โบราไค ตามรอยบาหลี ประกาศเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสภาพภูมิอากาศโลก

เรื่องราว - มิถุนายน 19, 2551
เกาะโบราไค สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศฟิลิปปินส์ ร่วมต่อสู้ปัญหาโลกร้อนโดยจัดโครงการ “ปกป้องสภาพภูมิอากาศ ปกป้องโบราไค” ร่วมกับกรีนพีซ โดยเริ่มใช้มาตรการประสิทธิภาพพลังงานและสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนในรีสอร์ท ร้านอาหาร บาร์ และสถานที่ต่างๆ บนเกาะ เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถลดรอยเท้าคาร์บอนและสร้างจิตสำนึกในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน พร้อมเสนอทางออกที่อุตสาหกรรมและนักท่องเที่ยวสามารถประยุกต์ใช้ได้

นายกเทศมนตรี ซิเซรอน คาวาลิ่ง (คนกลาง) เปิดระบบแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ที่ได้รับการติดตั้งที่ศูนย์นักท่องเที่ยวโบราไค เกาะบอราไคก้าวตามเกาะบาหลีในโครงการริเริ่มของกรีนพีซที่เสนอให้เกาะต่างๆ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ และส่งเสริมการตระหนักรู้ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิธีแก้ปัญหา ที่นักท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งภาคสามารถนำไปปฏิบัติได้

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องลงนามในแถลงการณ์เรื่อง "ปกป้องสภาพภูมิอากาศ ปกป้องโบราไค" จากซ้ายไปขวา คือ ไมค์ ฟิงก์เคน (กัปตันเรือเรนโบว์ วอริเออร์) จูเลียน อามาดอร์ (ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม) ออสการ์ พาลับยับ (กระทรวงสิ่งแวดล้อม) จิมมี่ คอสโคลูลา (หอการค้าและการอุตสาหกรรมฟิลิปปินส์) นายกเทศมนตรี ซิเซรอน คาวาลิ่ง (เทศบาลเมืองมาเล) วอน เฮอนันเดซ (ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เวอร์ทุส กิล (เลขาธิการ Eminent Persons Group และ ผู้บังคับบัญชากองกำลังเฉพาะกิจบอราไค) ลูเบล คาน (ประธานมูลนิธิบอราไค) เกาะบอราไคก้าวตามเกาะบาหลีในโครงการริเริ่มของกรีนพีซที่เสนอให้เกาะต่างๆ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ และส่งเสริมการตระหนักรู้ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิธีแก้ปัญหา ที่นักท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งภาคสามารถนำไปปฏิบัติได้

นักเรียนนักศึกษาถ่ายภาพร่วมกันระหว่างการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ณ ศูนย์นักท่องเที่ยวโบราไค เกาะบอราไคก้าวตามเกาะบาหลีในโครงการริเริ่มของกรีนพีซที่เสนอให้เกาะต่างๆ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ และส่งเสริมการตระหนักรู้ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิธีแก้ปัญหา ที่นักท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งภาคสามารถนำไปปฏิบัติได้

"เกาะโบราไค สามารถเป็นตัวอย่างของแหล่งท่องเที่ยวในเอเชียและของทั่วโลกที่เป็นมิตรกับสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซรู้สึกยินดีมากที่รีสอร์ทหลายแห่งบนเกาะนี้ได้เริ่มนำมาตราการทาง ประสิทธิภาพพลังงานมาประยุกต์ใช้ แต่สิ่งที่ยากในตอนนี้คือการผลักดันให้มาตรการประหยัดพลังงานแพร่หลายไปยังทุกอาคารบ้านเรือนบนเกาะ ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพ พลังงานหมุนเวียน เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจส่ง ผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่บนเกาะ" นายวอน เฮอร์นันเดซ ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

ประเทศฟิลิปปินส์ประกอบด้วยหมู่เกาะกว่า 7,000 เกาะ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างฉับพลัน จากการสำรวจของกรีนพีซพบว่าการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสามารถทำให้พื้นที่ 700 ล้านตารางกิโลเมตรรอบชายฝั่งทะเล รวมถึงเกาะโบราไค ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อบริเวณที่อยู่ในพื้นที่ต่ำ อย่างเช่น ซูลู  เกาะปาลาวัน แซมโบอังกา และ คามาไรน์ เซอร์

