60,000 รายชื่อ “ผู้พิทักษ์ป่า” อินโดนีเซีย เรียกร้องประธานาธิบดียุดโฮโยโน ให้ปกป้องป่า

เรื่องราว - พฤษภาคม 18, 2552
เช้านี้ตัวแทนจากกรีนพีซส่งมอบรายชื่อ 60,000 รายชื่อ แก่ประธานาธิบดียุดโฮโยโน ผ่านทางเลขาธิการแห่งรัฐ เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดียุดโฮโยโนปกป้องป่าอินโดนีเซียอย่างเร่งด่วน เพื่อหยุดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และสิทธิของประชาชนพื้นเมือง การส่งมอบรายชื่อถือเป็นการสิ้นสุดการรวบรวมรายชื่อ ที่เริ่มดำเนินการก่อนการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศในบาหลี ในเดือนธันวาคม 2550 ที่ซึ่งประธานาธิบดียุดโฮโยโนได้กล่าวแถลงการณ์อันมีพลังเกี่ยวกับการปกป้องป่า

นักกิจกรรมกรีนพีซเดินรณรงค์จากอนุสาวรีย์แห่งชาติสู่ทำเนียบประธานาธิบดี เช้านี้ตัวแทนจากกรีนพีซส่งมอบรายชื่อ 60,000 รายชื่อ แก่ประธานาธิบดียุดโฮโยโน ผ่านทางเลขาธิการแห่งรัฐ เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดียุดโฮโยโนปกป้องป่าอินโดนีเซียอย่างเร่งด่วน เพื่อหยุดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และสิทธิของประชาชนพื้นเมือง

เช้านี้ตัวแทนจากกรีนพีซส่งมอบรายชื่อ 60,000 รายชื่อ แก่ประธานาธิบดียุดโฮโยโน ผ่านทางเลขาธิการแห่งรัฐ เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดียุดโฮโยโนปกป้องป่าอินโดนีเซียอย่างเร่งด่วน เพื่อหยุดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และสิทธิของประชาชนพื้นเมือง

"คำกล่าวอันสวยงามเมื่อ 2 ปีที่แล้วไม่มีความหมายอะไรเลยจนถึงปัจจุบัน การทำลายป่าในอินโดนีเซียได้เพิ่มสูงขึ้น หลังการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและนโยบายภาครัฐ ที่สนับสนุนการทำลายป่าและป่าพรุเพิ่มขึ้น จนถึงปัจจุบันประธานาธิบดียุดโฮโยโนทำให้ประชาชน 60,000 คนที่ได้ออกเสียงเรียกร้องผิดหวัง รวมถึงประชาชนหลายล้านคนที่ห่วงใยต่อผินป่าอินโดนีเซีย" โจโก อารีฟ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

"ท่านประธานาธิบดี หากท่านจริงจังเรื่องความเป็นผู้นำของอินโดนีเซียในระดับโลก โปรดอย่ากู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศโดยพิจารณาปัญหาในมหาสมุทร แต่ให้พิจารณาปัญหาป่าไม้""

โจโก อารีฟ

ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การทำลายป่าเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอินโดนีเซีย โดยปล่อยสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก เมื่อไม่กี่ปีมานี้ รัฐบาลอินโดนีเซียอนุญาตให้ทำลายผืนป่า 11.25 ล้านไร่ ต่อปี ซึ่งเท่ากับสูญเสียพื้นที่ป่าใหญ่กว่ากรุงบาหลี 5 เท่าในทุกๆ ปี นอกจากนี้อินโดนีเซียยังเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่เปราะบางที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และชาวอินโดนีเซียกำลังประสบภัยจากน้ำท่วม การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ความแห้งแล้ง และผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง

"ก่อนการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีของประธานาธิดียุดโฮโยโนอีกครั้ง และการเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญยิ่ง ในกรุงบอนน์ เยอรมนี พลเมืองอินโดนีเซียมากกว่า 60,000 คนกำลังเรียกร้องให้ลงมือปฏิบัติ กรีนพีซขอเรียกร้องความโปร่งใส ท่านประธานาธิบดี หากท่านจริงจังเรื่องความเป็นผู้นำของอินโดนีเซียในระดับโลก โปรดอย่ากู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศโดยพิจารณาปัญหาในมหาสมุทร แต่ให้พิจารณาปัญหาป่าไม้" อารีฟ กล่าว

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การประชุมมหาสมุทรโลก ที่มีอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพ ได้มีการเจรจาอย่างมีแก่นสารเกี่ยวกับบทบาทของมหาสมุทรที่มีต่อความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศ

"การปกป้องมหาสมุทรจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และมหาสมุทรเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามอินโดนีเซียกำลังบ่ายเบนความสนใจจากวิกฤตที่แท้จริง การหยุดการทำลายป่าเป็นวิธีการที่ถูกที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการหลีกเลี่ยงหายนภัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อินโดนีเซียจะได้รับความช่วยเหลืออย่างมากจากนานาชาติ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยประเทศอุตสาหกรรมให้ความช่วยเหลือด้านการเงินเพื่อปกป้องป่า แต่สิ่งนั้นจะไร้ความหมายหากอินโดนีเซียไม่ลงมือทำในทันที โดยการออกกฎหมายระงับการทำลายป่า ณ บัดนี้" อารีฟกล่าวสรุป

ลงมือทำ​

สมัคร​สมาชิกของชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์​ ​หรือ​ Cyberactivist ​ของกรีนพีซ​ ​ร่วมเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมของโลก​ด้วย​การออกเสียง​ ​และ​ส่งต่อข่าวสารสิ่งแวดล้อม​ ​สมัครรับจดหมายข่าวสิ่งแวดล้อม​ ​เพื่อรับวิธีการง่ายๆ​ ​ที่คุณ​สามารถ​ช่วย​โลกใบนี้​ได้​