เรามาวันนี้เพราะเราเดือดร้อนจริงๆ ถ้าพวกเราไม่เกี่ยวก็ข้ามพวกเราได้เลย เหยียบพวกเราก็ยินดี เพื่อทรัพยากรของเราอยู่รอด ถ้าบอกว่าการศึกษาผลกระทบรายงาน EIA แบบนี้ถูกต้อง ผมว่าประเทศคงตายหมดทั้งประเทศ”อาหลี ชาญน้ำ นายกสมาคมคนรักเลกระบี่ กล่าวท่ามกลางฉากโศกนาฏกรรมของชาวกระบี่เกือบ 50 ร่าง

ราวสิบโมงเช้าวันนี้ บริเวณหน้าตึกสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  (สผ.) ได้กลายเป็นสถานที่จำลองการเกิดเหตุอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม หากคณะคชก. พิจารณาเห็นชอบ รายงาน EIA โครงการท่าเทียบเรือถ่านหินกระบี่

ศพ? ฉากโศกนาฏกรรมจากอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมจากถ่านหิน

ภาพของศพของคนร่วม  50 ร่าง นอนเรียงเรียงซ่อนสีหน้าความทุกข์ใจไว้ภายใต้ผ้าสีขาวบาง ปลายเท้าที่โผล่ออกมาภายนอกผ้ามีอักษรเขียนไว้ว่า “No Coal” บนฝ่าเท้าของทุกร่าง เดาได้ไม่ยากถึงสาเหตุที่คร่าชีวิตผู้คนเหล่านี้ .. “ถ่านหิน” ฉากที่แสนน่าสะเทือนใจนี้ปรากฎขึ้นที่สผ. ในช่วงเช้าที่ผ่านมา โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิตจริง แต่นี่เป็นการนอนประท้วงคว่ำบาตรของเครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหินประมาณ 50 คน จากอำเภอปกาสัย เกาะปู เกาะจำ เกาะลันตา ศรีบอยา จังหวัดกระบี่ เครือข่ายประชาชนพัฒนาเมืองเทพา จังหวัดสงขลา ที่กำลังถูกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินคุกคามเช่นกัน และสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย รวมถึงนักกิจกรรมกรีนพีซ ที่ร่วมคัดค้านกระบวนการ EIA โครงการท่าเทียบเรือคลองรั้วที่ฉ้อฉล เรียกร้องหยุดถ่านหิน ปฏิรูป E(H)IA โดยเร่งด่วน เพราะนี่คือภาพผลกระทบที่ชาวกระบี่จะได้รับ หากโรงไฟฟ้าถ่านหินถูกสร้างขึ้น 

เรากำลังเข้าสู่หายนะการพัฒนา รัฐบาลกำลังคิดอะไร ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือคนน้อยนิด แต่ได้รับผลกระทบทั้งประเทศ อารยะขัดขืนของเราเพื่อบอกรัฐบาลว่าถ่านหินคือความตาย และบอกสผ.ว่าให้ยกเลิกรายงาน EIA ฉบับฉ้อฉลนี้เสีย เพราะจะนำไปสู่หายนะของกระบี่และอันดามันรวมถึงภาคใต้โดยรวม หากเมื่อมีการปฏิรูประบบ EIA ค่อยมาพูดถึงกระบวนการนี้ แต่ในจังหวัดนี้ EIA คือเครื่องมือของการนำไปสู่โรงไฟฟ้าถ่านหิน ไม่ใช่เครื่องมือของการหาคำตอบว่าจะสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างไร รัฐบาลต้องสร้างความมั่นคงทางพลังงานด้วยพลังงานหมุนเวียนที่ชัดเจน เมื่อหยุดกระบวนการถ่านหิน เราจะลุกขึ้นมาปฏิรูปพลังงานด้วยกัน” เครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหินกล่าวแถลงการณ์

“การปกป้องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศ ที่ตั้งท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหินนี้ไม่เหมาะสมและมีโอกาสทำให้ทะเลปนเปื้อนจากสารเคมีและสารพิษจากถ่านหิน นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม และพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ที่มีความสำคัญระดับโลก การพัฒนาอะไรต้องมองเห็นคนตรงพื้นที่นั้น อีกทั้งยังไม่มีเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดใดที่สามารถลดตะกั่วและปรอทได้” รศ.ดร.เรณู เวชรัชต์พิมล ตัวแทนของเครือข่ายนักวิชาการ กล่าวในการแถลงการณ์

การแสดงท่านอนตายประท้วงคว่ำบาตร EIA  ผ่านไปเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมงอย่างสงบภายใต้การเฝ้าสังเกตการณ์ของตำรวจอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งเมื่อถึงเวลาประมาณ 13.30 น. ที่การพิจารณาของ คชก. จะเริ่มขึ้น พี่น้องเครือข่ายและนักวิชาการได้ขอเชิญคณะคชก. ลงมาเพื่อฟังเสียงเดือดร้อนจากปากพี่น้องชาวกระบี่โดยตรงซึ่งเสียงเหล่านี้ไม่เคยได้อยู่กระบวนการ EIA อย่างไม่ชอบธรรมที่ กฟผ. อ้างถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่ผ่านมา  

