กรีนพีซหยุดการทำลายป่าพรุในอินโดนีเซียเพื่อจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เรื่องราว - ตุลาคม 31, 2550
อาสาสมัครกรีนพีซยุติการทำลายระบบนิเวศน์ป่าพรุในพื้นที่ของบริษัทน้ำมันปาล์มพีที ดูทา พาลมา ที่จังหวัดรีอาล (Riau) ในสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อาสาสมัครกำลังสร้างเขื่อนชั่วคราว 5 แห่งในบริเวณคลองน้ำลึก 3 เมตร ที่ใช้ในการทำซุงและดึงน้ำออกจากพื้นที่ป่าพรุเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งขัดต่อกฎหมายอินโดนีเซียในเรื่องการปกป้องป่าและยังส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมหาศาล

อาสาสมัครกรีนพีซมากกว่า 30 คนทำงานร่วมกับประชาชนในหมู่บ้านกัวลาเชนากูในบริเวณใกล้เคียงในความพยายามหยุดการดึงน้ำออกจากพื้นที่โดยการสร้างเขื่อนชั่วคราวในคลองของป่าพรุ หากเขื่อนสามารถหยุดการระบายน้ำออกจะเป็นการป้องกันไม่ให้ป่าพรุเหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวหลักออกสู่บรรยากาศ นอกจากนี้เขื่อนชั่วคราวจะช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทน้ำมันปาล์มเผาป่าพรุทปัจจุบันี่เต็มไปด้วยน้ำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งกระทำก่อนปลูกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนยิ่งขึ้นไปอีก

อาสาสมัครกรีนพีซมากกว่า 30 คนทำงานร่วมกับประชาชนในหมู่บ้านกัวลาเชนากูในบริเวณใกล้เคียงในความพยายามหยุดการดึงน้ำออกจากพื้นที่โดยการสร้างเขื่อนชั่วคราวในคลองของป่าพรุ หากเขื่อนสามารถหยุดการระบายน้ำออกจะเป็นการป้องกันไม่ให้ป่าพรุเหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวหลักออกสู่บรรยากาศ นอกจากนี้เขื่อนชั่วคราวจะช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทน้ำมันปาล์มเผาป่าพรุทปัจจุบันี่เต็มไปด้วยน้ำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งกระทำก่อนปลูกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนยิ่งขึ้นไปอีก

อาสาสมัครกรีนพีซมากกว่า 30 คนทำงานร่วมกับประชาชนในหมู่บ้านกัวลาเชนากูในบริเวณใกล้เคียงในความพยายามหยุดการดึงน้ำออกจากพื้นที่โดยการสร้างเขื่อนชั่วคราวในคลองของป่าพรุ หากเขื่อนสามารถหยุดการระบายน้ำออกจะเป็นการป้องกันไม่ให้ป่าพรุเหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวหลักออกสู่บรรยากาศ นอกจากนี้เขื่อนชั่วคราวจะช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทน้ำมันปาล์มเผาป่าพรุทปัจจุบันี่เต็มไปด้วยน้ำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งกระทำก่อนปลูกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนยิ่งขึ้นไปอีก

อาสาสมัครกรีนพีซมากกว่า 30 คนทำงานร่วมกับประชาชนในหมู่บ้านกัวลาเชนากูในบริเวณใกล้เคียงในความพยายามหยุดการดึงน้ำออกจากพื้นที่โดยการสร้างเขื่อนชั่วคราวในคลองของป่าพรุ หากเขื่อนสามารถหยุดการระบายน้ำออกจะเป็นการป้องกันไม่ให้ป่าพรุเหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวหลักออกสู่บรรยากาศ นอกจากนี้เขื่อนชั่วคราวจะช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทน้ำมันปาล์มเผาป่าพรุทปัจจุบันี่เต็มไปด้วยน้ำอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งกระทำก่อนปลูกต้นกล้าปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อนยิ่งขึ้นไปอีก

อาสาสมัครกรีนพีซยุติการทำลายระบบนิเวศน์ป่าพรุในพื้นที่ของบริษัทน้ำมันปาล์มพีที ดูทา พาลมา ที่จังหวัดรีอาล (Riau) ในสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อาสาสมัครกำลังสร้างเขื่อนชั่วคราว 5 แห่งในบริเวณคลองน้ำลึก 3 เมตร ที่ใช้ในการทำซุงและดึงน้ำออกจากพื้นที่ป่าพรุเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งขัดต่อกฎหมายอินโดนีเซียในเรื่องการปกป้องป่าและยังส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมหาศาล

อาสาสมัครกว่า 30 คนทำงานร่วมกับชุมชนจากหมู่บ้านใกล้เคียงในกัวลาเชนากูเพื่อสร้างเขื่อนชั่วคราวกั้นไม่ให้มีการระบายน้ำออกซึ่งจะทำให้พื้นที่บริเวณนั้นไม่เหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกออกมา (1) เขื่อนชั่วคราวนี้จะช่วยป้องกันบริษัทน้ำมันปาล์มจากการเผาพื้นที่ป่าพรุอย่างผิดกฎหมาย ก่อนที่จะมีการนำไปใช้เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะเพิ่มให้เกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้น

