ฉันยังจำสายตาสงสัยปนรำคาญใจของแม่ค้าแถวบ้าน ตอนฉันนำปิ่นโต 1 เถา 4 ชั้นไปใส่ก๋วยเตี๋ยวได้เป็นอย่างดี สายตาคู่นั้นทำให้ฉันหยุดนำภาชนะไปใส่ก๋วยเตี๋ยวเสียนาน

ต่อเมื่อมีข่าวเต่าทะเลตายและพบว่าในท้องเต็มไปด้วยถุงและหลอดพลาสติกก็เริ่มเกิดแรงบันดาลใจครั้งใหม่ คราวนี้ฉันเลือกร้านใหม่ที่แม่ค้าร่วมสมัยและเข้าใจดีว่าทำไมฉันจึงไม่อยากใช้ถุงพลาสติก...ก็ก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชาม หากแยกน้ำแยกเส้น แยกพริกป่น น้ำตาล และน้ำส้ม รวมถุงหิ้วก็ใช้ถุงที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งถึง 6 ใบนี่นา

“จะอะไรนักหนากับเต่าทะเล” บางคนตั้งคำถามด้วยความหงุดหงิด การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เคยชินทำให้พวกเขารำคาญใจ  

ฉันคิดว่าการเห็นการเดินทางของพลาสติกจะทำให้พวกเขาเห็นภาพชัดขึ้นว่าขยะพลาสติกที่เราทิ้งออกจากตัว มักจะย้อนกลับมาหาเราเสมอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

เต่ากระคาบพลาสติก ภาพนี้ถูกถ่ายได้ในบริเวณ ทะเลแดง ทางตอนใต้ของอียิปต์

ข้อมูลจากเครือข่ายวันเอิร์ธเดย์ในปีนี้ระบุว่ามีขยะถูกทิ้งในทะเลปีละ 8 ล้านเมตริกตัน ในจำนวนนี้ 236,000 ตันเป็นไมโครพลาสติกหรือพลาสติกขนาดเล็กกว่าเล็บมือของเรา ทุกหนึ่งนาทีจะมีขยะขนาดหนึ่งคันรถบรรทุกถูกทิ้งลงทะเล ผลลัพท์คือปัจจุบันมีขยะล่องลอยอยู่ในทะเลมากกว่าอาหารของสัตว์ทะเล เมื่อสัตว์แยกไม่ออกระหว่างพลาสติกกับอาหาร ดังนั้นเต่าทะเลที่ถูกจับได้บริเวณภูเขาขยะยักษ์ในมหาสมุทรแปซิฟิคจึงมีพลาสติกอยู่ในท้องถึง 74 % ของสิ่งที่กินเข้าไปและพบหลอดติดอยู่ที่บริเวณคอของเต่าด้วย ส่วนปลาจะกินพลาสติกขนาดเล็ก ซึ่งอาจมาจากไม้ปั่นหูหรือคอตตอนบัดของเรานั่นเอง แล้วเราก็กินเนื้อปลาเหล่านั้นอีกต่อหนึ่ง คนที่ไม่ได้อยู่ริมทะเลหรือชอบกินอาหารทะเลอาจยกไหล่แย้งว่า “ไม่กระทบฉัน” ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการสุ่มตรวจแหล่งน้ำดิบและน้ำประปาทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาทั่วโลกล้วนพบไมโครพลาสติกเกินมาตรฐานทั้งสิ้น

ขยะพลาสติกจึงไม่ใช่แค่เรื่องเต่าทะเล แต่เป็นเรื่องของมนุษย์และลูกหลานของเราโดยตรงเลยทีเดียว ลองคิดดูว่าคนรุ่นต่อไปจะมีชีวิตอยู่อย่างไรท่ามกลางขยะล้นพื้นโลกและเต็มผืนน้ำ

ฉันเชื่อว่ามนุษย์มีความกรุณาเป็นพื้นฐาน ข่าวภัยพิบัติต่อธรรมชาติ ผู้คน และสัตว์ล้วนเป็นโศกนาฎกรรมที่เห็นคราวใดก็มักเศร้าสลดใจ จึงมีคนที่อยากดูแลและให้ของขวัญแก่โลกที่ต้องการการเยียวยา พวกเขาไม่ใช่ฮีโร่หรือดารานักร้องเซเลบ แต่เป็นคนธรรมดาที่อยู่รอบตัวเรานี้เอง มิใช่เฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องมีชีวิตต่อไปอีกหลายสิบปี แต่คนทุกเพศทุกวัยล้วนห่วงใยโลกและอยากส่งต่อโลกที่งดงามให้คนรุ่นหลัง

อาสาสมัครกรีนพีซกำลังเก็บขยะในกิจกรรม Brand Audit บริเวณชายหาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี

ดังเมื่อเร็วๆ นี้ฉันได้พูดคุยกับผู้พิพากษาระดับอธิบดีวัยใกล้เกษียณ เขาเล่าว่าเขาแยกขยะแห้ง - เปียกมา 15 ปีแล้วและไม่รับเครื่องปรุงถุงเล็กๆ เพราะสร้างขยะมหาศาล ส่วนเพื่อนฉันอีกคนก็พกขวดน้ำดื่มติดตัวมาเกือบ 20 ปีแล้ว และยังมีคนรุ่นใหม่วัยมิลเลเนียลอีกไม่น้อยที่ยอมละทิ้งความสบายและยอมถูกมองเป็นตัวประหลาดด้วยการพกถุงผ้าขวดน้ำและภาชนะหลายใบเพื่อใส่ของใช้และอาหารแทนการใช้ถุงพลาสติก

ในคนที่ยังไม่เริ่มต้นให้ของขวัญแก่โลก อาจเป็นเพราะพวกเขายังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างชุมชน เพื่อที่จะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมสีเขียวที่เริ่มจากตัวเราไปสู่คนรอบข้าง อันจะก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนและความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ได้

ฉันเชื่อว่าขณะนี้แรงสั่นสะเทือนนั้นกำลังทำงานอยู่ ...อย่างน้อยแม่ค้าขายไข่ไก่ในตลาดสดแถวบ้านฉันก็รู้ว่าเหตุใดฉันจึงนำถุงผ้าบุฟอยล์ไปใส่ไข่ เธอชื่นชมฉันและแถมไข่ไก่ให้ 1 ฟอง

วันนี้คุณให้ของขวัญแก่โลกด้วยการลดการใช้ถุงและอุปกรณ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งหรือยัง


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่