เรือเอสเปแรนซาเดินทางถึงจุดที่เรือล่าวาฬจอดเสีย

เรื่องราว - กุมภาพันธ์ 22, 2550
ขณะนี้เรือเอสเปแรนซา ของกรีนพีซกำลังลอยลำอยู่ใกล้กับเรือล่าวาฬนิสชิน มารุ ของรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งจอดเสียเนื่องจากถูกเพลิงไหม้เมื่อวันพฤหัสบดี บ่ายวันนี้เราได้รับแจ้งทางวิทยุจากลูกเรือของเรือล่าวาฬว่า พบร่างของนายคาสุทากะ มากิตะ อายุ 27 ปี ลูกเรือที่หายไปแล้ว ขอแสดงความเสียใจกับลูกเรือ รวมทั้งภรรยาและครอบครัวของนายคาสุทากะมา ณ ที่นี้ด้วย

เรือเอสเปแรนซา (ด้านหน้า) และเรือล่าวาฬของญี่ปุ่นชื่อนิสชิน มารุ ซึ่งจอดเสียเพราะเกิดเพลิงไหม้เมื่อเร็วๆ นี้

เรือเอสเปแรนซาเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุในทะเลรอสซีวันนี้เวลาประมาณ 07.00 น. (เวลา daylight time ของนิวซีแลนด์)  เรือนิสชิน มารุ ถูกผูกโยงเข้ากับเรือลำอื่น โดยข้างหนึ่งโยงเข้ากับเรือเติมเสบียงและเชื้อเพลิงชื่อโอเรียนทอล บลูเบิร์ด   อีกข้างโยงเข้ากับเรือล่าวาฬ  และใกล้กันนั้นยังมีเรือล่าวาฬอื่นๆ อีกสองลำ

ไม่นานหลังจากที่เรือเอสเปแรนซาเดินทางมาถึง เรือฝ่าน้ำแข็งชื่อโพลาร์ ซี ของหน่วยรักษาการณ์ชายฝั่งของสหรัฐฯ ก็มาถึงเพื่อประเมินสถานการณ์เช่นกัน จากนั้นเรือยูชิน มารุ ได้ขอให้ซาเกียว เจ้าหน้าที่รณรงค์ของเราที่มาจากญี่ปุ่น ช่วยเป็นล่ามแปลภาษาระหว่างเรือทั้งสองลำ

สภาพอากาศ

ตอนที่เรามาถึง สภาพอากาศโดยรอบดีพอสมควร ทะเลสงบ ทัศวิสัยชัดเจน แต่มีภูเขาน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งที่แตกตัวแล้วอยู่ใกล้ๆ  รายงานพยากรณ์อากาศแจ้งว่า สภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงใน 2-3 วันข้างหน้า แต่ภายในวันเดียวกันนั้นเราก็ได้เห็นว่า สภาพอากาศที่นี่เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วเพียงใด จากยามเช้าที่มีแสงแดดสดใส เปลี่ยนเป็นท้องฟ้ามืดครึ้มและเต็มไปด้วยหิมะยามเที่ยง แล้วกลับไปสดใสอีกครั้งตอนบ่าย แต่ปริมาณน้ำแข็งโดยรอบเพิ่มขึ้นมาก  

ติดต่อกันครั้งแรก

เมื่อเรามาถึง ซาเกียวได้เรียกวิทยุไปถึงเรือนิสชิน มารุ แต่ไม่มีเสียงตอบ เขาจึงเรียกไปยังเรือล่าวาฬที่ชื่อยูชิน มารุ และย้ำให้มั่นใจอีกครั้งว่า เรือเอสเปแรนซามาเพื่อช่วยเหลือ  พวกเขาตอบกลับมา โดยขอให้เราเตรียมพร้อมคอยให้ความช่วยเหลือ พร้อมทั้งขอให้เราช่วยประเมินสภาพน้ำแข็งให้ด้วยเฮลิคอปเตอร์ประจำเรือเอสเปแรนซาบินขึ้นเพื่อประเมินสถานการณ์เบื้องต้น เมื่อบินอยู่เหนือเรือนิสชิน มารุ สภาพที่เห็นดูเป็นปรกติ  บนดาดฟ้าเรือไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าเกิดเพลิงไหม้หรืออุปกรณ์ชำรุดเสียหาย แต่มีสายไฟขนาดใหญ่และเชือกขึงระหว่างเรือล่าวาฬอีกลำกับเรือนิสชิน มารุ อยู่เต็มไปหมด ดาดฟ้าเรือขาวโพลนไปด้วยหิมะ และเห็นคนประมาณ 12 คนอยู่บนนั้น