"บริษัทน้ำมันปาล์มนี้กำลังทำสิ่งที่ผิดกฎหมายและทำลายสิ่งมีชีวิตที่อาศัยบริเวณผืนป่าพรุแห่งนี้" ฮัปโซโร ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว "และนอกจากนี้ยังส่งผลไปสู่ภาวะโลกร้อนอีกด้วย"

จากการสืบสวนโดยค่ายพิทักษ์ป่าของกรีนพีซในจังหวัดริอาลซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณบริษัทน้ำมันปาล์ม พบว่าบริษัทพีที ดูทา พาลมาและบริษัทในเครือกำลังฝ่าฝืนกฎหมายของประเทศและคำสั่งของนายกรัฐมนตรีอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องการจัดการป่าไม้  ซึ่งระบุไว้ว่าจะต้องปกป้องพื้นที่ป่าพรุ (2)

กรีนพีซตั้งค่ายพิทักษ์ป่าขึ้น เพื่อรับการประชุมระดับนานาชาติเรื่องพิธีสารเกียวโตที่จะจัดขึ้นที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนธันวาคมนี้ และเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าการทำลายป่านั้นมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้บรรจุเรื่องการหยุดการทำลายป่าในสนธิสัญญา เพื่อเป็นข้อผูกมัดให้ทุกคนลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงาน และต้องการให้รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศหยุดการทำลายป่าพรุโดยทันทีและมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันไฟป่า

การตัดไม้ทำลายป่าทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก การทำลายป่าพรุเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในประเทศอินโดนีเซียสูงขึ้นมาก (2) ซึ่งจากการสำรวจล่าสุดพบว่าประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับสามรองจากประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา (3)

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นทีมนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกและเพิ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ระบุว่าเพื่อเป็นการลดผลกระทบอันรุนแรงจากภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้น จำเป็นต้องหยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและหยุดการทำลายป่า

"รัฐบาลต้องหยุดการทำลายป่าและบรรจุไว้ในพิธีสารเกียวโต" ซู คอนเนอร์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซสากลกล่าว "การปกป้องผืนป่าที่เหลืออยู่นี้เป็นวิธีง่ายๆที่จะช่วยลดภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยังช่วยปกป้องประชากรโลกและอีกหลายล้านชีวิตที่ต้องพึ่งพาป่าไม้

กรีนพีซเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะปกป้องมวลมนุษย์จากความเสี่ยงที่เกิดจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น วิกฤตการณ์น้ำ อากาศ และความอดอยากได้ โดยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้และผลิตพลังงาน รวมทั้งมีคำมั่นที่จะหยุดการทำลายป่าไม้ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นรัฐบาลจะต้องให้คำมั่นสัญญาที่จะตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากขึ้นในช่วงระยะที่สองของพิธีสารเกียวโต ซึ่งจะต้องมีการตกลงกันในการประชุมที่จะมีขึ้นที่บาหลี อินโดนีเซีย

หมายเหตุ

(1) องค์กรพื้นที่ชุ่มน้ำสากลประมาณว่าคาร์บอนไดออกไซด์ 1,400 ล้านตันมาจากไฟป่าในบริเวณป่าพรุทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระหว่างปี พ.ศ. 2540 ถึงปี พ.ศ. 2549 และอีก 600 ล้านตันต่อปีปล่อยมาจากการเน่าเปื่อยของป่าพรุในช่วงระบายน้ำออก

(2) คำสั่งของนายกรัฐมนตรีในเรื่องการจัดการพื้นที่อนุรักษ์ - เลขที่ 32/ 25 กรกฎาคม 2533 ซึ่งระบุไว้ว่าพื้นที่ป่าพรุที่อยู่ในบริเวณต้นน้ำและลึกกว่า 3 เมตรต้องได้รับการปกป้อง

รัฐมนตรีป่าไม้ของอินโดนีเซียตั้งเกณฑ์ในการเลือกพื้นที่ตั้งสวนน้ำมันปาล์มเลขที่ 376/1998 วันที่ 8 เมษายน 2541 ให้เป็น "เกณฑ์ในการแบ่งพื้นที่ป่าสำหรับสวนน้ำมันปาล์ม" และแถลงว่า "ไม่อนุญาตให้มีการพัฒนาพื้นที่ป่าพรุที่ลึกกว่า 2 เมตร"

ผลการสำรวจของกรีนพีซดำเนินการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่ป่าพรุ ได้แสดงถึงพื้นที่ป่าพรุในบริษัทน้ำมันปาล์มดีที ดูทา พาลมาว่ามีความลึกมากกว่า 8 เมตร

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในการสำรวจความลึกของพื้นที่ป่าพรุของกรีนพีซที่ชื่อว่า "การสำรวจป่าพรุในดูทา พาลมา จังหวัดเรียวอู สุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย" ได้ที่ http://www.greenpeace.org/international/press/reports/palmoilexpansion

(3) Climate Analysis Indicators Tool (CAIT) Version 4.0. (Washington, DC: World

Resources Institute, 2007).

ติดตามรายงานสรุปของค่ายพิทักษ์ป่าได้ที่ http://www.greenpeace.org/international/press/reports/forest-defenders-camp-briefing

สมัครจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

ร่วมบริจาค

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

หมวด
ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า