เราอาจรู้จักชื่อเสียงของกระบี่ในฐานะที่เป็นมรกตแห่งอันดามัน สรวงสวรรค์แห่งการท่องเที่ยวทางทะเล แต่นอกจะทะเลอันสวยงามแล้ว ธรรมชาติยังรังสรรค์อีกหนึ่งอัญมณีที่บริสุทธิ์งดงามและหาได้ยากบนโลกนี้ นั่นก็คือพื้นที่แรมซาร์ไซต์ หรือพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่อันแสนอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเสมือนปอด เป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า สัตว์น้ำ และนกนานาชนิดซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก แต่น่าเสียดายที่การขนส่งถ่านหิน และโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ป่าชายเลน หาดเลน หญ้าทะเลผืนใหญ่ และสุสานหอย 75 ล้านปีที่เป็นหนึ่งเดียวในภูมิภาคนี้

แล้วแรมซาร์ไซต์คืออะไร และแรมซาร์ไซต์ของกระบี่สำคัญอย่างไร?

พื้นที่แรมซาร์ไซต์ (Ramsar Sites) หมายถึง พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งอนุสัญญาแรมซาร์ เพื่อการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยที่เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และยับยั้งการสูญหายของพื้นที่ชุ่มน้ำในโลกซึ่งจะต้องมีการจัดการเพื่อใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด โดยลักษณะของพื้นที่ชุ่มน้ำนั้นคือ  พื้นที่ลุ่มชื้นแฉะพื้นที่ฉ่ำน้ำ มีน้ำท่วมขัง พื้นที่พรุ ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล ทั้งที่เป็นน้ำจืดและน้ำเค็ม รวมไปถึงพื้นที่ชายฝั่งทะเล มีความสำคัญต่อระบบนิเวศเพราะแหล่งเก็บกักน้ำ ป้องกันน้ำเค็มมิให้รุกเข้ามาในแผ่นดิน ป้องกันชายฝั่งพังทลาย ดักจับตะกอนและแร่ธาตุ ดักจับสารพิษ เป็นแหล่งรวมสายพันธุ์พืชและสัตว์

สำหรับกระบี่ พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ตั้งอยู่ในพื้นที่สองอำเภอ คือ อำเภอเมือง และอำเภอเหนือคลอง ซึ่งเป็นบริเวณพิกัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินพอดี เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทลุ่ม ที่ราบชายฝั่งทะเลที่น้ำทะเลขึ้นถึง ด้วยสภาพภูมิประเทศแบบเขตร้อน และช่วงเวลาน้ำขึ้นน้ำลงปานกลางนี่เองทำให้เกิดป่าชายเลนและแหล่งหญ้าทะเล หญ้าทะเลผืนนี้ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของประเทศ เป็นแหล่งอนุบาลตัวอ่อน ที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์น้ำเศรษฐกิจ รวมถึงเต่าทะเล และพะยูน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ หรือมลพิษบนผืนดิน หญ้าทะเลจะเป็นระบบนิเวศแรกที่ได้รับผลกระทบ ประชากรของเต่าทะเลและพะยูนกำลังลดลงเรื่อยๆ และหากปราศจากหญ้าทะเลที่อุดมสมบูรณ์แล้วย่อมส่งผลกระทบต่อทุกสรรพชีวิตในระบบนิเวศทางทะเลแน่นอน

นอกจากแหล่งหญ้าทะเลและป่าชายเลนแล้ว พื้นที่ชุ่มน้ำของกระบี่ยังประกอบด้วยที่ราบหาดทรายน้ำขึ้นถึงและพื้นที่พักอาศัยของนก ป่าพรุชายฝั่ง เทือกเขาหินปูน และสุสานหอย 75 ล้านปี ซึ่งเป็นสุสานหอยอายุหลายสิบล้านปีที่มีเพียง 3 แห่งในโลก ป่าชายเลนเป็นเสมือนปอดที่สร้างลมหายใจให้กับกระบี่ ทำหน้าที่ในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศทั้งหมด ทั้งคุณภาพน้ำและอากาศ นอกจากจะเป็นบ้านและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำแล้ว พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกที่สำคัญกว่า 100 สายพันธุ์อีกด้วย โดยมีนกที่ใกล้สูญพันธุ์ อย่าง นกยางจีน นกหัวโตมลายู (นกหัวโตชนิดเดียวที่อาศัยประจำถิ่นในไทย) นกโจรสลัดเกาะคริสต์มาส นกฟินฟุท (หลงเหลือเพียงไม่เกิน 2,500-9,900 ตัวทั่วโลก) และนกทะเลขาเขียวลายจุด (ที่มีเพียงไม่ถึง 1 พันตัวทั่วโลก) รวมถึงโดยมีนกออก หรือนกอินทรีทะเลท้องขาว นกประจำเมืองกระบี่นี้กำลังถูกคุกคาม จนอาจเหลือเพียงแค่ตำนานของกระบี่

