ภายในหนึ่งสัปดาห์ สองซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ของสหราชอาณาจักรได้ออกมาแสดงจุดยืนว่า ผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าบรรจุกระป๋องที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตของตนจะต้องไม่ใช่ปลาทูน่าที่มาจากการประมงแบบทำลายล้าง ถึงเวลาแล้วที่ไทยยูเนี่ยนต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงให้อุตสาหกรรมปลาทูน่าทำการประมงอย่างยั่งยืนแทนการโหมโฆษณาสร้างภาพลักษณ์ของตน

หลังจากที่คนในสหราชอาณาจักรกว่า 40,000 คน ได้อีเมลถึงประธานบริหารของ Waitrose

เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา Waitrose ประกาศว่า ภายในสิ้นปีนี้ผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าบรรจุกระป๋องที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตจะต้องมาจากการประมงอย่างยั่งยืนเท่านั้น นั่นหมายถึงจะต้องมีฉลากของ Marine Stewardship Council (MSC) ซึ่งรับรองสินค้าประมงที่ผลิตอย่างยั่งยืน (Certified Sustainable Seafood) ตั้งแต่ขั้นตอนการทำประมงจนถึงผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายก่อนถึงมือผู้บริโภค หรือด้วยการประมงโดยใช้เบ็ดตวัดเท่านั้น การประกาศของ Waitrose ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากบริษัท Tesco ประกาศยกเลิกแบรนด์ John West ผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าบรรจุกระป๋องของไทยยูเนี่ยนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

บริษัทไทยยูเนี่ยน เป็นเจ้าของแบรนด์ใหญ่ๆ ที่วางขายอยู่ทั่วโลก เช่น จอห์น เวสต์ (ขายในอังกฤษและ เนเธอร์แลนด์) ชิคเก้น ออฟ เดอะ ซี (ขายในสหรัฐฯ) เปอติ นาวีร์ (ขายในฝรั่งเศส) มาเรบลู (ขายในอิตาลี) และ ซีเล็ค ทูน่า (ขายในประเทศไทย) โดยที่ห่วงโซ่อุปทานของไทยยูเนี่ยนยังคงเชื่อมโยงกับการทำประมงทูน่าแบบทำลายล้างที่คุกคามต่อชีวิตสัตว์ทะเล รวมทั้ง ฉลาม และปลาทูน่า ที่ยังไม่โตเต็มวัย รวมถึงทำให้ประชากรทูน่าที่ยังเหลืออยู่ในมหาสมุทรอินเดีย เช่น ปลาทูน่าครีบเหลือง อยู่ในความเสี่ยงต่อหายนะจากการทำประมงเกินขนาด

ขณะนี้แบรนด์ทูน่ากระป๋องของ Tesco เองได้แบนอุปกรณ์ล่อปลา (Fish Aggregating Devices (FADs) เนื่องจากเป็นการประมงที่ทำร้ายทะเล โดยเฉพาะสัตว์น้ำอย่างฉลาม และได้หันมาใช้วิธีประมงด้วยเบ็ดตวัดแทนแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่า Tesco มุ่งอยากให้แบรนด์อื่น ๆ ที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตของตนไม่ทำร้ายทะเลด้วยเช่นกัน

“การที่ Waitrose และ Tesco ประกาศยกเลิกการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าบรรจุกระป๋องจอห์น เวสต์จากไทยยูเนี่ยนหากยังไม่ยุติการทำประมงแบบทำลายล้างนั้น ทำให้จอห์น เวสต์ ต้องสูญเสียเป็นมูลค่าหลายล้านปอนด์เพียงแค่เพราะไทยยูเนี่ยนไม่สามารถทำประมงที่ยั่งยืนดังที่ได้แสดงเจตนารมณ์อวดอ้างไว้” Hélène Bourges ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ สหราชอาณาจักร กล่าว

ตลาดผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าบรรจุกระป๋องของสหราชอาณาจักรนั้นมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก และการแสดงเจตนารมณ์ของสองซูเปอร์มาร์เก็ตนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นและการก้าวกระโดดครั้งสำคัญสู่อุตสาหกรรมปลาทูน่าที่ยั่งยืนของโลกก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามนี่คือการส่งสัญญาณเตือนถึงอุตสาหกรรมปลาทูน่าทั่วโลกแล้วว่าทั้งผู้บริโภคและผู้จัดจำหน่ายก็ต่างต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง และไม่ต้องการปลาทูน่าที่มาจากการทำประมงแบบทำลายล้าง

ร่วมลงชื่อผลักดันให้ไทยยูเนี่ยนหันมาเป็นผู้นำอุตสาหกรรมประมงปลาทูน่าที่ยั่งยืนที่นี่