ทว่าทางเจ้าหน้าที่สผ.ไม่อนุญาต และกล่าวว่าไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติที่จะให้คชก.ลงมา แต่อนุญาตให้ขึ้นไปเพียง 3 คน โดยที่ไม่สามารถบันทึกภาพและเสียงใดๆ ทางเครือข่ายใช้เวลาขอร้องและเจรจาอยู่นาน ท้ายที่สุด รศ.ดร.เรณู เวชรัชต์พิมล กล่าวว่า “ขอพบเพียงแค่ให้พี่น้องกระบี่ที่เดินทางมาไกลได้พูดเพียงแค่ 10 นาที ต่อหน้า คชก ทุกท่าน มีกฏหมายข้อใดหรือที่ห้ามไม่ให้ประชาชนเข้าไปฟัง?” จนในที่สุดพวกเราทั้งหมดทุกคนได้จึงได้รับอนุญาตให้ได้ขึ้นไปในห้องพิจารณารายงาน EIA ต่อหน้า คชก ทุกท่าน

นับได้ว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การคัดค้านกระบวนการ EHIA ที่พวกเราทั้งหมดโดยพี่น้องกระบี่ร่วม 50 คน สามารถเข้าพบ คชก. ถึงห้องประชุม โดยต้องเดินขึ้นบันไดแถวเรียงหนึ่งเพื่อไปยังห้องประชุมบนชั้น 6  และเมื่อทุกคนเข้าไปในห้องประชุมแล้ว ตัวแทนกระบี่ก็ได้กล่าวขึ้นทั้งน้ำตา “ตรงนี้เป็นพื้นที่ทำมาหากินของพวกเรา เป็นตู้เอทีเอ็ม เป็นแหล่งส่งเสริมรายได้ของครอบครัว ถ้าถ่านหินเกิดขึ้นตรงนี้ แล้วจะมาจะทำมาหากินอะไร อยากขอทุกท่านว่า วันนี้เรามาด้วยความจริงใจพวกเราเดือดร้อน ขอให้ทุกท่านในที่นี้เอ็นดูชาวบ้าน เอ็นดูเด็กๆ พวกเราขอกราบ” เสียงนี้จบลงตรงหน้า คชก ทุกคนในเวลาจำกัด 10 นาที!

ความล้มเหลวขอกระบวนการ E(H)IA ในประเทศไทยได้ถูกตอกย้ำซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าและชัดเจนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ EIA ฉบับฉ้อฉล!กรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหินบ้านคลองรั้ว  ทำให้ก่อนหน้าสองสามวันที่ผ่านมานี้ ตัวแทนเครือข่ายปกป้องกระบี่ 5 คน จึงต้องเดินทางไปขอเข้าพบคณะคชก.ทั้ง 8 ท่านเพื่อฝากความหวังและอนาคตกระบี่เพื่อเป็นตัวแทนเสียงของประชาชนร่วมปกป้องกระบี่ในการประชุมวันนี้

จวบจนกระทั่งช่วงเวลา 17.00 น. นางปิยนันท์ โศภณคณาภรณ์ ผู้อำนวยการสผ. ได้ลงมาชี้แจงต่อชาวกระบี่ที่ยืนหยัดรอฟังผลการพิจารณา EIA ท่าเทียบเรือถ่านหินบ้านคลองรั้ว จ.กระบี่ มาตลอดทั้งวัน ว่าการพิจารณา EIA ในวันนี้ยังไม่แล้วเสร็จ ยังคงต้องใช้เวลา เนื่องจากคชก.แต่ละท่านให้ความเห็นในด้านต่างๆ ว่ายังมีประเด็นข้อบกพร่องต้องพิจารณาแก้ไขอยู่มากที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ต้องนำไปปรับแก้ โดยเฉพาะกรณีการขัดต่อกฎหมายพื้นที่แรมซ่าร์ไซต์ด้วยโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ รวมทั้งวิธีการก่อสร้างและมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ยังไม่มีความชัดเจน

อย่างน้อยในวันนี้ก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดไม่มีอยู่จริงในโลกนี้ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตไม่สามารถตอบโจทย์ได้ว่ามาตรการการบรรเทามลพิษสามารถทำได้จริง ทั้งคนกระบี่และคนเทพาที่มาในวันนี้จะไม่ยอมให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้น หลังจากนี้คงมีกระบวนการแก้ไขรายงาน EIA ไม่รู้ว่านานเท่าไร แต่สำหรับเราไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะในวันนี้เห็นได้ชัดแล้วว่ากฟผ.ไม่มีความชอบธรรม หลังจากนี้ผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องถอดแผนโรงไฟฟ้าถ่านหินออกจากแผนพีดีพี และปฏิรูประบบ EHIAตัวแทนเครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหินกล่าว

หลังจากผ่านการต่อสู้ในกระบวนการ EIA ที่ไม่ชอบธรรมมาอย่างยาวนาน ในที่สุดความชอบธรรมก็กลับคืนสู่ประชาชน แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ เนื่องจาก กระบวนการ E(H)IA ยังคงเป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความชอบธรรมในการทำโครงการโดยขาดกระบวนการการรับฟังประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าของโครงการและชุมชน แม้กระทั่งคนในชุมชนด้วยกันเอง สิ่งที่จะหยุดความขัดแย้งและไม่ยั่งยืนทางพลังงานได้ คือ การหยุดยุคถ่านหิน ปฏิรูป EHIA เพื่อหยุดยั้งอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นตามมา และคอยสร้างบาดแผลร้ายให้กับชุมชน

ขอขอบคุณทุกเสียงที่ร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องไปถึงคณะคชก. หลายพันเสียงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  และ ผู้ร่วมปกป้องกระบี่ทั้งหมดกว่า 47,000 จาก ProtectKrabi.org, HugKrabi.org และ Change.org ได้ถูกส่งมอบให้กับนางปิยนันท์ โศภณคณาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อแสดงถึงพลังจากประชาชนที่หวังให้สผ.และคณะคชก.เป็นตัวแทนปกป้องกระบี่จากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน

เพราะกระบี่คือสมบัติอันล้ำค่าของคนไทยทุกคน !