ไม่ใช่เพียงแค่นกเท่านั้นที่พึ่งพาความอุดมสมบูรณ์ของแรมซาร์ไซต์แห่งกระบี่ แต่ยังมีสัตว์ที่เหลือจำนวนน้อยบนโลกใบนี้ อย่าง วาฬแกลบ วาฬหัวทุย วาฬเพชรฆาต โลมาปากขวด โลมาหัวบาตรหลังเรียบ เต่าตนุ เต่ากระ และที่สำคัญคือ พะยูน เส้นทางเดินเรือขนส่งถ่านหินนั้นอยู่ใกล้กับเกาะศรีบอยา อันเป็นพื้นที่หญ้าทะเลขนาดใหญ่ และเป็นบ้านของฝูงปลาพะยูนประมาณ 15 ตัว มากเป็นอันดับสองของไทย พะยูนชอบอาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งน้ำตื้นที่มีความลึกไม่เกิน 3-5 เมตร และไม่ไกลจากแหล่งหญ้าทะเล บ้างอาจพบในคลองน้ำกร่อยของป่าชายเลน หากปราศจากพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ที่อุดมสมบูรณ์แล้วย่อมส่งผลกระทบต่อทุกสรรพชีวิตในระบบนิเวศทางทะเลแน่นอน

จุดเปลี่ยนที่สำคัญหากเกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเรือขนส่งถ่านหินที่กระบี่ คือ เราจะสูญเสียพื้นที่แรมซาร์ไซต์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนั่นหมายถึงการส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ประมง บ้านของพะยูนที่ใกล้สูญพันธ์ นกนานาชนิด การสร้างท่าเรือถ่านหินจะเป็นต้องลอกร่องน้ำเพื่อให้เรือสามารถจอดได้ ซึ่งมีผลต่อป่าชายเลนและหญ้าทะเลอย่างแน่นอน และอาจหลุดจากการเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาแรมซาร์ ดังที่กล่าวไว้ตามข้อตกลงต่อไปนี้ 

  • อนุสัญญาแรมซาร์เป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ส่งเสริมให้ประเทศต่าง ๆ มีการอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของชุมชน
  • มีการป้องกันการเสื่อมเสียสภาพของพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยเฉพาะที่ขึ้นทะเบียนไว้โดยมีการติดตามตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
  • พื้นที่ชุ่มน้ำใดทีได้รับการเสนอเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศแล้ว ต่อมามีความจำเป็น ภาคีสามารถเพิกถอนออกจากทำเนียบหรือจำกัดขอบเขตใหม่ได้ แต่ทั้งนี้ต้องเสนอพื้นที่อื่นทดแทนด้วย
  • ภาคีในอนุสัญญาแรมซาร์จำเป็นต้องแจ้งโดยเร็วที่สุดหากองค์ประกอบทางระบบนิเวศใดในอาณาเขตของพื้นที่ชุ่มน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงเสื่อมโทรม หรือมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงเสื่อมโทรม อันเป็นผลจากการพัฒนาทางเทคโนโลยี มลพิษ หรือกิจกรรมของมนุษย์อื่นๆ 

ถึงแม้การยื่นถอดถอนออกจากแรมซาร์ไซต์จะขึ้นอยู่กับประเทศนั้น และตามข้อตกลงแล้ว "สามารถเพิกถอนออกจากทำเนียบหรือจำกัดขอบเขตใหม่ได้ แต่ทั้งนี้ต้องเสนอพื้นที่อื่นทดแทนด้วย" แต่สำหรับกระบี่และชาวไทยทุกคนแล้ว พื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่เป็นพื้นที่เฉพาะที่ไม่สามารถหาพื้นที่ใดบนโลกนี้ทดแทนได้ ด้วยความหลากหลายทางระบบนิเวศที่เฉพาะตัว และมีความเปราะบาง โดยอย่างยิ่งหากปราศจากความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งนี้ พะยูนจะมีโอกาสรอดชีวิตน้อยเพียงใด

"กระบี่ไม่เหมาะสมกับการมีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสารพิษตกค้าง เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ หน่วยงานรัฐอย่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควรมีท่าทีเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่เกี่ยวข้องกับแรมซาร์ไซต์ก่อนบทบาทการพิจารณารายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ควรขอความเห็นจากกรรมการแรมซาร์ก่อนในเชิงนโยบายถึงความจำเป็นของโรงไฟฟ้าถ่านหินแทนที่จะพิจารณาการศึกษาผลกระทบ และควรตัดสินใจว่าจะเลือกอะไร ซึ่งอดีตเลขาธิการอนุสัญญาแรมซาร์ ได้รับข้อร้องเรียนของกรีนพีซและเครือข่าย ลงมาดูพื้นที่เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา และยืนยันว่าหากมีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เกิดขึ้น จะไม่มีมาตรการใดที่สามารถเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ และไม่สมควรมีโรงไฟฟ้าในเขตแรมซาร์ไซต์" นาย หาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย) แสดงความคิดเห็นถึงมาตรการพิจารณาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ "ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายของไทยควรหันกลับมาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงประกาศเป็นแรมซาร์ไซต์แล้วไม่สนใจว่าจะเกิดโครงการอะไรขึ้น และโครงการเหล่านี้ไม่มีมาตรการดูแลอย่างแท้จริง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาเราก็ได้เห็นแล้วว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินไม่ว่าจะดูแลผลกระทบแค่ไหนก็ไม่สามารถป้องกันได้"

น่าเสียดายหากพะยูนแฝดคู่แรกที่ทะเลกระบี่จะต้องไร้บ้านและอาหาร น่าเสียดายความอุดมสมบูรณ์ในท้องทะเลและปลาเศรษฐกิจจะหายไป น่าเสียดายที่ชาวประมงจะไร้อาชีพ น่าเสียดายหากชาวกระบี่สุขภาพแย่ลง และน่าเสียดายหากลูกหลานของเราจะรู้จักความสวยงามของกระบี่แค่เพียงในตำนาน

ร่วมปกป้องกระบี่ และพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ที่ ProtectKrabi.org

อ้างอิงข้อมูลจาก: สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. 2549. ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำจังหวัดกระบี่. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ. 88 หน้า