให้ถึงวันนั้นมันก็อาจจะสายไปแล้ว เราจึงต้องเริ่มเปลี่ยน พฤติกรรมที่เราเคยชิน เปลี่ยนแนวคิด แล้วกระจายสิ่งเหล่านี้ไปสู่คนรอบข้างเรา แล้วถึงค่อยมาพูดถึงเรื่องเทรนด์กระแสหลัก เพราะการเป็นเทรนด์กระแสหลักก็เริ่มจากคนๆ คนเดียวค่ะ” กรณิศ ตันอังสนากุล ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊คเพจ ReReef แสดงความคิดเห็นถึงการทำให้การลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งเป็นเรื่องที่ใครๆ ในสังคมก็ทำ

ด้าน TP Packaging Solution มั่นใจว่ายังไงเทรนด์ลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งก็เป็นกระแสหลักได้และเป็นได้ภายใน 4-5 ปีนี้เท่านั้น “ถ้าลูกค้าเรียกร้องให้ไม่ใช้ บริษัทใหญ่ๆ ก็ต้องปรับ และการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งก็ต้องลดลง”

“เรื่องภาพลักษณ์แบรนด์และการออกแบบผลิตภัณฑ์จะมีผลต่อยอดขายด้วย ทำให้ร้านต่างๆ ต้องเปลี่ยนจากโฟมมาใช้กระดาษมากขึ้น เพราะกระดาษของบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกจะทำให้แบรนด์ดูสวยขึ้น โฟมเลยลดความสำคัญลง ไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ ในอนาคตการลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งมันก็จะดีขึ้นเอง เรามีความหวังนะครับ”

‘ชุมชน’ เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่วิทยากรทุกท่านเชื่อว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนและผลักดันการรณรงค์ประเด็นนี้ได้เป็นอย่างดี “เราพยามสร้าง community ให้มันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เช่น สินค้าเฉพาะกลุ่มมากๆ อย่างถ้วยซิลิโคนสำหรับใส่ประจําเดือน เราเอาสิ่งนี้มาสอบถามในเพจ ทุกคนก็เอาข้อมูลมาแชร์กัน มันเป็นการแชร์ว่าสิ่งนี้มันดียังไงและพัฒนาคุณภาพชีวิตในปัจจุบันยังไง มันเกิดการกดดันทางอ้อมให้คนลองใช้ ก็เกิด community ขึ้นมา” ชนินทร์เล่าถึงการนำสินค้ารักษ์โลกมาพูดคุยกันในเพจ Refill Station

สำหรับเพจ ReReef ที่ผู้ก่อตั้งเป็นนักวิจัยทั้งสองท่าน เพจจึงจะเน้นให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคมากที่สุดโดยตั้งอยู่บนหลักความเป็นจริง และยังให้ความสำคัญกับเรื่อง ‘เครือข่าย’ อีกด้วย “เราให้ความสำคัญกับ ‘เครือข่าย’ มาก เมื่อตอนต้นปี เราทำเรื่องขบวนการลดหลอด เราทำโปสเตอร์มาแจกให้ร้านกาแฟหรือโฮลเทลที่เขาอยากได้โปสเตอร์นี้ไปแปะแทนการอธิบายให้ลูกค้า เพื่อง่ายต่อการสื่อสาร ตอนนี้ขบวนการลดหลอดมีประมาณ 50 ร้านทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนของ ‘เครือข่าย’ นี้กำลังจะพัฒนาไปอีกขั้น คือเรากำลังพัฒนาเรื่อง Plastic Footprint ของร้านกาแฟ จะทำเป็นมาตรฐานและมีเกณฑ์กำหนด อาทิ พื้นที่ร้าน มีแก้วรีฟิลไว้ให้ใช้ไหม ฯลฯ และจะให้ดาวด้วย เราทำตรงนี้มีเป้าหมาย 2 อย่าง คือ ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้และมีทางเลือกที่จะสนับสนุนร้านที่เขามองว่ามันกรีน อีกส่วนคือ คนทำดีต้องได้รับการชื่นชม เราอยากเป็นกำลังใจให้เขา และทำให้เขาได้สื่อสารว่าเขากำลังทำอะไรด้วย เราหวังว่า community นี้จะเกิดการแลกเปลี่ยนที่ดีในอนาคตค่ะ”

เครดิตภาพจาก Ma.D Club for Better Society

แนวคิดการทำงานหนึ่งที่คุณภัทรวุฒิแห่ง TP Packaging Solution แลกเปลี่ยนมาแล้วเราชอบมากคือเขาบอกว่า เขาพยายามลงไปกดดันผู้ผลิตให้ผลักดันสิ่งที่กรีนออกมาสู่ตลาดมากขึ้น โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้องเหนื่อยที่จะรับมัน ซึ่งเขาไม่ได้กดดันผู้บริโภค แต่หาวิธีทำให้ผู้บริโภครับได้อย่างสบายใจมากกว่า สำหรับเรา เราว่ามันคือการที่ทุกคนพยายามช่วยกันหาทางเลือกอื่นๆ ในการแก้ปัญหา นอกเหนือจากการกระตุ้นให้ตัวผู้บริโภคเองลดใช้พลาสติก

การได้เข้าร่วมงาน Ma.D Club for Better Society ในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้เราได้แรงบันดาลใจในเรื่องลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งจากคนธรรมดามากมายกลับไปแล้ว เรายังรู้สึกมีความหวังว่า ‘ขยะเหลือศูนย์’ มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นจริงได้ในอนาคต เราได้เห็นความพยายามหาเครื่องมือหลากหลายมาเพื่อแก้ปัญหาจากท่านวิทยากร เราได้เห็นองค์ความรู้ใหม่ๆ จากผู้เข้าร่วมงานหลายท่าน เหนือสิ่งอื่นใด เราได้เห็นว่า ‘ทุกคนเอาจริง’ และไม่ประนีประนอมต่อปัญหานี้ ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราว่าตัวเราเองทุกคนต้องลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ เราต้องลงมือทำ แล้วเราอาจจะได้เห็นว่ามีสัตว์ทะเลเสียชีวิตจากพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งน้อยลงหรือแทบไม่มีเลย

หมายเหตุ

  • ร้าน Turtles’dudes หลอดเพื่อนเต่า มีเพจ Ecopodug รวบรวมไอเดียรักษ์โลกเอาไว้ให้ไปกดติดตามกัน  

  • ReReef มีกลุ่ม Green Cafe And Hotel Network ที่ทุกคนเข้าไปแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่