เพราะเราได้กินอาหารที่ดีแล้ว เราก็อยากเผยแพร่แนวคิด “อาหารที่ดี” ให้กับคนอื่น

มาทำความรู้จักกับคุณฟี่ อนัฆ นวราช เจ้าของร้านอาหารสไตล์อินทรีย์ที่ทำงานร่วมกับ มูลนิธิสังคมสุขใจ แกนหลักในการขับเคลื่อนโครงการ สามพรานโมเดล พร้อมแนวคิดเกี่ยวกับอาหารอินทรีย์ที่ดีต่อใจ แถมยังดีต่อโลกของเราด้วย


เมนูก๋วยเตี๋ยวลุยสวนดอกไม้ที่มีกุหลาบเป็นส่วนประกอบ เป็นเอกลักษณ์ของร้าน Patom Organic Living

เพราะอยากมีผักผลไม้ที่ปลอดภัย จึงทำให้ทั้งครอบครัวสนใจเกษตรอินทรีย์

ทั้งคุณฟี่และพี่ชายมีความสนใจทางด้านสุขภาพและอยากมีผักผลไม้ที่ปลอดภัยไว้รับประทาน จึงเริ่มลงมือปลูกผักเองในพื้นที่ที่สวนสามพราน จังหวัดนครปฐม หลังจากนั้นคุณอรุษ นวราช พี่ชายก็ได้รวบรวมกลุ่มเกษตรกรและก่อตั้งมูลนิธิสังคมสุขใจเพื่อขับเคลื่อนโครงการและสนับสนุนให้เกษตรกรที่ใช้สารเคมีหันมาปลูกพืชผักอินทรีย์แทน ในระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมูลนิธิมีเกษตรกรในเครือข่าย 150 คน หรือประมาณ 12 กลุ่มในหลากหลายพื้นที่ เช่น ในจังหวัดกาญจนบุรี หรือป่าละอู อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น

ที่มาของแหล่งอาหารอินทรีย์รู้ที่มา “ปฐม”

เมื่อมีแหล่งผลิตเป็นต้นน้ำที่เริ่มแข็งแรงและมีผลิตผลที่ต่อเนื่องแล้ว ทางมูลนิธิจะช่วยในฝั่งของการตลาดให้เกษตรกรขายผลิตผลโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ดังนั้น มูลนิธิก็ควรจะมีปลายน้ำที่เป็นของตัวเอง จึงกลายมาเป็นร้านปฐม คุณฟี่คิดว่าเพราะมีวัตถุดิบที่ดีอยู่กับมือแล้วก็น่าจะแปรรูปหรือส่งให้ถึงมือคนในเมืองได้ด้วย

เพราะตัวคุณฟี่เองเห็นการทำงานของพี่ชายในฝั่งต้นน้ำ นั่นคือการช่วยกันผลักดันเครือข่ายเกษตรกรมาเรื่อยๆ  ปฐมจึงถูกริเริ่มขึ้นมาเพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก เข้าใจในสิ่งที่มูลนิธิสังคมสุขใจกำลังขับเคลื่อนอยู่และเป็นการต่อยอดธุรกิจจากพื้นที่ที่สวนสามพรานด้วย

อาหารอินทรีย์ ดีต่อใจ ดีต่อโลก

นิยามของคำว่าผักผลไม้อินทรีย์ในมุมมองของร้านปฐม คือวัตถุดิบในการปรุงอาหารต้องเป็นวัตถุดิบอินทรีย์ที่ผู้บริโภครู้ที่มาที่ไป ทั้งนี้มูลนิธิมีการตรวจสอบผักและผลไม้เหล่านี้ว่าถูกปลูกด้วยวิถีอินทรีย์หรือเปล่า  หากเรารู้จักคนปลูก เราก็ไว้ใจได้ว่าอาหารที่เรากินปลอดภัยจริง

“อาหารอินทรีย์ดีต่อใจตรงที่เราสบายใจว่าผักผลไม้เหล่านี้ไม่มีสารเคมีปนเปื้อนและดีต่อโลกของเราเพราะการเกษตรอินทรีย์ไม่ทำลายผืนดิน เพราะการเกษตรอินทรีย์เราต้องปรับสมดุลดินใหม่ไม่ให้มีสารเคมีตกค้าง ส่วนเนื้อสัตว์ก็มีกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงหมูแบบธรรมชาติไม่มีฮอร์โมนและกลุ่มประมงที่ไม่ใช้สารฟอร์มาลีน”

