น้ำท่วม ภัยแล้ง พายุไต้ฝุ่น ฤดูหนาวที่หายไป และภัยพิบัติที่รุนแรง สิ่งเหล่านี้คือภัยคุกคามจากวิกฤตโลกร้อนที่คนไทยกำลังเผชิญ และนับวันจะยิ่งทวีความเลวร้ายหากไม่มีการดำเนินการอย่างถูกต้องในระดับนโยบายด้วยการร่วมมือของรัฐบาลจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก และนี่คือเหตุผลที่ประชาชนทั่วโลกออกมาแสดงพลังผลักดันกันในวันนี้ ส่งเสียงเรียกร้องถึงผู้นำในที่ประชุม COP21 เพื่อเจรจาให้บรรลุข้อตกลงใหม่ของโลกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ประชาขนต้องการร่วมกัน ไม่ใช่เพียงแค่ภาครัฐ

ก่อนที่การประชุม COP21 หรือ การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 ณ กรุงปารีส จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน - 11 ธันวาคม 2558 นี้ ภาคประชาโลกทั่วโลกได้ออกมารวมตัวกันในเมืองต่างๆ ทำกิจกรรมรณรงค์ Global Climate March นับพันกิจกรรม ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยเองก็เช่นกัน ผลกระทบจากวิกฤตโลกร้อนกำลังปรากฎอย่างชัดเจนในประเทศไทย ซึ่งอยู่ในภูมิภาคที่มีความเปราะบางมากที่สุดจากสภาวโลกร้อน เพียงแค่อุณหภูมิร้อนขึ้น ก็ส่งผลต่อฤดูกาล กระแสลม กระแสน้ำ การเพาะปลูกและผลผลิตทางการเกษตร นำไปสู่ความเสียหายทางผลผลิตการเกษตร เพราะโลกร้อนไม่ได้เป็นเพียงแค่อากาศที่ร้อนขึ้นเท่านั้น วิกฤตโลกร้อนยังส่งผลต่อความถี่ ความรุนแรง และระยะเวลาการเกิดภัยพิบัติในประเทศไทย ในวันนี้จังหวัดพิษณุโลกจึงเป็นหนึ่งในตัวแทนของเสียงจากชาวไทยส่งไปถึงผู้นำที่กำลังเตรียมเข้าประชุมที่ปารีส เดินหน้าสู่พลังงานหมุนเวียน 100% และสร้างโลกที่มีภูมิคุ้มกันและปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ภาคเหนือตอนล่างซึ่งมีความอ่อนไหวและเสี่ยงต่อภัยพิบัติหลายประเภท จังหวัดพิษณุโลก อู่ข้าวอู่น้ำสําคัญแห่งหนึ่งของไทย คือ หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมภัยแล้ง ดินโคลนถล่ม ซึ่งล้วนส่งผลต่อวิถีชีวิตของชุมชน วันนี้กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับ เทศบาลเมืองพิษณุโลก เครือข่ายจับตาโลกร้อน และ CAN ประเทศไทยได้ออกมาแสดงพลังส่งเสียงของตนไปถึงปารีส ด้วยการจัดแสดงภาพวาด 3 มิติ ขนาด 6 x 12 เมตร โดย MAUY ศิลปินผู้สร้างสรรค์ภาพ ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ จ.พิษณุโลก สะท้อนให้เห็นความรุนแรงของภัยแล้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อส่งเสียงเรียกร้องถึงผู้นำในที่ประชุม COP21 สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ต่อทิศทางการพัฒนาของโลกที่จะสามารถจัดการ และรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

“ผลกระทบจากโลกร้อนเกิดขึ้นแล้วและกำลังรุนแรงมากขึ้น ชุมชนต่างๆกำลังเสี่ยง รัฐบาลของแต่ละประเทศต้องเร่งสร้างสังคมที่ปราศจากฟอสซิล และสังคมที่มีภูมิคุ้มกันและปรับตัวได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากผลกระทบจากโลกร้อน รัฐบาลต้องตระหนักว่าการเดินหน้าใช้ฟอสซิล โดยเฉพาะถ่านหิน ถือเป็นความล้าหลัง และก่อให้เกิดหายนะอย่างใหญ่หลวงต่อระบบต่างๆ ในโลก และหลายชุมชนทั่วโลกที่มีความเปราะบางต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน และเทคโนโลยีเพื่อการปรับตัวได้ พลังงานหมุนเวียนเป็นทางแก้ปัญหาหลักเรื่องโลกร้อนที่ จะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังและเร่งด่วน ผู้นำที่ปารีสจะต้องรับฟังเสียงเรียกร้องของคนจากทั่วโลกที่กำลังเกิดขึ้น เราขอร่วมเรียกร้องให้คนจากทุกมุมโลกออกมาร่วมแสดงพลังกับเรา แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว” กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับ เทศบาลเมืองพิษณุโลก เครือข่ายจับตาโลกร้อน และ CAN ประเทศไทย ร่วมกล่าวในแถลงการณ์

นอกจากที่พิษณุโลกแล้ว ก่อนหน้านี้ในระหว่างวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา กลุ่มเยาวชนกรีนพีซร่วมกับ Assumption Debate Nation ได้จัดการแข่งขันโต้วาทีเป็นภาษาอังกฤษ ในประเด็นปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกิจกรรม "Environmental Debate Championship 2015" ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ เพื่อผลักดันให้ผู้นำโลกในการประชุม COP21 Paris จัดการกับปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจังและเร่งด่วน กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมระดับโลก climatestrike.net เยาวชนต่างๆ ได้ออกมาร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อปัญหาโลกร้อนและการจัดการของภาครัฐอย่างแข็งขัน โดยมีน้องๆ จากโรงเรียงต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และโรงเรียนปัญญารัตน์ เข้าร่วมถกปัญหาในครั้งนี้ 

ปี 2558 ที่กำลังจะจบลงนี้ เป็นปีที่ร้อนที่สุดที่เคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ และการที่ผู้คนร่วมแสนได้ออกมาเดินรณรงค์กันในกิจกรรม Global Climate March ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั้นเป็นสัญญาณที่ส่งไปถึงผู้นำระดับโลกที่การประชุม ณ ปารีสได้อย่างชัดเจน เมื่อประชาชนได้ออกก้าวเดินแล้ว พวกเราจะไม่มีวันหยุดจนกว่าภาครัฐจะรับฟังเสียงเรียกร้องของเราอย่างแท้จริง นี่คือการเรียกร้องระดับโลก เพื่อให้ภาครัฐหลุดพ้นจากพลังงานฟอสซิล ก้าวสู่ยุคพลังงานหมุนเวียน ก้าวไปพร้อมกับเสียงของประชาชน เพื่อสิ่งแวดล้อมและอนาคตสีเขียวที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน

คงไม่มีใครอยากอยู่ในโลกที่ขาดแคลนอาหาร อากาศไม่บริสุทธิ์ สภาพอากาศรุนแรง และเต็มไปด้วยภัยพิบัติอย่างแน่นอน