โลกกำลังจับตามองว่าทิศทางการแก้ไขและรับมือกับวิกฤตโลกร้อนระดับโลกจะเป็นเช่นไรในการประชุม COP21 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน - 11 ธันวาคม 2558 นี้ แต่ก่อนจะถึงวันนี้ลองมาทำความรู้จักกับ COP21 กันสักนิด ว่าการประชุมเจรจานี้มีความสำคัญอย่างไรกับการต่อกรและรับมือผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอนาคตของโลก

1. COP21 คืออะไร

COP21 หรือในชื่อเต็มคือ Conference of Parties การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 21 ซึ่งเป็นการเจรจาระหว่างผู้นำประเทศจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย มีผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน ทั้งจากภาคการเมือง ชุมชนทางวิทยาศาสตร์ และภาคประชาสังคม ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน - 11 ธันวาคม 2558 นี้ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

2. COP21 สำคัญอย่างไร

รายละเอียดสำคัญของการประชุมนี้ คือการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นจากวิกฤตโลกร้อน อาทิ ภัยแล้ง น้ำท่วม และพายุ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทางปฏิบัติหมายความว่าเป็นการเจรจาตกลงเพื่อให้นานาประเทศเห็นพ้องต้องกันในการกำหนดเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส (เมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม) เพื่อป้องกันภัยพิบัติร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แม้ขณะนี้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกได้เพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำกว่า 1 องศาเซลเซียล แต่ผลกระทบได้ปรากฎขึ้นอย่างชัดเจนในหลายประเทศแล้ว เช่น มีชาวคิริบาส ประเทศหมู่เกาะใกล้เส้นศูนย์สูตรในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในยุโรปจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้วจากภัยโลกร้อนที่เกิดขึ้นแล้วทั่วโลก การประชุม COP21 นี้ยังเน้นถึงข้อตกลงและความร่วมมือในการสนับสนุนประเทศและชุมชนที่ประสบภัยในการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

ในบางประเทศ รวมถึงประเทศหมู่เกาะขนาดเล็ก (The Alliance of Small Island States; AOSIS) มองว่าการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกที่ไม่มากไปกว่า 2 องศาเซลเซียสนั้นยังสูงเกินไป และเรียกร้องให้ข้อตกลงของการประชุม COP21 กำหนดให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกสูงขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิเฉลี่ยที่เราจะต้องเผชิญและเสี่ยงกับภัยพิบัติร้ายแรงหากสูงเกินไปกว่านี้ 

3. เราควรคาดหวังอะไรจากการเจรจาครั้งนี้

แน่นอนว่าในการประชุมเจรจาครั้งนี้เราหวังว่าจะเห็นการตกลงทางกฎหมายและนโยบาย ไม่ใช่เพียงการประกาศหรือคำมั่นสัญญาที่ไร้ข้อกำหนด แต่จะต้องมีพันธกรณีทางกฎหมายในระดับนานาชาติเพื่อให้แต่ละประเทศดำเนินการตามเจตนารมณ์ที่ได้ตั้งไว้

และในการไปถึงเป้าหมายนี้ นักการทูตของสหประชาชาติได้ขอความร่วมมือให้แต่ละประเทศได้เตรียมตัวก่อนการประชุม COP21 ในการนี้จึงมีการกำหนดเป้าหมายสนับสนุนในระดับประเทศอย่างมุ่งมั่น (Intended nationally determined contribution: INDC)  ซึ่งเป็นข้อตกลงสำหรับประเทศที่รับผิดชอบในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าร้อยละ 80 ได้วางเป้าหมายร่วมกันในการลดการปล่อยลงก่อนที่จะมีการประชุมเจรจา

อย่างไรก็ตามเจตจำนงนี้ยังไม่มีพันธกรณีทางกฎหมาย ยังคงเป็นเพียงแค่การชี้วัดความมุ่งมั่นของ 155  ประเทศ ที่ได้ยื่นเป้าหมายต่อ UNFCCC แต่หนึ่งในวัตถุประสงค์ของการประชุม COP คือการพยายามทำให้แต่ละประเทศนั้นทำข้อตกลงในระดับที่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย ที่กรุงปารีสนี้ 

แม้ว่าการกำหนดเป้าหมายสนับสนุนในระดับประเทศอย่างมุ่งมั่นไม่ได้ระบุถึงความพยายามจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้มากไปกว่า 2 องศาเซลเซียส (ตามการวิเคราะห์ของ UNFCCC) แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี เนื่องจากมีการระบุว่าประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด รวมถึงสหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป และอินเดีย ยินดีที่จะต่อกรกับวิกฤตโลกร้อน แต่สิ่งสำคัญคือจำเป็นต้องมีระบบในการตรวจสอบความคืบหน้าของการกำหนดเป้าหมายสนับสนุนในระดับประเทศอย่างมุ่งมั่น หลังจากการประชุมที่ปารีส ซี่งควรจะมีการตกลงกันในที่ประชุม

4. อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ทางการเมืองของแต่ละประเทศใช่ไหม

แน่นอนที่สุด แต่มุมมองทางการเมืองของหลายประเทศเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าในการประชุมหลายปีก่อนหน้านี้

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ ข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 กับการที่สองประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด และเป็นชาติมหาอำนาจของโลก แสดงความมุ่งมั่นในการถอยห่างจากการเสพติดเชื้อเพลิงฟอสซิล

