นักวิทยาศาสตร์ฟันธงเอเชียจะล่มสลายจากโลกร้อน

เรื่องราว - พฤศจิกายน 4, 2548
กรีนพีซ เปิดรายงานภาวะโลกร้อนฉบับใหม่ มีข้อมูลชี้ชัดยิ่งโลกร้อนขึ้นชาวเอเชียยิ่งประสบกับความยากลำเค็ญมากขึ้น หากทั่วโลกยังไม่ยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจำพวกถ่านหินอย่างจริงจัง

Tribal families have resorted to eating highly poisonous root crop after a severe drought hit the Southern Philippines.

ดอกเตอร์ Leoncio Amadore ซึ่งเป็นหนึ่งในนักอุตุนิยมชั้นนำของฟิลิปปินส์และเป็นผู้เขียนรายงานเรื่อง "Climate Change Impacts in the Philippines: Crisis or Opportunity".กล่าวว่า ภาวะโลกร้อนจะยิ่งซ้ำเติมความลำเค็ญของชาวเอเชียซึ่งส่วนใหญ่มีสภาพความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นอยู่แล้ว จากรายงานพิสูจน์ได้ว่า แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก ระดับน้ำทะเล และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงในฟิลิปปินส์จะเป็นไปในลักษณะที่สอดคล้องกับที่เกิดขึ้นทั่วโลก

 

ดอกเตอร์ Amadore กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลในรายงานการประเมินผลครั้งที่สามซึ่งรวบรวมโดยคณะผู้อภิปรายระหว่างประเทศของสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วในฟิลิปปินส์จากภาวการณ์ผันแปรของสภาพภูมิอากาศเป็นต้นว่า น้ำท่วม แห้งแล้ง ไฟป่า และความรุนแรงของพายุไซโคลนเขตร้อน

 

ความรุนแรงของภาวะโลกร้อนได้นำมาซึ่งหายนะริมฝั่งแม่น้ำสายสำคัญ 2 สายในโลก นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์ของจีนกล่าวว่า การทำลายสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องกับภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ระบบนิเวศในแม่น้ำเหลืองเข้าสู่ภาวะล่มสลาย และกำลังคุกคามชาวพื้นเมืองอีก 120 ล้านคนที่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับในเขตลุ่มน้ำอะเมซอน ภาวะแห้งแล้งที่สุดในประวัติการณ์และไฟป่ากำลังทำลายผืนป่าเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก น้ำดื่มที่เคยบริสุทธิ์กลายเป็นสิ่งที่น่าหวาดระแวง และปนเปื้อนมลพิษ และยังนำมาซึ่งความสูญเสียของปลาหลายล้านตัวที่เกยตื้นตายริมฝั่ง

 

ภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากภาวะโลกร้อนคือเกษตรกรรมและความมั่นคงด้านอาหาร ผลผลิตทางการเกษตรลดลงโดยฉับพลันเช่นเดียวกับเมื่อครั้งเกิดปรากฏการณ์เอลนิโญ่ และหลังจากเกิดพายุไซโคลนเขตร้อนครั้งร้ายแรง

 

ดอกเตอร์ Amadore กล่าวว่า ภาวะโลกร้อนไม่ได้เกิดจากประเทศกำลังพัฒนา แต่ชาวเอเชียที่ยากจน กำลังรับภาระหนัก

 

 

จากผลกระทบที่รุนแรงของภาวะโลกร้อน ประเทศที่เปราะบางเหล่านี้ยังไม่อยู่ในดุลยภาพที่จะแบกรับหายนะเช่นนั้น

ได้ หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียต้องรวมยุทธศาสตร์ที่ปรับเปลี่ยนได้เช่นโครงการรับมือกับหายนะและการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมาตรการลดการปล่อยก๊าซ เช่นทดแทนพลังงานฟอสซิลด้วยพลังงานหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพ

 

เรด คอนสแตนติโน ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้พลังงานสะอาดหลายล้านคนทั่วโลก แหล่งพลังงานลมในฟิลิปปินส์และจีน (1) มีมากมายมหาศาล ศักยภาพของพลังงานและการอนุรักษ์ธรรมชาติในภูมิภาคเป็นเรื่องใหญ่ ภูมิภาคเอเชียจึงต้องเลือกระหว่างจะยอมเป็นส่วนหนึ่งของหายนะหรือเปิดรับโอกาส ด้วยการใช้พลังงานสะอาด

 

กรีนพีซ เรียกร้องให้สถาบันการเงินระหว่างประเทศเป็นต้นว่า ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย นำมาตรฐานเดียวกันนี้มาปฎิบัติเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนด้วยการเปลี่ยนทิศทางการลงทุนจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียน

 

ทัวร์ปฎิวัติพลังงานเอเชีย ของกรีนพีซ ในออสเตรเลีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย เรียกร้องให้ยุติการใช้ถ่านหินอย่างเร่งด่วน และหันไปสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด กรีนพีซอยู่ระหว่างการรณรงค์ให้รัฐบาลฟิลิปปินส์หันไปผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ ลม และชีวมวลให้ได้ร้อยละ 10 ภายในปี 2553

 

กรีนพีซเป็นองค์กรรณรงค์อิสระ เผชิญหน้าอย่างสร้างสรรค์และด้วยสันติวิธี เพื่อเปิดโปงปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลก และนำเสนอแนวทางแก้ไข ซึ่งจำเป็นยิ่งต่ออนาคตที่ยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และสันติภาพ

(1) Wind Guangdong. See: www.asiacleanenergy.org