CITES ปิดฉาก แต่การคุ้มครองพืช และสัตว์หายากเพิ่งเริ่มต้น

เรื่องราว - ตุลาคม 14, 2547
กรุงเทพฯ 14 ตุลาคม 2547 – กรีนพีซ แสดงความยินดีกับผู้แทนแต่ละประเทศต่อก้าวสำคัญในการค้าพืชป่า และสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ หลังจากการประชุมสมัยสามัญประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพืชป่า และสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ครั้งที่ 13 เสร็จสิ้นลงแล้ว แต่การคุ้มครองพันธุ์พืชป่า และสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ยังเพิ่งเริ่มต้น

นาตาลี เรย์ กรีนพีซสากล กล่าวว่า "ผู้แทนแต่ละประเทศจะแยกย้ายกันกลับบ้านวันนี้พร้อมกับการบ้านจำนวนมากที่ต้องกลับไปทำ เป็นต้นว่า ต้องนำสิ่งที่พูดคุยกันในที่ประชุมตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาไปทำให้บรรลุผล และบังคับใช้เป็นกฎหมายโดยทันที ซึ่งแม้ว่าจะเป็นภาระที่ใหญ่หลวงแต่ประเทศภาคีหลายแห่งก็แสดงออกถึงความหวังดี"

วันนี้ อาสาสมัครกรีนพีซ 6 คน แขวนป้ายผ้าขนาด 30 x 50 เมตร มีข้อความว่า "Don't trade away the planet" ที่สะพานพระราม 9 เพื่อย้ำเตือนไปยังผู้แทนแต่ละประเทศว่า อย่าขายอนาคต ซึ่งก็คือสิ่งแวดล้อมของพวกเรา

ขณะที่ที่ประชุม CITES รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามล็อบบี้อย่างหนักที่จะคว่ำบาตรการตัดสินใจของที่ประชุม CITES ต่อการคงไว้ซึ่งสถานะของวาฬมิ้งก์ในบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 ที่ระบุห้ามล่าโดยเด็ดขาด

เรย์ กล่าวว่า "เราทราบว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพยายามเรียกร้อง และกดดันรัฐบาลทั่วโลกให้เปลี่ยนโหวต แต่รัฐบาลญี่ปุ่นก็ล้มเหลวในการรวบรวมเสียงข้างมาก แม้เพียง 1 ใน 3 ของจำนวนผู้แทนที่ต้องการให้เปิดอภิปรายกันใหม่" ประเทศที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลญี่ปุ่นมีเพียง 27 ประเทศ จากจำนวนประเทศที่คัดค้านข้อเสนอของญี่ปุ่น 67 ประเทศ

เรย์ สรุปว่า "กรีนพีซ ขอขอบคุณทุกประเทศที่ทัดทานแรงกดดันจากรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการให้เปลี่ยนโหวต กรีนพีซมีความยินดีมากที่วาฬเหล่านี้ได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ภายใต้ข้อบังคับของ CITES"

กรีนพีซยืนยันแม้ว่าผลการประชุม CITES จะได้รับการพิจารณาว่า ค่อนข้างบวก และมีความก้าวหน้า แต่ภารกิจในการแก้ไขวิกฤตที่เกิดขึ้นกับความหลากหลายทางระบบนิเวศกำลังน่าวิตก เรย์สรุปว่า "มีพืช และสัตว์อีกหลายร้อยชนิดที่กำลังอยู่ในภาวะถูกคุกคามอย่างแท้จริง และใกล้จะสูญพันธุ์ โดยมีสาเหตุจากการค้าที่ป่าเถื่อนและไม่มีกฎเกณฑ์ รัฐบาลทุกแห่งต้องให้ความมั่นใจว่า ชัยชนะในวันนี้ จะต้องนำไปปฎิบัติ และบังคับใช้ในทันที และการค้าพืช ป่า และสัตว์ป่า ต้องไม่ทำลายความหลากหลายของระบบนิเวศอย่างยับเยิน"