CBD ปิดฉาก : อนาคตสิ่งแวดล้อม ยังแขวนบนเส้นด้าย

เรื่องราว - กุมภาพันธ์ 20, 2547
กัวลาลัมเปอร์, 20 กุมภาพันธ์ 2547 – การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (ซีบีดี) เสร็จสิ้นแล้ววันนี้ โดยกรีนพีซ ขอประกาศว่า อนาคตของสิ่งมีชีวิต ทั้งพืช และสัตว์ที่ถูกคุกคามนั้น ยังไม่มีมาตรการใดมารับประกันได้ แม้ว่ารัฐบาลมากกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ตกลงในแผนปฎิบัติการร่วมกันในการปกป้องสิ่งมีชีวิต และสิทธิของชนพื้นเมือง แต่ในทางปฎิบัติแล้ว ยังไม่มีการให้คำมั่นสัญญาอย่างขันแข็ง หรือให้การสนับสนุนงบประมาณใดๆ ซึ่งหากปราศจากงบประมาณ หรือคำมั่นจากรัฐบาลของแต่ละประเทศแล้ว การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ก็คงจะมีค่าไม่ต่างไปจากเสือกระดาษ

"แผนการจัดตั้งเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองทั่วโลก เป็นเรื่องน่าสรรเสริญ และเป็นเครื่องมือให้รัฐบาล ในการหยุดยั้งความสูญเสียของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งการทำลายป่า และมหาสมุทร" มาร์ติน ไคเซอร์ นักรณรงค์ กรีนพีซสากล กล่าว "แต่หากรัฐบาลแต่ละประเทศ ไม่ได้ตระหนักอย่างจริงจัง และเพิกเฉยต่อการจัดหางบประมาณ ก็เหมือนกับว่า แต่ละประเทศได้กล่องเครื่องมือไป แต่ไม่ยอมเปิดออกใช้"

จากจุดยืนของกรีนพีซ ข้อตกลงใด ที่ทำขึ้นระหว่างการประชุมซีบีดี หากไม่มีการดำเนินการในระดับประเทศโดยทันทีแล้วนั้น ข้อตกลงนั้น ก็ไม่มีค่าอันใด

นับเป็นครั้งแรก ที่รัฐบาลทั่วโลกตกลงร่วมกันในการจะจัดตั้งเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองทั่วโลก ซึ่งภายในปี 2553 ต้องบรรลุเป้าหมายพื้นที่คุ้มครองบนผืนดิน และภายในปี 2555 ต้องบรรลุเป้าหมายพื้นที่คุ้มครองครอบคลุมมหาสมุทรทั่วโลก โดยพื้นที่คุ้มครองเป็นศูนย์กลางของแผนดำเนินการที่จะหยุดยั้งความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ของสิ่งมีชีวิต และถิ่นที่อยู่ของพืช และสัตว์ ถึงแม้ว่า อนุสัญญาฯ จะยังไม่ครอบคลุมถึงการปกป้องสิทธิของชนพื้นเมืองตามเจตนารมณ์ แต่มีหลายประเทศ ที่ขานรับแล้วว่า ชนพื้นเมือง และชุมชนท้องถิ่น จะต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาเชิงบวกในขั้นตอนที่สาม คือประเทศที่ร่ำรวย ต้องเปลี่ยนแนวทางการให้ความช่วยเหลือการพัฒนาโพ้นทะเล ด้วยแนวทางการอนุรักษ์ธรรมชาติ และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และท้ายที่สุด นับเป็นครั้งแรกที่ 40% ของพื้นที่บนโลก อันได้แก่ มหาสมุทร ซึ่งรวมทั้งภูเขาใต้ทะเล และแนวปะการังในกระแสน้ำเย็น ถูกจัดอยู่ในยุทธศาสตร์การอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ของอนุสัญญาฯ

หลายเดือนก่อนการประชุมซีบีดี กรีนพีซ จุดประเด็นการทำลายป่าโบราณในพาตาโกเนีย และในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ และอาร์คติก ซันไรซ์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพยานในการตัดไม้ในป่าโบราณ ผืนสุดท้ายของโลก

"กรีนพีซ จะเดินหน้าสืบสวน หาหลักฐาน และจุดประเด็นชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับผืนป่า และมหาสมุทรของโลก" ไคเซอร์ กล่าวเพิ่มเติม "ข้อตกลงในที่ประชุมซีบีดี จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของรัฐบาลทั่วโลก ที่จะร่วมรับผิดชอบในการควบคุมการดำเนินการของอุตสาหกรรมที่มีผลทำลายสิ่งแวดล้อม และเป็นการหยุดยั้งหายนะที่จะเกิดกับระบบนิเวศน์ ในขณะที่เรายังมีโอกาส"