ประธานาธิบดีโอบามาของสหรัฐฯ ได้ทำข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นสำคัญ ขณะที่กลุ่ม G7 แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร อิตาลี ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ได้ตกลงร่วมกันในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในช่วงศตวรรษนี้ และมุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2643 (ค.ศ.2100)

ในขณะเดียวกัน ประเทศต่างๆ ที่เคยเป็นอุปสรรคในการสร้างข้อตกลงร่วมกันเพื่อสนับสนุนการประชุมเจรจาที่ปารีส อาทิ จีน และอินเดีย ก็ต่างหันมาขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียนกันอย่างใหญ่โต (แม้ว่าอินเดียจะต้องการเพิ่มปริมาณการผลิตถ่านหินเป็นสองเท่าในปี 2563)

ส่วนด้านธุรกิจ ผู้นำธุรกิจยักษ์ใหญ่ระดับโลก 81 บริษัท ได้ตกลงสนับสนุนการประชุมเจรจาโลกร้อนที่ปารีส ขณะที่นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ได้ส่งสารให้นักลงทุนหันมาลงมือต่อกรกับปัญหาโลกร้อนด้วยการตักเตือนว่า จะต้องเผชิญกับการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหากยังไม่ปรับเปลี่ยน 

นอกจากนี้ หลายองค์กรและภาคประชาสังคมในประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังเตรียมผลักดันก่อนถึงวันประชุม COP21 เช่นกัน และคาดว่าจะมีพลังมวลชนนับแสนทุกมุมโลกออกมารวมตัวกัน (แม้ว่า แผนการขับเคลื่อนมวลชนในกรุงปารีสในช่วงการประชุมเจรจาไม่อาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด) นี่คือสัญญาณที่ดีแต่เรายังคงต้องตระหนักเสมอว่าแต่ละประเทศจะต้องมองหาข้อตกลงที่ดีที่สุดสำหรับตน

5. แล้วเราจะทำอย่างไรได้บ้าง

สิ่งสำคัญคือภาครัฐจะต้องรับรู้ว่าเราต้องการปฏิบัติการที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมในการต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนี่คือเหตุผลที่ผู้คนนับแสนจะออกมารณรงค์ทั่วโลกในวันที่ 29 พฤศจิกายน นี้ ดูกิจกรรมในเมืองต่างๆ ทั่วโลกได้ที่นี่

แม้ว่าเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ปารีสเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา กรมตำรวจของปารีสจะสั่งห้ามการเดินขบวนและกิจกรรมแสดงพลังที่ปารีส ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัย แต่ผู้จัดงานได้ฝากบอกไปถึงผู้คนทั่วโลกว่า ช่วงเวลานี้สำคัญอย่างมากที่ประชาชนทั่วโลกจะออกมาร่วมกันเดินรณรงค์บนท้องถนนให้กลายเป็น “การเดินรณรงค์เพื่อสภาพภูมิอากาศของโลกที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์” แทนผู้ที่ไม่สามารถออกมาเดินได้ ขณะนี้มี 2,312 กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นใน 150 ประเทศทั่วโลกระหว่างวันที่ 28-29 พฤศจิกายน นี้ เพื่อส่งเสียงให้ผู้นำที่ปารีสได้ยิน และให้แน่ใจว่าข้อตกลงที่จะเกิดขึ้นจะต้องมาจากเสียงของคนทั่วโลก ไม่ใช่แค่เพียงจากภาครัฐหรือนักการเมืองเท่านั้น ติดตามกิจกรรมได้ที่นี่

สำหรับประเทศไทยเองได้มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมของเยาวชน และกิจกรรมในจังหวัดพิษณุโลกของเครือข่าย Climate Action Network ประเทศไทย สามารถติดตามข้อมูลอัพเดตได้ที่นี่ การประชุม COP21 นี้เป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำจากประเทศต่างๆ จะมาร่วมกันสร้างข้อตกลงและดำเนินการเพื่อให้โลกของเรามีอนาคตที่ยั่งยืน แต่การต่อกรกับวิกฤตโลกร้อนนั้นไม่สามารถรู้ผลแพ้ชนะได้ภายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ การดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องคือข้อพิสูจน์ที่แท้จริง การต่อสู้ในครั้งนี้คือศึกระหว่างอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และการเดินหน้าพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หากผู้นำของโลกร่วมกันตกลงว่าจะเดินหน้าสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนเต็มร้อยภายในปี 2593 โลกของเราจะก้าวสู่ยุคพลังงานหมุนเวียนได้อย่างเต็มตัว เป็นโลกที่พลังงานเป็นเรื่องที่ปลอดภัยขึ้น สะอาดขึ้น ราคาถูกขึ้น และคนทุกหมู่เหล่าสามารถเข้าถึงได้ รวมถึงมีระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ มีอากาศและแหล่งน้ำที่สะอาดขึ้น อีกทั้งยังมีอุณหภูมิเฉลี่ยที่เหมาะสม เป็นโลกอันปลอดภัยที่เราส่งมอบให้กับลูกหลานได้อย่างมั่นใจ

ติดตามกิจกรรม Global Climate March ได้ที่นี่

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ประเทศอะไร หากต้องการเข้าร่วมเดินรณรงค์ด้วยแต่ไม่สามารถไปร่วมได้ สามารถเข้าร่วมได้ทางเว็บไซต์นี้ march4me.org

อ่านเพิ่มเติมว่าขั้นตอนของการประชุม COP21 จะเป็นอย่างไร ประเด็นในการประชุมครอบคลุมอะไรบ้าง