เสนอความช่วยเหลือ

เมื่อวานนี้เราเสนอตัวที่จะลากจูงเรือนิสชิน มารุ ไปทางเหนือ ทั้งเพื่อช่วยเหลือและเพื่อให้แน่ใจได้ว่า  เรือที่เสียอยู่นี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอีก กรมประมงของญี่ปุ่นตอบกลับโดยเรียกเราว่า "ผู้ก่อการร้าย" ซึ่งเป็นการตอบโต้ที่ไม่ก่อประโยชน์ และทำให้สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมและสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงอยู่แล้วนี้ยังคงมีความเสี่ยงและอันตรายต่อท้องทะเลรอสซีต่อไปตอนนี้ เรือนิสชิน มารุ ถูกผูกโยงเข้ากับเรือสองลำเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  มีรายงานว่า หนึ่งในสองลำนี้คือเรือโอเรียนทอล บลูเบิร์ด อาจลากเรือนิสชิน มารุ  แต่แฟรงค์ แคมพ์ กัปตันเรือเอสเปแรนซาบอกว่า โอเรียนทอล บลูเบิร์ด ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดแน่ เขาเองมีประสบการณ์ในการกู้เรือมานับสิบปี เขาเห็นว่า เรือโอเรียนทอล บลูเบิร์ด ลำใหญ่เกินไป ถ้าเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกจะแก้ไขได้ยาก ดูจากสถานการณ์แล้ว เรายังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดถ้าต้องลากจูงเรือนิสชิน มารุ ออกไปจากทะเลรอสซี  ดังนั้นเราจะรออยู่ใกล้ๆ เพื่อคอยดูเหตุการณ์ต่อไป เรื่องเสื่อมเสียที่เดนมาร์ก == และที่อื่นๆประเทศที่สนับสนุนการล่าวาฬกำลังสร้างปัญหาให้ตัวเอง ขณะที่กำลังมีการประชุมที่เรียกกันว่า การประชุมเพื่อ กำหนดบรรทัดฐาน (ทำให้การล่าวาฬเป็นการค้า) ในกรุงโตเกียว กรรมาธิการ IWC ชาวเดนมาร์กที่ชื่อนายโอเล แซมซิง เสนอว่าควรกันไม่ให้สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่องค์กรเอ็นจีโอเข้าร่วมในการประชุมคณะกรรมาธิการการควบคุมการล่าวาฬระหว่างประเทศ (International Whaling Commission: IWC) ครั้งต่อๆ ไป (ดูเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านมหาสมุทร Shan Rattenbury)เราตอบโต้โดยถามกลับว่า เราเข้าใจนายแซมซิงผิด หรือเปล่า สื่อมวลชนดูจะติดใจในประเด็นนี้มาก และขอให้นายแซมซิงอธิบายให้ชัดเจน นายแซมซิงก็ย้ำถึงข้อเสนอของตนกับสื่อมวลชนอีกครั้ง จนกลายเป็นข่าวอื้อฉาวในเดนมาร์ก และทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์กต้องอธิบายจุดยืนของเดนมาร์กใน IWC ต่อรัฐสภา ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องถูกซักจากคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อมแน่

เรื่องอื้อฉาวที่นิการากัว

ขณะเดียวกัน เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการล่าวาฬก็ถูกเปิดเผยขึ้นอีกในประเทศนิการากัว โดยหนังสือพิมพ์สองฉบับตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับนายมาเรนโค ผู้ซึ่งเป็นตัวแทนของนิการากัวในการประชุม กำหนดบรรทัดฐานเรื่องมีอยู่ว่า นายมาเรนโคนั้นเคยเป็นกรรมาธิการอยู่ใน IWC ในช่วงรัฐบาลก่อน ซึ่งมีการทุจริตโกงกินสูงมาก เขาไม่เคยอยู่ที่โตเกียวในฐานะตัวแทนอย่างเป็นทางการของนิการากัวเลย - ผู้บังคับบัญชาของเขาที่กระทรวงคิดว่าเขาไปพักผ่อนวันหยุดด้วยซ้ำ! มาถึงข่าวคนดีในธุรกิจล่าวาฬบ้าง รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของคอสตาริกา ซึ่งเป็นประเทศที่สนับสนุนการอนุรักษ์ธรรมชาติประกาศว่า คอสตาริกาจะใช้สิทธิออกเสียงในการประชุม IWC ที่แองโคเรจ มลรัฐอลาสกาในเดือนพฤษภาคม คอสตาริกาเคยมีปัญหาในการประนอมหนี้กับ IWC แต่ได้จัดการชำระหนี้ผ่านนิติบุคคลเอกชนในท้องถิ่นจนครบหมดแล้ว ยินดีต้อนรับการกลับมาของคอสตาริกา!

เดฟ วอลช์ จากบนเรือเอสเปแรนซา

เว็บบล็อกของเรือเอสเปแรนซา

ไลฟ์ เว็บแคม