หลังจากหลายปีของการชุมนุมทั่วโลกโดยพลังประชาชนกำลังพลิกกระแสการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลให้เปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด คำถามที่สำคัญคือพลังอำนาจระดับโลกและผู้นำอุตสาหกรรมจะสามารถทำได้หรือไม่?

คำถามข้างต้นเป็นคำถามเดียวกันที่เราถาม Samsung หลังจากที่ Samsung ได้ประกาศว่าจะปล่อยแผนการด้านพลังงานที่จะพัฒนาการใช้พลังงานหมุนเวียน ร้อยละ 1 ของพลังงานที่ใช้ผลิตภายในเดือนสิงหาคมปีหน้า แต่นับจากที่ประกาศมาจนถึงปัจจุบัน Samsung ยังไม่ไม่มีอะไรออกมาให้เห็นนอกจากคำประกาศของแผนการที่ใช้เวลานานถึง 8 เดือน

แปดเดือนในโลกของการแข่งขันที่จะหยุดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายนั้นยาวนานเกินไป ดูๆแล้ว #DoBiggerThings ที่ Samsung ใช้ อาจจะฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่

ฟาร์มพลังงานลมที่ได้จากกังหันลมในจังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น

ความล่าช้าของ Samsung กำลังแสดงภาพของบริษัทที่แตกต่างจากที่เราเห็นตามโฆษณาและการสัมภาษณ์ตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฉายา ผู้นำในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ผู้นำด้านเทคโนโลยีที่จับตัวได้ยาก หรือคำพูดที่ว่า “โลกของเราต้องมาก่อน” เมื่อกำไรและชื่อเสียงของ Samsung และผู้ถือหุ้นที่อยู่ในช่วงขาลงตอนที่ โทรศัพท์ Note7 เกิดระเบิด การเรียกคืนสินค้าไม่ได้ใช้เวลาถึง 8 เดือน (แต่ Samsung ก็ยังต้องให้กรีนพีซตักเตือนว่าอย่าทิ้งสินค้าให้กลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์แต่ให้นำไปรีไซเคิล)

เรายังมีความหวัง

สิ่งที่น่าสนใจคือไม่มีช่วงเวลาไหนดีไปกว่าที่จะให้ประเทศเกาหลีใต้ผู้ผลิต Samsung นำพลังงานหมุนเวียนเข้ามาใช้ในการผลิต ล่าสุดเกาหลีใต้ ประเทศที่อยู่ในลำดับที่ 7 ของประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก ได้ก้าวข้ามไปอีกขั้นในการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงานหลังจากรัฐบาลได้ประกาศที่จะขยายพลังงานหมุนเวียนให้ได้ร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2573

เนื่องจาก Samsung เป็นผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ หมายความว่า Samsung เองจะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกาหลีใต้เปลี่ยนจากประเทศที่ล้าหลังเป็นผู้นำในการป้องกันการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพการจัดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว และคณะกรรมการของการจัดโอลิมปิกฤดูหนาวได้ให้คำมั่นว่าจะใช้พลังพลังงานหมุนเวียนในการจัดการแข่งขันทั้งหมด ขณะที่ Samsung ผู้สนับสนุนหลักยังคงใช้พลังงานฟอสซิลและใช้พลังงานหมุนเวียนเพียงแค่ร้อยละ 1 เท่านั้น

จากการสำรวจที่เราได้จัดทำขึ้นในเกาหลีใต้ เราทราบมาว่าผู้คนถึงร้อยละ 85 ของชาวเกาหลีใต้หวังที่จะเห็นบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung ควรตั้งเป้าหมายในการใช้พลังงานหมุนเวียนให้ได้เต็มร้อย

ประชาชนหลายล้านคนออกมาพูดว่าเราต้องหยุดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รัฐบาลเกาหลีใต้ คณะกรรมการกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 117 บริษัทใหญ่ระดับโลก ประเทศใหญ่ๆ อย่างเยอรมนี และอินเดีย แม้แต่ Apple ที่เป็นคู่แข่งของ Samsung ยังตอบรับการใช้พลังงานหมุนเวียน

โลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆกับ Samsung แต่ถ้าหาก Samsung ไม่ยอมเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิต Samsung อาจจะถูกจดจำในประวัติศาสตร์คนละหน้ากระดาษก็เป็นได้

มรดกที่จะถูกสืบทอด

ในช่วงต้นเดือนธันวาคม ผู้นำของบริษัท Samsung จะมีการหารือกันในกรุงโซล หากพวกเขาต้องการให้ Samsung ถูกบริหารโดยคนรุ่นใหม่ พวกเขาควรที่จะตัดสินใจตั้งแต่ตอนนี้ว่าจะเลือกใช้ พลังงานฟอสซิล หรือ พลังงานหมุนเวียน

ร่วมส่งเสียงของคุณและช่วยพวกเราบอกให้ Samsung ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิต ได้ที่นี่

Insung Lee ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านเทคโนโลยี กรีนพีซตะวันออก สำนักงานกรุงโซล

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่