คุณฟี่ยังมองว่าเมนูอาหารไทย เป็นอาหารแห่งพืชผัก เพราะเรามีผักและสมุนไพรเป็นส่วนประกอบเยอะ อาจเป็นเพราะว่าประเทศเราสามารถปลูกผักได้หลากหลาย มูลนิธิสังคมสุขใจมีรายการผักอินทรีย์หลากหลายชนิดมาก เพียงแค่ผักบางชนิดอาจไม่ได้มีตลอดปี และเสน่ห์ของเมนูอาหารในร้านปฐม ก็คือไม่เน้นการทำอาหารแบบตามเทรนด์ แต่ร้านจะเอาเมนูอาหารโบราณมาดัดแปลง ใส่วัตถุดิบอินทรีย์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นชนิดของผักในเมนูเดียวกันอาจเปลี่ยนแปลงไปตามฤดู ยกตัวอย่างผักที่เป็นส่วนประกอบในก๋วยเตี๋ยวลุยสวนที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน ก็เป็นผักตามฤดูกาลเช่นกัน

คนทั่วไปจะเข้าถึงผักผลไม้อินทรีย์ได้อย่างไร

สำหรับใครที่อยู่ต่างจังหวัดสามารถติดต่อกลุ่มเกษตรกรวิถีอินทรีย์ได้โดยตรง หรือถ้าใครมีพื้นที่ก็สามารถปลูกเองผักผลไม้เองได้ เพราะการปลูกผักผลไม้แบบอินทรีย์ คุณฟี่เชื่อว่าไม่ยาก และมีต้นทุนที่ถูกกว่าการเกษตรแบบเคมีแน่นอน เพียงแค่ใส่ใจและความตั้งใจปลูก

ทิศทางและความท้าทายของอาหารอินทรีย์ในอนาคต

คุณฟี่มองว่าแนวโน้มการทำเกษตรอินทรีย์จะเพิ่มขึ้นแน่นอน เนื่องจากคนเริ่มรักสุขภาพมากขึ้น การบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญนอกจากการออกกำลังกาย แน่นอนว่าถ้าผู้บริโภคอยากรับประทานอาหารอินทรีย์ เกษตรกรก็ต้องผลิตอาหารตามความต้องการของผู้บริโภค

สำหรับความท้าทายของอาหารอินทรีย์ประกอบไปด้วย 3 ข้อ ความท้าทายข้อแรกคือ ความเข้าใจของคนทั่วไปที่ยังไม่ค่อยเข้าใจประเด็นของผักตามฤดูกาล การทำการเกษตรแบบอินทรีย์ทำให้เราไม่มีผักหรือผลไม้บางอย่างทั้งปี  ข้อสองคือการให้ความรู้กับคนทั่วไป ให้พวกเขาเข้าใจและร่วมกันผลักดันการเกษตรอินทรีย์ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับเราเหมือนกัน ข้อสามคือการค้นหาเกษตรกรผู้ผลิตที่มีใจที่จะปลูกผักผลไม้อินทรีย์


สุดท้ายแล้วเราก็ต้องย้อนมาที่จุดกำเนิดอาหารอินทรีย์ที่ดีกับเราและโลก นั่นคือการเษตรแบบอินทรีย์

เกษตรอินทรีย์เป็นศาสตร์ที่เรียบง่าย ไม่ทิ้งสารพิษปนเปื้อนในธรรมชาติและร่างกายของเรา ดังที่คุณฟี่ได้พูดคุยกับเราว่า เกษตรกรในเครือข่ายที่ปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกจากเคมีมาเป็นอินทรีย์พูดคุยกับมูลนิธิว่าแทบไม่ต้องฉีดอะไรเลย สวนอินทรีย์ไม่ได้เป็นพื้นที่เรียบๆแต่ดูเหมือนป่าขนาดย่อมมากกว่า ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเมื่อเราปลูกพืชผัก สมุนไพร รวมถึงผลไม้หลายชนิดผสมกัน ก็เหมือนกับการปรับสภาพพื้นดินให้กลับมามีความหลากหลายให้มากที่สุด และทำให้สวนสามารถหล่อเลี้ยงตัวเองได้โดยที่เราไม่ต้องเพิ่มเติมอะไร

 

 

 


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่