ในประเทศฟิลิปปินส์ International Institute of Rural Reconstruction หรือ IIRR องค์กรพัฒนาเอกชน ที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐบาลที่กำกับดูแลด้านการศึกษาระดับจังหวัด ได้ร่วมกันพัฒนาโครงการ Lighthouse school  เพื่อวิจัยและพัฒนาโภชนาการของเด็กนักเรียนชั้นประถมอย่างบูรณาการ โดยให้ความรู้ด้านโภชนาการกับครอบครัวและเด็กในโรงเรียน ส่งเสริมการทำแปลงผักพื้นบ้านแบบวิธีอินทรีย์ในโรงเรียนเพื่อนำมาเป็นอาหารกลางวัน และการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการในอาหารกลางวันที่มาจากแปลงผักพื้นบ้านที่ปลูกด้วยวิธีอินทรีย์ในโรงเรียน

58 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ Lighthouse school

ขณะนี้มี 58 โรงเรียนระดับประถมศึกษา จาก 5 จังหวัด คือ Cavite Laguna Batangas, Rizal และ Quezon ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งองค์ประกอบหลังของโครงการคือ การให้ความรู้ด้านโภชนาการ การทำสวนผักพื้นบ้านแบบอินทรีย์ และการจัดหาอาหารกลางวันที่ใช้วัตถุดิบจากแปลงผักภายในโรงเรียน โดยมีเงื่อนไขอยู่ว่าโรงเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการนี้นั้นจะต้องมีพื้นที่เพาะปลูกอยู่บ้าง และมีแสงแดดเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของพืช

ไม่ใช่แค่เพาะปลูกแต่ยังให้ความรู้ด้านโภชนาการด้วย

โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะต้องจัดการอบรมความรู้ด้านโภชนาการให้กับเด็กและผู้ปกครอง รวมทั้งจัดบอร์ดความรู้เรื่องโภชนาการของผักพื้นบ้านแต่ละชนิดว่ามีคุณค่าทางโภชนาการด้านใดบ้างเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถนำไปเป็นพื้นฐานความรู้ในการประกอบอาหารเองให้กับคนในครอบครัว

ภาพข้อมูลความรู้เกี่ยวกับผักพื้นบ้านของฟิลิปปินส์ที่มีปริมาณวิตามินเอสูงถูกติดไว้บนฝาผนังเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ และภาพความรู้ดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนในทุก ๆ เดือน  (ภาพโดย ©นิตา คงสุข)

ห้องเรียนในแปลงปลูกผัก

แปลงผักภายในโรงเรียนคือแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมนอกห้องเรียน ที่นักเรียนสามารถลงมือปฎิบัติและวัดผลเองได้จริง โดยทางโครงการ Lighthouse school จะมีการอบรมความรู้ให้กับครูในโรงเรียนเพื่อให้ครูนำความรู้ไปถ่ายทอดต่อให้นักเรียน ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การเลือกชนิดพันธุ์ของผักพื้นบ้านให้มีความหลากหลายและเหมาะสมตามฤดูกาล จนไปถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต การเก็บและรักษาเมล็ดพันธุ์เพื่อไว้ใช้ในการปลูกครั้งต่อไป

แปลงผักหลังการเก็บเกี่ยวก่อนที่จะมีการเตรียมดินเพื่อใช้ปลูกในครั้งต่อไป (ภาพโดย ©นิตา คงสุข)

ใบไม้สดจากพืชตระกูลถั่ว ถูกใช้เป็นวัสดุคลุมดินเพื่อเพิ่มปริมาณไนโตรเจน และรักษาความชื้นให้กับดินในแปลงผัก (ภาพโดย ©นิตา คงสุข)

ส่วนหนึ่งของแปลงผักภายในโรงเรียน  Kalubkob Elementary ที่เข้าร่วมโครงการ Lighthouse school (ภาพโดย ©นิตา คงสุข)

เมล็ดพันธุ์บางส่วนมาจะถูกนำมาผึ่งให้แห้งก่อนนำไปเก็บเพื่อใช้เพาะปลูกในฤดูกาลต่อไป  งานนี้จะทำในช่วงเช้าจนถึงช่วงสายของวัน เพราะแสงแดดที่แรงในช่วงเวลาเที่ยงอาจทำลายอัตราการงอกเมล็ด (ภาพโดย ©นิตา คงสุข)

 ธนาคารเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้าน ซึ่งครูและนักเรียนในโรงเรียน Kalubkob Elementary ร่วมกันจัดเก็บเพื่อใช้เพาะปลูกในครั้งต่อไป (ภาพโดย ©นิตา คงสุข)

อาหารกลางวันที่เปี่ยมคุณค่าและปลอดสารพิษ

ผักทั้งหมดที่ปลูกในโรงเรียนจะถูกมานำเป็นอาหารกลางวัน โดยทาง IIRR จะมีส่วนช่วยในเรื่องข้อมูลด้านของคุณค่าทางโภชนาการของเมนูอาหารที่จัดทำให้เด็กในโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีโภชนาการที่สมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงด้านโภชนาการและการทำเกษตรเข้าด้วยกัน

โครงการ Lighthouse school ยังช่วยลดความเสี่ยงอันตรายจากสารเคมีในผักให้กับเด็กในโรงเรียนได้ เพราะ

ใช้วิธีการปลูกแบบอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารพิษ รวมถึงการให้ความรู้ด้านโภชนาการผ่านชนิดพันธุ์ของผักพื้นบ้านที่อาจจะหายไปในอนาคต

มีโครงการดี ๆ แบบนี้ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย หนึ่งในนั้นก็คือโครงการ We Grow ของ Greenpeace ซึ่งใช้การทำแปลงผักเชิงนิเวศเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารในโรงเรียนสู่ความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับเยาวชนว่าเกษตรกรรมเชิงนิเวศคือทางออกให้กับปัญหาหลายอย่างจากการเกษตรในปัจจุบัน และทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของทางออกนี้ได้


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่