เพื่อยุติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซจึงมีแผนปฏิวัติพลังงาน โดยผลักดันให้ภาคพลังงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2593 และทดแทนด้วย พลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงาน สิ่งที่ต้องเริ่มลงมือปฏิบัติอย่างเร่งด่วนในตอนนี้คือ การรักษาระดับอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกให้ต่ำกว่า 2 องศา เมื่อเทียบกับอุณหภูมิก่อนยุคอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบอันร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โครงการ "ปกป้องสภาพภูมิอากาศ ปกป้องโบราไค" เป็นความร่วมมือระหว่างกรีนพีซ เทศบาลเมืองมาเล กระทรวงการท่องเที่ยว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิโบราไค หอการค้าและอุตสาหกรรมเมืองโบราไค และมูลนิธิ Mother Earth

โครงการนี้มีพันธกิจหลักคือ การผลักดันให้บูรณาการมาตรการประสิทธิภาพพลังงานและพลังงานหมุนเวียนเข้าในแผนพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและประยุกต์เข้ากับสิ่งปลูกสร้างที่จะสร้างขึ้นใหม่ การเตรียมความพร้อมของรัฐบาล บทลงโทษต่อผู้ฝ่าฝืน การตรวจสอบพลังงาน การฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนความรู้ และการลงมือปฏิบัติเพื่ออนุรักษ์พลังงาน น้ำ และการจัดการขยะ รวมทั้งเสนอทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวในการเข้าพักในสถานที่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการ "ปกป้องสภาพภูมิอากาศ ปกป้องโบราไค" โดยเริ่มจากวิธีง่ายๆในการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ กรีนพีซ ยังรณรงค์ให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ผ่านกฎหมายพลังงานหมุนเวียนและประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

"ยังไม่สายเกินไปที่จะช่วยกันแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน นักท่องเที่ยว รีสอร์ทในโบราไค และ ความร่วมมือจากรัฐบาลสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีในการจัดการปัญหาที่โลกกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ และเป็นแบบอย่างให้แก่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่นๆ ได้" นายเฮอร์นันเดซ กล่าวเสริม

ในเดือนธันวาคม 2550 กรีนพีซและสมาคมโรงแรมบนเกาะบาหลียังได้ร่วมกันประกาศโครงการ "ประสิทธิภาพพลังงานในบาหลี" เพื่อเปลี่ยนให้เกาะบาหลีเป็นจุดหมายการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ โรงแรมและรีสอร์ทแห่งใหญ่ในบาหลีต่างร่วมลงชื่อเพื่อยืนยันการก้าวสู่ระบบประสิทธิภาพพลังงานและพลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้ห้างสรรพสินค้า Discovery Kartika Plaza ยังติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เพื่อใช้สำหรับอาคารทั้งหมด

เรนโบว์ วอร์ริเออร์ อยู่ในประเทศฟิลิปปินส์เพื่อรณรงค์ "หยุดถ่านหิน กู้วิกฤตโลกร้อน" ในเอเชียแปซิฟิก การเดินทางของเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยุติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถอยห่างจากพลังงานสกปรกอย่างถ่านหิน และสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด 

(1) http://www.greenpeace.org/raw/content/international/press/reports/energyrevolutionreport.pdf

ร่วมพาประเทศไทยก้าวสู่การปฎิวัติพลังงาน

ไปชม "ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน" เว็บไซต์ใหม่ของกรีนพีซ ประเทศไทย และร่วมลงชื่อในจดหมายเรียกร้องการปฏิวัติพลังงาน หยุดพลังงานสกปรก สนับสนุนพลังงานสะอาด

บริจาค

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระ ไม่รับเงินบริจาคจาครัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยความช่วยเหลือจากประชาชนเช่นคุณ โปรดสนับสนุนเรา

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า